มะเร็งมดลูก (Uterine Cancer)

เผยแพร่ครั้งแรก 20 ธ.ค. 2016 อัปเดตล่าสุด 19 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงที่พบได้บ่อย และมักพบในผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้อย่างแน่ชัด แต่พบว่าผู้หญิงที่มีปัจจัยต่อไปนี้ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมดลูกสูงขึ้น

  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • มีภาวะอ้วน
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • ได้รับฮอร์โมนบำบัดชนิดที่เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดเดียวหลังหมดประจำเดือน
  • ภาวะมีบุตรยาก
  • การใช้ยา Tamoxifen (Soltamox) ที่ใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งรังไข่
  • ประจำเดือนมาเร็ว (ก่อนอายุ 12 ปี) และประจำเดือนหมดช้ากว่าปกติ (หลังอายุ 50 ปี)
  • ไม่เคยตั้งครรภ์
  • มีการเจริญผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกหนากว่าปกติ
  • เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovarian Syndrome: PCOS)

อาการของมะเร็งมดลูก

อาการที่พบได้บ่อยของมะเร็งมดลูก คือ การมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด โดยอาจเริ่มจากเลือดออกปริมาณเล็กน้อยร่วมกับตกขาว และจะเริ่มมีปริมาณมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หากมะเร็งมดลูกเกิดขึ้นในผู้หญิงที่ยังไม่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน อาจพบอาการเลือดออกผิดปกติได้จาก มีเลือดประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1140 บาท ลดสูงสุด 45%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H04

กรณีที่เป็นมะเร็งมดลูกจนเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว อาจทำให้มีอาการดังต่อไปนี้

ข้อเท็จจริง คือ ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งชนิดนี้ 90% มีอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด อาการเลือดออกผิดปกตินี้ ได้แก่ มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือนหรือมีเลือดออกกระปิดกระปรอยระหว่างรอบเดือน ถ้าคุณยังมีประจำเดือนอยู่อาจจะพบว่ามีเลือดออกไม่เหมือนปกติ เช่น มีเลือดออกมากขึ้น ควรที่จะต้องแจ้งแพทย์โดยทันทีหากมีอาการเลือดออกผิดปกติ

อาการอื่นๆ ของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

อาการที่ควรพบแพทย์ ได้แก่

  • มีอาการตกขาวผิดปกติ (ถึงแม้ว่าจะไม่มีเลือดออก)
  • อาการปวดเชิงกราน (มักพบในระยะลุกลาม)
  • ก้อนในบริเวณเชิงกราน
  • น้ำหนักลดผิดปกติ

อาการอื่นๆ นี้อาจจะเป็นจากสาเหตุอื่นๆ นอกจากภาวะโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรที่จะต้องตรวจหาสาเหตุ

สาเหตุของมะเร็งมดลูก

ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเป็นมะเร็งมดลูก แต่ส่วนมากแล้ว โรคมะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของโครงสร้างดีเอ็นเอ (DNA) ในเซลล์ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและแบ่งตัวเพิ่มจำนวน ทำให้เซลล์เจริญเติบโตและแบ่งตัวเพิ่มจำนวนแบบควบคุมไม่ได้ ซึ่งจะเกิดเป็นก้อนเนื้องอกขึ้น (Tumour)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1140 บาท ลดสูงสุด 45%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H04

มีการคาดการณ์ว่า การที่ร่างกายมีฮอร์โมนไม่สมดุลคือหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของการเป็นมะเร็งมดลูก โดยเฉพาะถ้ามีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเลือดสูง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้มากขึ้น

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์

หากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้วแต่มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือยังมีประจำเดือนอยู่แต่พบการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือน เช่น ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาการเลือดออกอาจมีสาเหตุมาจากโรคร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่น

การวินิจฉัยมะเร็งมดลูก

แพทย์จะตรวจร่างกายบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่ ช่องคลอด มดลูก รังไข่ และกระเพาะปัสสาวะ พร้อมกับสอบถามเกี่ยวกับอาการที่เป็น  จากนั้นอาจมีการส่งตัวต่อไปพบแพทย์สูตินรีเวช เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้

  • การตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด  (Transvaginal Ultrasound: TVU) แพทย์จะใช้อุปกรณ์ตรวจขนาดเล็ก เรียกว่าหัวตรวจอัลตราซาวด์ (Probe) สอดเข้าไปทางช่องคลอดเพื่อให้ได้ภาพของเนื้อเยื่อภายในมดลูก 
  • การตรวจชิ้นเนื้อ (Biospy) หากผลจากการตรวจอัลตราซาวด์พบเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว แพทย์จะนำตัวอย่างชิ้นเนื้อจากเยื่อบุโพรงมดลูกไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่
  • การตรวจเลือด เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยวินิจฉัยมะเร็งมดลูกได้ เพราะก้อนเนื้องอกมะเร็งบางชนิดสามารถหลั่งสารเคมีบางอย่างเข้ามาในเลือด เรียกว่า สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumour Markers) 

ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งมดลูก แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะของโรคมะเร็งเพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่ามะเร็งมีขนาดใหญ่เพียงใด มะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่ และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ

การตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะของโรค ได้แก่

  • การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อดูว่ามะเร็งแพร่กระจายไปที่ปอดหรือไม่
  • การสแกนภาพถ่ายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสแกนภาพถ่ายของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย เพื่อดูว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่
  • การสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerised Tomography (CT) Scan) การใช้รังสีเอกซ์ช่วยสแกนภาพของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย เพื่อดูว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่

การรักษามะเร็งมดลูก

การรักษามะเร็งมดลูกหลักๆ คือการผ่าตัดเอามดลูกออก (Hysterectomy) รวมถึงรังไข่และท่อนำไข่ด้วย บางครั้งอาจมีการฉายรังสีหรือการใช้ยาเคมีบำบัดต่อภายหลังจากการผ่าตัด เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค

เทคนิคการผ่าตัดมดลูกที่นิยมทำคือ การผ่าหน้าท้องเพื่อนำมดลูกออก แต่ในบางครั้งแพทย์อาจใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Hysterectomy) ซึ่งแพทย์จะผ่าเปิดเป็นรอยแผลขนาดเล็กและใช้กล้องชนิดพิเศษ (Laparoscope) รวมถึงเครื่องมือในการผ่าตัดสอดเข้าไปผ่านรอยแผลขนาดเล็กนั้น และผ่านำมดลูกออกจากร่างกายผ่านทางช่องคลอดได้ โดยมีแผลเป็นเพียงเล็กน้อย

หากผู้ป่วยเป็นมะเร็งมดลูกระยะที่ 2 หรือ 3 อาจต้องทำการผ่าตัดมดลูกแบบ Radical หรือ Total Hysterectomy การผ่าตัดนี้จะตัดส่วนของปากมดลูกและส่วนบนของช่องคลอด รวมถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณอุ้งเชิงกรานออกด้วย และอาจต้องได้รับการฉายรังสีหรือยาเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำ

และหากผู้ป่วยเป็นมะเร็งมดลูกระยะลุกลาม แพทย์อาจทำการผ่าตัดเพื่อกำจัดก้อนมะเร็งออกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือที่เรียกว่า Debulking Surgery การรักษาวิธีนี้ไม่ได้ทำให้มะเร็งหายขาด แต่อาจช่วยบรรเทาอาการให้กับผู้ป่วยได้บ้าง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน


7 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
webmd.com, Understanding Endometrial Cancer (https://www.webmd.com/cancer/understanding-endometrial-cancer-basics)
cancer.gov, Uterine Cancer—Patient Version (https://www.cancer.gov/types/uterine)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
ฉีดวัคซีน ป้องกันมะเร็งมดลูกไป 1เข็ม สามารถ กินยาคุมได้ไหม หรืออาจมีเพศสัมพันได้ไหม?
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป