โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection หรือ UTI) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection หรือ UTI) เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งส่วนใหญ่ โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จะเกิดขึ้นที่บริเวณทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งได้แก่ กระเพาะปัสสาวะ (bladder) เรียกว่า “Cystitis” และ ท่อปัสสาวะ (urethra –ท่อที่ลำเลียงน้ำปัสสาวะออกไปจากร่างกาย) เรียกว่า “Urethritis”

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบน ได้แก่ บริเวณ ไต (kidney)  เรียกว่า “Pyelonephritis”และ  ท่อไต (ureter – ท่อที่เชื่อมต่อระหว่างไต และ กระเพาะปัสสาวะ) ก็สามารถเกิดขึ้นได้  แต่จะพบได้น้อยกว่า  แต่หากมีการติดเชื้อจะรุนแรงกว่าการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง

อุบัติการณ์การเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ พบได้ค่อนข้างบ่อยมาก จากสถิติในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พบว่ามีผู้ไปพบแพทย์ด้วยโรคนี้ถึง 10 ล้านครั้งต่อปี ในผู้หญิงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถเกิดภาวะติดเชื้อนี้ได้บ่อยกว่าในผู้ชาย เนื่องจากการมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกัน โดยในผู้หญิงหรือเด็กผู้หญิงจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • มีท่อปัสสาวะที่สั้นกว่า
  • ความชื้นรอบบริเวณรูเปิดของท่อปัสสาวะมากกว่า
  • รูเปิดของท่อปัสสาวะใกล้กับทวารมากกว่า

โดยจะมีการพบภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะถึง 1 ใน 5 ของประชากรเพศหญิง ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ จะมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ได้มากกว่าหญิงที่ไม่มีเพศสัมพันธ์

จากการศึกษาผู้หญิงในวิทยาลัยแห่งหนึ่งพบว่า ในหญิงที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะถึง 37%  และในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 5 วัน พบว่ามีโอกาสเกิดโรคมากกว่าถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์เพียง 1 วัน หรือ กลุ่มที่ไม่มีเพศสัมพันธ์เลย

ส่วนในกลุ่มประชากรชายวัยรุ่นถึงวัยกลางคนจะพบโรคนี้ได้น้อยกว่า โดยพบเพียง 5-8 คนจาก 10,000 คน ใน 1 ปี

สาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค

ภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียเข้าไปในทางเดินปัสสาวะ โดยผ่านทางท่อปัสสาวะ

โดยส่วนใหญ่โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มักเกิดจากเชื้อ E. coli (อี. โคไล) และแบคทีเรียอื่น ๆ ที่พบได้ปกติในบริเวณทางเดินอาหาร

การติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่เชื้อ Herpes (เฮอร์พีรส์), Gonorrhea (โกโนเรีย), Chlamydia (คลาไมเดีย) และ Mycoplasma (ไมโคพลาสมา) สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ

1. มีท่อปัสสาวะที่ค่อนข้างสั้น

2. ในหญิงที่มีการเช็ดทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสม (เช่นการเช็ดจากหลังไปหน้า นำพาให้เชื้อแบคทีเรียจากรูทวารมายังท่อปัสสาวะได้)

3. ในชายที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่ หรือ มีภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign Prostate Hyperplasia-BPH)

4. ปัสสาวะน้อย จากการที่ดื่มน้ำปริมาณน้อยเกินไป

5. เป็นนิ่วบริเวณกรวยไต หรือการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

6. การมีเพศสัมพันธ์

7. การใช้ห่วงคุมกำเนิด หรือใช้สารทำลายเชื้ออสุจิในการคุมกำเนิด

8. วัยหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงระบบทางเดินปัสสาวะในผู้หญิง

9. การใช้สายสวนปัสสาวะในการขับปัสสาวะ

10. ได้รับการผ่าตัด หรือมีหัตถการบริเวณที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะในช่วงที่ผ่านมา

11. เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคอื่นที่ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง

โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในหญิงตั้งครรภ์

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้พบบ่อยมากไปกว่าในหญิงทั่วไป แต่การหายจากโรคจะยากกว่า และมีโอกาสเกิดซ้ำได้มากกว่า รวมถึงอาจเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าอีกด้วย ซึ่งเป็นผลมากจากการเปลี่ยนแปลงของทางเดินปัสสาวะระหว่างตั้งครรภ์ อันจะส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณไตได้ง่ายกว่า

หากคุณกำลังตั้งครรภ์ และสงสัยว่าอาจมีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ ควรรีบไปพบแพทย์อย่างทันที

ภาวะแทรกซ้อนของการเกิดโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ

ส่วนใหญ่แล้ว การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะจะไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ หากได้รับการรักษาโดยเร็ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดังต่อไปนี้

1. เกิดการติดเชื้อซ้ำ

2. เกิดความเสียหายต่อไตอย่างถาวร

3. หากเกิดในหญิงตั้งครรภ์ โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย

4. ทำให้ท่อปัสสาวะในผู้ชายตีบแคบลง

5. อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) โดยเฉพาะในกรณีที่ติดเชื้อบริเวณไต (urosepsis) ซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิต

การป้องกันการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

วิธีการต่อไปนี้ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้

1. ดื่มน้ำในปริมาณมากพอสมควร เพื่อช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียออกมาได้ง่ายขึ้น

2. หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะที่นานเกินไป

3. ทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง หลังจากปัสสาวะ หรืออุจจาระ

4. รีบถ่ายปัสสาวะโดยเร็ว หลังจากการมีเพศสัมพันธ์

5. หลีกเลี่ยงการใช้สารระงับกลิ่น, อุปกรณ์ฉีดล้าง, แป้ง หรือผลิตภัณฑ์ของสตรีอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ

6. เลือกใช้วิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ แทนการใช้ห่วงคุมกำเนิด สารทำลายเชื้ออสุจิ หรือถุงยางอนามัยที่ไม่มีสารหล่อลื่น

7. การดื่มน้ำแครนเบอรี่ อาจช่วยป้องกันการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ แม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาที่ช่วยยืนยัน แต่การดื่มน้ำแครนเบอรี่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดโทษใด ๆ ต่อร่างกาย ดังนั้นจึงสามารถดื่มได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่