ภาวะเลือดออกเนื่องจากมดลูกทำงานผิดปกติ (Dysfunctional Uterine Bleeding: DUB)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,516,343 คน

ภาวะมีเลือดออกเนื่องจากมดลูกทำงานผิดปกติ (Dysfunctional uterine bleeding: DUB) เป็นภาวะที่มีเลือดออกจากเยื่อบุมดลูกผิดปกติ (Abnormal endometrial bleeding) หรือเกิดความผิดปกติของรอบเดือนโดยไม่พบความเปลี่ยนแปลงของมดลูก หรือระบบอื่นๆ ในร่างกาย เช่น เนื้องอก การตั้งครรภ์ การบาดเจ็บ ความผิดปกติของเม็ดเลือด หรือผลกระทบจากการใช้ฮอร์โมน

สาเหตุของภาวะมีเลือดออกเนื่องจากมดลูกทำงานผิดปกติ

สาเหตุของภาวะนี้ขึ้นอยู่กับวัยของผู้ป่วย โดยในวัยรุ่นมักเกิดจากทำงานของต่อมใต้สมองและรังไข่ที่ไม่สมบรูณ์หรือไม่ประสานงานกัน มีผลทำให้เกิดความไม่สมดุลของอัตราส่วนระหว่างฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

ส่วนในวัยใกล้หมดประจำเดือนเกิดจากเสื่อมและการล้มเหลวในการทำงานของรังไข่เพื่อผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน เนื่องจากไข่มีจำนวนลดลงและไม่มีการตกไข่ ซึ่งมีปัจจัยอย่างอายุ ความเครียด และความผิดปกติของต่อมไร้ท่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

อาการของภาวะมีเลือดออกเนื่องจากมดลูกทำงานผิดปกติ

ผู้ที่มีภาวะนี้อาจพบว่ามีเลือดออกจากทางช่องคลอดมากกว่าปกติ อาจมีก้อนเลือดขนาดใหญ่ปนออกมาด้วย แต่กลุ่มที่ไม่มีการตกไข่จะไม่มีอาการที่แน่นอน อาจจะมีช่วงเวลาที่ประจำเดือนขาดหายไปช่วงระยะหนึ่ง แล้วกลับมามีเลือดออกผิดปกติ ส่วนกลุ่มที่ไข่ตกจะมีเลือดออกมามาก เนื่องจากกลไกที่ทำให้เลือดหยุดมีความผิดปกติ และอาจมีอาการปวดประจำเดือนร่วมด้วย ส่วนกลุ่มที่มีความผิดปกติจากการทำงานของกลุ่มเนื้อเยื่อภายในรังไข่คอร์ปัส ลูเทียม (Corpus lutium) บกพร่องจะมีเลือดออกกะปริบกะปรอยในช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน

การวินิจฉัยภาวะมีเลือดออกเนื่องจากมดลูกทำงานผิดปกติ

แพทย์จะสอบถามอาการและประวัติสุขภาพของคุณ โดยคุณอาจเข้าข่ายภาวะนี้หากมีประวัติประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอและประจำเดือนมามากกว่าปกติ รวมทั้งพบก้อนเลือดปนออกมากับประจำเดือน และมีอาการปวดประจำเดือน 

จากนั้นอาจมีการวินิจฉัยเพิ่มเติม ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ตรวจเลือด ได้แก่ ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือด (Complete blood count: CBC) ตรวจความเข้มของเลือด (Hct) ตรวจการแข็งตัวของเลือด (Coagulation profile) และตรวจระยะเวลาตั้งแต่เลือดเริ่มไหลจนหยุด (Bleeding time) เพื่อดูว่ามีภาวะเลือดจางและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือไม่ 
  • ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และระดับโปรเจสเตอร์โรน ว่าสูงกว่า 3 มิลลิกรัม/มิลลิลิตรหรือไม่ ซึ่งหากสูงเกินไปจะถือว่าผิดปกติ
  • ตรวจระดับฮอร์โมนเอชชีจี (Human chorionic gonadotropin: HCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากรก 
  • ตรวจอื่นๆ เช่น ตรวจการทำงานของตับ (Liver function test: LFT) ตรวจปัสสาวะดูการติดเชื้อ ตรวจการตั้งครรภ์ ตรวจมะเร็งปากมดลูก และทำอัลตราซาวด์ 

หากคุณมีอายุมากกว่า 35-40 ปีอาจต้องขูดปากมดลูกเพื่อนำตัวอย่างชิ้นเนื้อออกมาตรวจ รวมทั้งตรวจภายในโพรงมดลูกด้วยการส่องกล้องและการถ่ายภาพในโพรงมดลูกด้วยรังสี

การรักษาภาวะมีเลือดออกเนื่องจากมดลูกทำงานผิดปกติ

สำหรับผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่มีการตกไข่ แพทย์อาจให้ใช้ฮอร์โมน Progestin-estrogen หรือยาคุมกำเนิดชนิดมีฮอร์โมนตามรอบในขนาดต่ำๆ หรือยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรวม ส่วนกลุ่มที่ยังมีไข่ตกจะให้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรวม หรือยายับยั้งการสังเคราะห์ Prostaglandin 

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

หากมีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติอาจต้องใช้ยา Desmopressin (Minirin) และหากมีเลือดออกมากอาจให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนขนาดสูงทางหลอดเลือดดำเพื่อหยุดเลือด รวมถึงฮอร์โมนโปรเจสตินและยาเม็ดคลุมกำเนิดชนิดรวม เมื่อเลือดออกน้อยลงแล้วอาจให้เอสโตรเจนชนิดรับประทานหรือ Estradiol แล้วตามด้วยโปรเจสติน และยาคุมกำเนิดชนิดรวม แต่หากให้ยาแล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจรักษาโดยการทำลายเยื่อบุมดลูกด้วยเลเซอร์ ใช้กล้องส่องแล้วจี้ออกด้วยไฟฟ้า หรือใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุ และการผ่าตัดมดลูกออก

การดูแลตัวเองหลังการรักษา

หลังผ่าตัดแพทย์มักจะให้บันทึกสัญญาณชีพ ลักษณะแผลผ่าตัด รวมทั้งกระตุ้นให้คนไข้หายใจลึกๆ และไออย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างนอนพักที่โรงพยาบาลจะมีการจัดให้นอนท่าศีรษะยกสูง ดูแลความสะอาดของร่างกาย และดูแลให้ได้สารน้ำและยาทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา หากสามารถรับประทานอาหารได้แล้ว พยาบาลจะจัดให้รับประทานอาหารที่มีโปรตีน มีกากใย ธาตุเหล็กสูง และให้ดื่มน้ำให้อย่างเพียงพอวันละ 2,000 มิลลิลิตร เพื่อลดการสูญเสียเลือด รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและการดูแลตนเองแก่ผู้ป่วยและญาติ

เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว คุณควรดูแลสุขอนามัยของแผลตามคำแนะนำต่อไปนี้ 

  • เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ และดูแลผิวหนังบริเวณฝีเย็บให้สะอาดอยู่เสมอ โดยใช้สบู่ที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ไม่ใช้สบู่หรือสารที่มีกลิ่นหอมหรือยาฆ่าเชื้อผสมทำความสะอาดผิวบริเวณฝีเย็บหรือช่องคลอด 
  • รับประทานยาแก้ปวดเมื่อมีอาการ หรือตามที่แพทย์แนะนำ 
  • สังเกตลักษณะ สี ปริมาณเลือดจากช่องคลอด และของที่ถูกที่ขับออกมาทางช่องคลอด หากพบความผิดปกติควรแจ้งให้แพทย์ทราบ 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

การฝั่งเข็มคุมกำเนิด เเล้วทำให้ประจำเดือนไม่มา จะส่งผลกับร่างกายเราทางด้านใดบ้างมากน้อย เพียงใด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฝั่งเข็ม ควรเเก้ไขอย่างไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การมีประจำเดือนมาไม่ปกติเกิดจากสาเหตุอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ประจำเดือนมาไม่ปกติ คือ2-5 เดือนมาครั้ง จะเป็นอันตรายไรมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อายุ44แล้ว แต่เวลามีรอบเดือน ปวดช่วงท้องน้อยมาก และ มีใข้ ใกล้ถึงวัยทองหรือเปล่าคะ?
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ประจำเดือนมาไม่ปกติ พยามยามลดน้ำหนักแล้วแต่ก็ยังมาไม่ปกติอยู่ดีควรทำไงค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป