Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

มะเร็งมดลูกคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,722,700 คน

มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงที่พบได้บ่อย และมักพบในผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้อย่างแน่ชัด แต่พบว่าผู้หญิงที่มีปัจจัยต่อไปนี้ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมดลูกสูงขึ้น

  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • มีภาวะอ้วน
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • ได้รับฮอร์โมนบำบัดชนิดที่เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดเดียวหลังหมดประจำเดือน
  • ภาวะมีบุตรยาก
  • การใช้ยา Tamoxifen (Soltamox) ที่ใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งรังไข่
  • ประจำเดือนมาเร็ว (ก่อนอายุ 12 ปี) และประจำเดือนหมดช้ากว่าปกติ (หลังอายุ 50 ปี)
  • ไม่เคยตั้งครรภ์
  • มีการเจริญผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกหนากว่าปกติ
  • เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovarian Syndrome: PCOS)

อาการของมะเร็งมดลูก

อาการที่พบได้บ่อยของมะเร็งมดลูก คือ การมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด โดยอาจเริ่มจากเลือดออกปริมาณเล็กน้อยร่วมกับตกขาว และจะเริ่มมีปริมาณมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หากมะเร็งมดลูกเกิดขึ้นในผู้หญิงที่ยังไม่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน อาจพบอาการเลือดออกผิดปกติได้จาก มีเลือดประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือน

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

กรณีที่เป็นมะเร็งมดลูกจนเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว อาจทำให้มีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดหลัง ปวดขา หรือปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • เบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลีย เหนื่อย
  • คลื่นไส้

สาเหตุของมะเร็งมดลูก

ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเป็นมะเร็งมดลูก แต่ส่วนมากแล้ว โรคมะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของโครงสร้างดีเอ็นเอ (DNA) ในเซลล์ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและแบ่งตัวเพิ่มจำนวน ทำให้เซลล์เจริญเติบโตและแบ่งตัวเพิ่มจำนวนแบบควบคุมไม่ได้ ซึ่งจะเกิดเป็นก้อนเนื้องอกขึ้น (Tumour)

มีการคาดการณ์ว่า การที่ร่างกายมีฮอร์โมนไม่สมดุลคือหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของการเป็นมะเร็งมดลูก โดยเฉพาะถ้ามีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเลือดสูง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้มากขึ้น

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์

หากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้วแต่มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือยังมีประจำเดือนอยู่แต่พบการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือน เช่น ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาการเลือดออกอาจมีสาเหตุมาจากโรคร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่น

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) พบเนื้อเยื่อที่เหมือนกับเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญที่บริเวณอื่นนอกมดลูก
  • เนื้องอกไฟบรอยด์ (Fibroids) เป็นเนื้องอกที่เจริญเติบโตอยู่ภายในมดลูก แต่ไม่ใช่มะเร็ง
  • ติ่งเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก (Polyps in the Womb Lining)
  • มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)

การวินิจฉัยมะเร็งมดลูก

แพทย์จะตรวจร่างกายบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่ ช่องคลอด มดลูก รังไข่ และกระเพาะปัสสาวะ พร้อมกับสอบถามเกี่ยวกับอาการที่เป็น  จากนั้นอาจมีการส่งตัวต่อไปพบแพทย์สูตินรีเวช เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้

  • การตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด  (Transvaginal Ultrasound: TVU) แพทย์จะใช้อุปกรณ์ตรวจขนาดเล็ก เรียกว่าหัวตรวจอัลตราซาวด์ (Probe) สอดเข้าไปทางช่องคลอดเพื่อให้ได้ภาพของเนื้อเยื่อภายในมดลูก 
  • การตรวจชิ้นเนื้อ (Biospy) หากผลจากการตรวจอัลตราซาวด์พบเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว แพทย์จะนำตัวอย่างชิ้นเนื้อจากเยื่อบุโพรงมดลูกไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่
  • การตรวจเลือด เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยวินิจฉัยมะเร็งมดลูกได้ เพราะก้อนเนื้องอกมะเร็งบางชนิดสามารถหลั่งสารเคมีบางอย่างเข้ามาในเลือด เรียกว่า สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumour Markers) 

ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งมดลูก แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะของโรคมะเร็งเพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่ามะเร็งมีขนาดใหญ่เพียงใด มะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่ และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

การตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะของโรค ได้แก่

  • การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อดูว่ามะเร็งแพร่กระจายไปที่ปอดหรือไม่
  • การสแกนภาพถ่ายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสแกนภาพถ่ายของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย เพื่อดูว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่
  • การสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerised Tomography (CT) Scan) การใช้รังสีเอกซ์ช่วยสแกนภาพของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย เพื่อดูว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่

การรักษามะเร็งมดลูก

การรักษามะเร็งมดลูกหลักๆ คือการผ่าตัดเอามดลูกออก (Hysterectomy) รวมถึงรังไข่และท่อนำไข่ด้วย บางครั้งอาจมีการฉายรังสีหรือการใช้ยาเคมีบำบัดต่อภายหลังจากการผ่าตัด เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค

เทคนิคการผ่าตัดมดลูกที่นิยมทำคือ การผ่าหน้าท้องเพื่อนำมดลูกออก แต่ในบางครั้งแพทย์อาจใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Hysterectomy) ซึ่งแพทย์จะผ่าเปิดเป็นรอยแผลขนาดเล็กและใช้กล้องชนิดพิเศษ (Laparoscope) รวมถึงเครื่องมือในการผ่าตัดสอดเข้าไปผ่านรอยแผลขนาดเล็กนั้น และผ่านำมดลูกออกจากร่างกายผ่านทางช่องคลอดได้ โดยมีแผลเป็นเพียงเล็กน้อย

หากผู้ป่วยเป็นมะเร็งมดลูกระยะที่ 2 หรือ 3 อาจต้องทำการผ่าตัดมดลูกแบบ Radical หรือ Total Hysterectomy การผ่าตัดนี้จะตัดส่วนของปากมดลูกและส่วนบนของช่องคลอด รวมถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณอุ้งเชิงกรานออกด้วย และอาจต้องได้รับการฉายรังสีหรือยาเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำ

และหากผู้ป่วยเป็นมะเร็งมดลูกระยะลุกลาม แพทย์อาจทำการผ่าตัดเพื่อกำจัดก้อนมะเร็งออกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือที่เรียกว่า Debulking Surgery การรักษาวิธีนี้ไม่ได้ทำให้มะเร็งหายขาด แต่อาจช่วยบรรเทาอาการให้กับผู้ป่วยได้บ้าง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
การรักษา
การรักษา

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่