การรักษาโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ย. 22, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

แนวทางการรักษาโรคนี้ประกอบด้วยการใช้ยา การผ่าตัด การรักษาที่บ้านและการรักษาทางเลือก

โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) เกิดจากการที่มีสารต่างๆ มาเกาะภายในเส้นเลือดแดง ทำให้เส้นเลือดแข็งและมีการตีบ สารต่างๆ เหล่านี้เกิดจากไขมัน cholesterol แคลเซียม และสารอื่นๆ ที่พบได้ในเลือด มีวิธีการรักษาหลายวิธีที่สามารถใช้รักษาและป้องกันโรคนี้ได้

การป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้ได้ และเป็นวิธีการรักษาลำดับแรกที่แนะนำในผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ ตัวอย่างเช่น การฝึกเทคนิคผ่อนคลายต่างๆ เช่นโยคะ หรือการฝึกลมหายใจ จะช่วยให้ผ่อนคลาย และลดระดับความเครียด ซึ่งจะช่วยลดความดันโลหิตได้ชั่วคราว ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) การเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารจะมีผลดีต่อการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้เช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานถั่ว ธัญพืช ผัก ผลไม้และน้ำมันพืช เช่นทานตะวัน น้ำมันมะกอก และน้ำมันจาก flaxseed เป็นส่วนหนึ่งของอาหาร และยังแนะนำให้รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ แต่ถี่ขึ้น แทนการทานอาหารมื้อใหญ่ โดยทั่วไปควรจำกัดปริมาณการรับประทานครีม เนยใส ไขมันสัตว์ เนย และหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ซอส ชา น้ำตาลทรายขาว อาหารแปรรูป กาแฟ เครื่องปรุงรส หรือแตงกวาดองเท่าที่สามารถทำได้
อีกสิ่งหนึ่งก็คือเนื่องจากการสูบบุหรี่เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ดังนั้นควรเลิกสูบให้ได้เร็วที่สุด เพราะการสูบบุหรี่จะทำลายเส้นเลือดแดง และทำให้เส้นเลือดแดงเหล่านั้นหดตัว ทำให้การพยากรณ์ของโรคแย่ลงและมีความเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง

ยาที่ใช้รักษาโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

มียาหลายตัวที่สามารถใช้ชะลอ หรือทำให้การดำเนินโรคกลับมาดีขึ้นได้ เช่น

  • Statin และ fibrates
  • ยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด เช่นแอสไพริน, ยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยารักษาโรคความดันสูงเช่นกลุ่ม beta-blockers, angiotensin-converting enzyme (ACE) inhibitors, calcium channel blockers และ angiotensin II receptor blockers
  • ยาขับปัสสาวะ
  • ยาละลายลิ่มเลือด

ยาในกลุ่ม statin และ fibrate จะช่วยลดปริมาณไขมันชนิด LDL ซึ่งจะช่วยยับยั้งหรือทำให้ลดการสะสมไขมันในหลอดเลือด นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอยู่ในภาวะคงที่และป้องกันโรคนี้ได้ แอสไพรินและยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือดอื่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน กลุ่ม beta-blockers เป็นกลุ่มที่ใช้รักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยจะช่วยลดอัตราการเต้นของชีพจร และขยายหลอดเลือด ทำให้ความดันลดลงช่วยลดโอกาสที่จะเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ยาในกลุ่ม angiotensin-converting enzyme inhibitors (ACE inhibitors) ก็สามารถช่วยลดการดำเนินโรคได้โดยการลดความดันโลหิตและขยายเส้นเลือด และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดซ้ำ

ยาในกลุ่ม calcium channel blockers จะช่วยลดความดันโลหิตและขยายหลอดเลือด นอกจากนั้นยังเป็นยาที่ใช้รักษาอาการเจ็บหน้าอก ยาขับปัสสาวะก็เป็นยากลุ่มที่ช่วยลดความดันโลหิตเช่นกัน (ความดันโลหิตสูงถือเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคอย่างหนึ่ง) และยาสลายลิ่มเลือดสามารถสลายลิ่มเลือดที่อุดตันเส้นเลือดแดงได้
แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาเพื่อควบคุมปัจจัยความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคนี้ร่วมด้วยเช่นเบาหวาน

การผ่าตัดกับโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

ถ้าหากคุณมีอาการของโรครุนแรงหรืออาการไม่ตอบสนองด้วยยา คุณอาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัด

การผ่าตัดที่ใช้รักษาโรคนี้ประกอบด้วย

  • Angioplasty and stent placement
  • Endarterectomy
  • การผ่าตัด by pass (coronary artery bypass graft or CABG)

ในการทำ angioplasty แพทย์จะทำการใส่สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดที่มีการตีบหรืออุดตันและใส่สายเส้นที่สองที่มีบอลลูนอยู่ตรงปลายสายเข้าไป หลังจากนั้นจะทำการเป่าลูกบอลลูนนั้น ทำให้เกิดการถ่างผนังเส้นเลือดออก ก่อนจะทำการใส่ขดลวดถ่างขยาย (stent) เข้าไปเพื่อให้เส้นเลือดคงการขยายไว้
ในการผ่าตัด endarterectomy แพทย์จะทำการนำไขมันที่สะสมตามผนังเส้นเลือดออก และการทำ CABG คือการที่แพทย์นำเส้นเลือดจากส่วนอื่นของร่างงกาย หรือใช้เส้นเลือดเทียม มาใช้เป็นเส้นเลือดใหม่แทนเส้นเดิมที่มีการอุดตัน ทำให้เลือดสามารถผ่านเส้นเลือดที่มีการอุดตันหรือตีบนั้นไปได้

การรักษาที่บ้านและการรักษาทางเลือก

มีหลักฐานทั้งทางความเชื่อ และจากงานวิจัยที่พบว่าการรับประทานอาหาร หรือสมุนไพรบางชนิดสามารถลดระดับไขมันชนิน LDL และความดันโลหิต ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้
อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานอาหารหรือสมุนไพรเสริมเหล่านี้ เนื่องจากอาจจะไม่ก่อให้เกิดผลใดๆ และอาจจะส่งผลต่อยาที่แพทย์ใช้ในการรักษา ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

อาหารและสมุนไพรเหล่านี้ประกอบด้วย

•                Alpha-linolenic acid

•                Artichoke

•                ข้าวบาร์เล่ย์

•                Beta-sitosterol

•                Blond psyllium

•                แคลเซียม

•                โกโก้

•                น้ำมันตับปลา

•                Coenzyme Q10

•                กระเทียมและหัวหอม

•                รำข้าวโอ๊ต

•                กรดไขมัน Omega-3

•                Sitostanol

•                วิตามิน C

•                เปลือกมะนาว

ซึ่งสามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่