การป้องกันมะเร็งผิวหนัง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 1, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

การหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและใช้ครีมกันแดดเป็น 2 วิธีที่สามารถป้องกันมะเร็งผิวหนังได้

ข่าวดีก็คือ มะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ มีหลายองค์กร ตั้งแต่ American Academy of Dermatology ไปจนถึง American Cancer Society ที่ได้มีการตีพิมพ์แนวทางการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง แน่นอนว่าวิธีดังกล่าวไม่สามารถป้องกันการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ทั้งหมด แต่คุณก็สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ นี่เป็นตัวอย่างของคำแนะนำเหล่านั้น หลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงที่แดดร้อนและจ้ามากที่สุด : ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรมองหาที่ร่มเพื่อบังแดดทุกครั้งระหว่างเวลา 10.00-16.00น. แม้กระทั่งในช่วงฤดูหนาวที่มีเมฆมาก

ทาครีมกันแดดทั้งปี: ครีมกันแดดไมสามารถกรองเอารังสีอุลตร้าไวโอเล็ตที่เป็นอันตรายออกได้ แต่ก็สามารถช่วงป้องกันได้ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF อย่างน้อย 15 และสามารถป้องกัน UVA และ UVB ได้ในส่วนของร่างกายที่มีการโดนแดด และระลึกไว้เสมอว่าแสงแดดสามารถมีการสะท้อนผ่านทราย น้ำ หิมะ และน้ำแข็งได้ ซึ่งพื้นผิวเหล่านี้สามารถเพิ่มความเข้มข้นของรังสีอุลคร้าไวโอเล็ตได้ถึง 80%

ทาครีมกันแดดและทาซ้ำเป็นประจำ: ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน 30 นาที และทุกๆ 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่ข้างนอก ควรทาครีมกันแดดใหม่ทุกครั้งเมื่อสัมผัสน้ำ, เหงื่อออกมาก หรือเพิ่งเช็ดตัวด้วยผ้าขมหนู

ปกปิดผิวหนัง: เพื่อป้องกันตัวคุณจากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตเพิ่มเติมจากครีมกันแดด คุณควรใส่เสื้อผ้าที่รัดรูป มีสีเข้ม ซึ่งปกปิดทั้งแขนและขา ร่วมกันการใส่หมวกปีกกว้างเพื่อป้องกันบริเวณใบหน้าและลำคอ ควรเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผิวหนังจากรังสีโดยเฉพาะ การใส่แว่นกันแดดที่มีสารกรอง UV นั้นก็สามารถช่วยป้องกันตาของคุณได้ หลีกเลี่ยงการใช้เตียงสำหรับผิวแทน : แสงที่ใช้ในเครื่องมือนี้มักจะมีอันตรายมากกว่าแสงจากพระอาทิตย์ และคุณก็ไม่ได้รับการป้องกันจากก้อนเมฆตามธรรมชาติ

หลีกเลี่ยงการเกิดผิวหนังอักเสบจากแสงแดด: ทุกครั้งที่มีการอักเสบของผิวหนังจากการถูกแสงแดดอย่างรุนแรง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังเช่น Melanoma ดังนั้นคุณจึงไม่ควรทำให้ผิวหนังอักเสบบ่อยมากนัก

รู้จักยาที่ไวต่อแสง: มียาหลายชนิดที่จะเพิ่มโอกาสในการเกิดผิวหนังแสบร้อน ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่อาจทำให้คุณมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อออกแดด และหากมีก็ควรระมัดระวังมากขึ้น

ตรวจสอบผิวหนังเป็นประจำ: ควรมองหาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่เช่นไฝ ก้อน รอยตำหนิต่างๆ หรือกระ และส่องกระจกเพื่อดูใบหน้า หู คอ และหนังศีรษะ

ตรวจกับแพทย์: หากคุณคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังระหว่างการตรวจด้วยตนเอง คุณควรไปพบแพทย์

สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งผิวหนังประกอบด้วย

  • มีจุดหรือแผลที่คัน เจ็บ หรือเลือดออก
  • มีแผลเปิดที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
  • ไฝหรือรอยตำหนิตั้งแต่เกิดมีการเปลี่ยนแปลงสี รูปร่างและลักษณะ

การมีผิวสีแทนนั้นไม่ได้หมายความว่ามีสุขภาพที่ดี แต่ตรงกันข้าม ผิวสีแทนแสดงว่าผิวหนังมีการถูกทำลายจากรังสี UV ควรจำกัดการอาบแดดและกิจกรรมทุกชนิดภายใต้แสงแดดเท่าที่เป็นไปได้ การออกกำลังกายนอกบ้านนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมที่จะป้องกันผิวหนังของคุณด้วยเช่นกัน ในเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้น ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจผิวหนังของเด็กในระหว่างที่มารับการตรวจประจำปี อย่าลืมว่า หากตรวจพบมะเร็งผิวหนังตั้งแต่ระยะเริ่มต้นนั้น สามารถรักษาให้หายขาดได้ การป้องกันร่วมกับการสังเกตหาอาการแสดงของโรคมะเร็งจะช่วยทำให้คุณยังคงมีสุขภาพที่ดีได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่