สุขภาพผู้หญิง

ปวดท้องน้อยเกิดจากอะไร

รวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดท้องน้อย เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไรบ้าง
เผยแพร่ครั้งแรก 16 ม.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ปวดท้องน้อยเกิดจากอะไร

อาการปวดท้องน้อยเป็นอาการปวดท้องอีกรูปแบบซึ่งหลายคนคงเคยเผชิญมาก่อน และจะให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากอาการปวดท้องจากกระเพาะอาหาร หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร อีกทั้งอาการปวดท้องน้อยยังสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่จะพบได้มากกว่าในผู้หญิง ด้วยโครงสร้างและกลไกการทำงานของร่างกายที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดอาการนี้มากกว่า

ความหมายของอาการปวดท้องน้อย

อาการปวดท้องน้อย (Pelvic Pain) เป็นอาการปวดซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณใต้สะดือลงไปจนถึงบริเวณกระดูกเชิงกราน หรือจนถึงหัวหน่าว มักพบมากในผู้หญิง และมักเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบสืบพันธุ์ หรือเกี่ยวกับระบบขับถ่าย เช่น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

นอกจากนี้ อาการปวดท้องน้อยยังจัดเป็นอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายที่หนักหน่วงและหักโหมเกินไป หรือเกิดจากการยกของหนักบ่อยๆ ได้ด้วยเช่นกัน

สาเหตุของอาการปวดท้องน้อย

ในทางการแพทย์ อาการปวดท้องน้อยสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท ได้แก่

1ปวดท้องน้อยแบบเฉียบพลัน (Acute Pelvic pain)

เป็นอาการปวดซึ่งจะเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณผิดปกติล่วงหน้า ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และอาจหมดสติตามมาในภายหลังได้ อาการปวดท้องน้อยแบบเฉียบพลันมักจะมีสาเหตุมาจากการอักเสบ หรือการขาดเลือดของอวัยวะต่างๆ ภายในช่องท้อง ซึ่งสืบเนื่องมาจากโรคบางชนิด เช่น 

  • โรคมดลูกอักเสบ
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • โรคไส้ติ่งอักเสบ
  • โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • โรคนิ่วในไต

นอกจากนี้ อาการปวดท้องน้อยแบบเฉียบพลันในผู้หญิง ยังอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของรังไข่ หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็เป็นได้

2ปวดท้องน้อยแบบซ้ำๆ (Recurrent Pelvic Pain)

เป็นอาการปวดท้องที่พบได้ในเพศหญิงเท่านั้น โดยมีสาเหตุมาจากอาการไข่ตกและกลายเป็นประจำเดือนในเวลาต่อมา แต่หากผู้ป่วยมีอาการปวดรุนแรงมากๆ ประกอบกับมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีตกขาวเป็นสีเหลืองขุ่นและมีกลิ่นเหม็นแรง ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที 

นอกจากนี้ หากมีผู้ป่วยเพศชายเกิดอาการปวดท้องในลักษณะนี้เกิดขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์ด้วยเช่นกันเพื่อตรวจหาความผิดปกติต่อไป

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

3ปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง (Chronic Pelvic Pain)

เป็นอาการปวดท้องน้อยซึ่งพบได้บ่อยที่สุด และยังมีปัญหาในการวินิจฉัยโรคมากที่สุดด้วย เพราะผู้ป่วยจะมีอาการปวดแบบเป็นๆ หายๆ ไม่สม่ำเสมอและคาดเดาไม่ได้ ทำให้การวินิจฉัยเป็นไปได้ยากว่าตกลงอาการเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้อาการปวดลักษณะนี้จะหาสาเหตุได้ยาก แต่แพทย์ก็ได้มีการวิเคราะห์หาชนิดของโรค ซึ่งมักเป็นปัจจัยทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยแบบเรื้อรังขึ้น นั่นก็คือ โรคลำไส้แปรปรวนและมีพังผืดขึ้นในช่องท้อง 

แต่หากอาการปวดท้องน้อยลักษณะนี้เกิดในผู้ป่วยหญิง ก็อาจมีความผิดปกติอื่นๆ เข้ามาเป็นสาเหตุเพิ่มเติมได้ เช่น 

  • โรคช็อกโกแลตซีสต์
  • โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • โรคเนื้องอกในมดลูก
  • โรคถุงน้ำในรังไข่

ผลกระทบจากอาการปวดท้องน้อย 

ผลกระทบหลักๆ จากอาการปวดท้องน้อยคือ จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดและไม่สบายท้องอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะยืน เดิน หรือนั่งทำงานกับโต๊ะ ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงหลัง ต้นขา หรือก้นจนไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ และผลกระทบนี้ยังอาจลุกลามไปถึงปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ด้วย 

นอกจากนี้ อีกผลกระทบที่ร้ายแรงของอาการปวดท้องน้อยก็คือ ความเครียดจากอาการเจ็บป่วยที่อาจเรื้อรังจนส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวลได้ และหากไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการดูแลที่เพียงพอ ผู้ป่วยอาจเกิดความเครียดถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายได้

วิธีรักษาอาการปวดท้องน้อย

แพทย์จะรักษาอาการปวดท้องน้อยแตกต่างกันไปตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึงสาเหตุของโรค ความรุนแรง อายุและประวัติสุขภาพของผู้ป่วย โดยจะประกอบไปด้วยวิธีดังต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

1รักษาด้วยการให้ยา

จะมีทั้งยาแบบรับประทานและยาแบบฉีด โดยตัวยาทั่วไปที่แพทย์มักจะใช้ในการรักษาอาการปวดท้องน้อยก็คือ ยาลดการอักเสบ ยาปฏิชีวนะ และยาคุมกำเนิด (เฉพาะในผู้ป่วยเพศหญิงเท่านั้น)

2รักษาด้วยการผ่าตัด

เป็นวิธีการรักษาที่จะใช้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงมาก หรือสาเหตุของอาการปวดท้องน้อยมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีเนื้องอกขึ้นตามอวัยวะต่างๆ อย่างไรก็ตาม แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยอีกครั้งว่า ผู้ป่วยควรรักษาด้วยการผ่าตัดหรือไม่

3รักษาด้วยวิธีอื่นๆ

นอกจาก 2 วิธีการรักษาที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีการรักษาด้วยวิธีแบบอื่นๆ อีก เช่น ทำกายภาพบำบัด หรือการออกกำลังกายเพื่อรักษาอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือการฝึกบุคลิกภาพแบบใหม่ 

การรักษาอาการปวดท้องน้อยจะมีประสิทธิภาพดีหรือไม่ดี ล้วนขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วยและการวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ ซึ่งหากผู้ป่วยสามารถจดจำรายละเอียด หรือให้ข้อมูลในขณะปวดท้องได้อย่างชัดเจน แพทย์ก็มีโอกาสที่จะหาสาเหตุของอาการให้ตรงกับโรคที่เป็นอยู่ได้มากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าอาการปวดท้องน้อยจะเกิดได้มากในผู้หญิง แต่ก็มีโอกาสที่อาการนี้จะเกิดขึ้นได้ในผู้ชายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องของระบบทางเดินปัสสาวะที่อาจเกิดความผิดปกติขึ้น 

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเพศหญิงหรือชาย หากรู้สึกว่าตนเองปวดท้องน้อยหรือรู้สึกไม่สบายท้องบริเวณดังกล่าว ก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจหาความผิดปกติ และรีบหาทางรักษา ก่อนที่อาการปวดจะร้ายแรงไปมากกว่านี้


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
medlineplus.gov, Abdominal pain (https://medlineplus.gov/ency/article/003120.htm)
Jennifer Huizen, 15 possible causes of abdominal pain (https://www.medicalnewstoday.com/articles/318286.php) 15 November 2018

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป