โรคตาเหล่คืออะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 767,524 คน

ตาเหล่สามารถแก้ไขด้วยการใช้เลนส์, การบำบัดสายตาหรือการผ่าตัด

ตาเหล่ (Strabismus หรือ cross-eyes) เป็นภาวะที่ตาของทั้งสองคนไม่สามารถมองตรงมายังจุดเดียวกันได้ในที่เวลาเดียวกัน ซึ่งมักจะเกิดในเด็กอายุ 3 ขวบ

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ตาเหล่เกิดจากอะไร?

อาการตาเหล่เป็นผลมาจากปัญญาที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อของดวงตา โดยเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณมายังกล้ามเนื้อเหล่านั้นหรือศูนย์ควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตาในสมอง หรืออาจจะเกิดขึ้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บที่ตาหรือปัญญาสุขภาพอื่นๆ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีกล้ามเนื้อจำนวน 6 มัดที่ทำงานร่วมกัน โดยจะรับสัญญาณประสาทจากสมองที่ส่งมาควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และในภาวะตาเหล่โดยตาอีกข้างอาจจะเหล่เข้าใน เหล่ขึ้น หรือเหล่ลงโดยไม่มีการเกี่ยวข้องกับตาอีกข้างหนึ่งเลย อาการเช่นนี้อาจเกิดตลอดเวลาหรือเฉพาะเวลาที่ตามีความเครียดเกิดขึ้น หรือในขณะที่คุณอ่อนเพลียหรือป่วย และอาการตาเหล่สามารถกลับมาเกิดขึ้นกับตาข้างเดิมได้เสมอ หรืออาจจะมีการเปลี่ยนข้างก็ได้

ชนิดของภาวะตาเหล่

ชนิดของตาเหล่ที่พบได้บ่อยที่สุด 2 ชนิดคือ

Intermittent exotropia เป็นชนิดของตางข้างหนึ่งที่สามารถมองเลยวัตถุที่กำลังมองได้ เนื่องจากตาทั้งสองข้างไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยผลข้างเคียงของการเกิดภาวะนี้คือเกิดความเครียดของตา ซึ่งจะทำให้อ่านหนังสือได้ยากมากขึ้น ปวดหัว และมีปัญหาด้านการมองเห็นในที่แสงจ้าลดน้อยลง

Accommodative Esotropia เป็นภาวะที่เกิดจากสายตายาวที่ไม่ได้รับการแก้ไข จึงทำให้เกิดความเครียดขึ้นและทำให้ตาที่สามารถมองไปยังจุดใดจุดหนึ่งได้เกิดอาการตาเหล่ขึ้นมาได้ ซึ่งอาการนี้จะทำให้มองเห็นภาพซ้อน จึงต้องปิดตาข้างหนึ่งในขณะอ่านหนังสือหรือการใช้สายตาในระยะใกล้ ๆ และจะต้องหมุนหรือเอียงศีรษะเพื่อให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ภาวะตาเหล่เทียมคืออะไร?

ในเด็กแรกเกิดจำนวนไม่น้อยที่ดูเหมือนว่าจะมีอาการตาเหล่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็น เพราะในการดูเหมือนว่าจะมีอาการตาเหล่นั้นอาจเป็นผลมาจากการที่มีผิวหนังคลุมบริเวณมุมตาด้านในหรือบริเวณสันจมูกมากกว่าปกติ ซึ่งอาจจะทำให้ดูเหมือนภาวะตาเหล่ และอาการเหล่านี้จะหายไปในที่สุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคตาเหล่ประกอบด้วย

  • ประวัติครอบครัว
  • สายตายาวที่ไม่ได้รับการแก้ไข
  • ภาวะทางกายเช่นกลุ่มอาการดาวน์, สมองพิการ, น้ำคั่งในโพรงสมองหรือเนื้องอกในสมอง
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะ

การรักษาภาวะตาเหล่

การรักษาโรคนี้ประกอบด้วย

  • ใส่แว่นตาหรือ contact lens
  • ปิดตาข้างที่ใช้งานมากกว่า
  • ใช้เลนส์prism โดยเลนส์นี้จะช่วยเปลี่ยนแสงที่เข้าสู่ตาและช่วยลดการหมุนของตาเพื่อให้สามารถมองได้ชัด
  • การบำบัดตา  คือการออกกำลังกายเพื่อช่วยให้การทำงานประสานกันของตาทั้ง 2 ข้างและการมองดีขึ้น
  • การผ่าตัด

การผ่าตัดในภาวะตาเหล่

จักษุแพทย์อาจจะช่วยแก้ไขภาวะนี้ได้จากการเปลี่ยนความยาวหรือตำแหน่งของกล้ามเนื้อลูกตา ซึ่งในการทำการผ่าตัดนี้มักจะทำในรูปแบบของผู้ป่วยนอก และจะทำภายใต้การดมยาสลบ โดยแพทย์จะทำการคลายและทำให้กล้ามเนื้อติดแน่นขึ้นเพื่อแก้ไขแนวการมองเห็นของตา แต่ในบางกรณีอาจจะต้องมีการเย็บเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการมองเห็นภายหลังจากการได้รับการผ่าตัดแล้ว ซึ่งจะส่งผลทำให้คุณต้องปิดตาหรือใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตา (แบบมีหรือไม่มี corticosteroid ) หลังจากการผ่าตัด หรืออาจจะได้ทำการบำบัดตาด้วยก็เป็นได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทำไม่ ต้องอ้วนลงพุ่งค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดกลังปวดเอว.เอ็นข้อศอกอักเสบเรื้อรังไม่หายสักที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การปวดหลังเป็นประจำทุกวันเกิดจากอะไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่