Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การออกกำลัง

ลมปราณ พลังชีวิตพิชิตโรคร้าย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,430,368 คน

ลมปราณ พลังชีวิตพิชิตโรคร้าย

เราอาจคุ้นเคยกับคำว่า ลมปราณ มาจากหนังจีนกำลังภายใน ที่จอมยุทธ์มักฝึกฝนเพื่อการต่อสู้ หรือรักษาร่างกายจากการบาดเจ็บ แต่จริงๆ แล้ว ลมปราณ เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์ที่ลึกล้ำ ซึ่งเชื่อว่าหากเราฝึกการใช้อย่างถูกวิธี ก็สามารถช่วยรักษาสุขภาพและบำบัดโรคได้

ลมปราณคืออะไร?

ปราณ (Prana) คือพลังงานแฝงที่อยู่ในสิ่งมีชีวิตและวัตถุต่างๆ ตามตำราแพทย์จีนโบราณ และตำราโยคะของอินเดีย เชื่อว่า ปราณ มีความสำคัญเปรียบดังพลังงานของชีวิต ซึ่งเมื่อสำแดงออกมาก็จะก่อให้เกิดรูปหรือพฤติกรรมต่างๆ ปราณมีการยักย้ายถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา และอาจแบ่งได้เป็นบวกและลบ ซึ่งบวก หมายถึง เป็นประโยชน์ หรือด้านดี ส่วนลบ หมายถึง เป็นโทษต่อร่างกายและจิตใจ

ตามตำราแพทย์แผนจีน ปราณยังแบ่งออกเป็น ปราณภายใน และ ปราณภายนอก โดยปราณภายในร่างกาย จะมีเส้นทางพลังงานที่แน่นอน เพื่อขับดันอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานอย่างสมดุล ซึ่งเราเรียกว่า จิงลั่ว หรือตามวิชาโยคะ จะแบ่งเส้นทางพลังงานตามแนวกลางร่างกาย เรียกว่า จักระ โดยจักระทั้ง 7 ที่เป็นแหล่งพลังวัตร หรือแห่งพลังภายในร่างกาย ได้แก่

  • จักระที่ 1 บริเวณก้นกบ เป็นแหล่งพลังที่มีปริมาณมากในช่วงสั้นๆ และจะตื่นขึ้นเป็นบางครั้ง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ถึงจุดสุดยอด การหนาวถึงที่สุด เป็นต้น
  • จักระที่ 2 บริเวณท้องน้อย เป็นแหล่งพลังที่ฝึกให้ตื่นง่าย และนำมาใช้ได้อย่างต่อเนื่อง มักฝึกในการต่อสู้ใช้พลังทางขา
  • จักระที่ 3 บริเวณใต้ลิ้นปี่ เป็นแหล่งพลังศูนย์กลางกาย สำหรับผู้ฝึกธรรมกาย ไม่ค่อยนิยมฝึกเพื่อการต่อสู้
  • จักระที่ 4 บริเวณหัวใจ เป็นแหล่งที่สอดคล้องกับชีพจรทั่วร่าง เกี่ยวข้องกับอัตราการเต้นของหัวใจ และการส่งพลังทางแขนในการต่อสู้
  • จักระที่ 5 บริเวณลูกกระเดือก เป็นแหล่งพลังสำหรับการออกเสียง ซึ่งหากรวมกับจักระที่ 2 (ท้องน้อย) ได้ จะทำให้เสียงมีพลังก้องกังวานมาก
  • จักระที่ 6 บริเวณตาที่สาม หรือตาทิพย์ เชื่อว่าเป็นศูนย์รวมการรับรู้ สติปัญญา หรือการหยั่งรู้ที่เหนือปกติ
  • จักระที่ 7 บริเวณกระหม่อม เป็นแหล่งรับพลังจากภายนอก หรือเชื่อว่าองค์เทพที่ประทับจะมอบพลังให้ผ่านจักระนี้

นอกจากปราณภายในแล้ว ยังมีปราณภายนอก หรือพลังงานจากวัตถุต่างๆ เช่น ปราณฟ้า-ดิน ปราณหยิน-หยาง ปราณจักรวาล ปราณอาทิตย์-จันทร์ เป็นต้น ซึ่งปราณภายในและภายนอกจะต้องมีความสัมพันธ์กัน หากสามารถฝึกลมปราณถึงขั้นสูงสุด ปราณภายในกับภายนอกจะประสานและหลอมรวมสรรพสิ่งเป็นหนึ่งเดียว กล่าวกันว่า ทวารทั้งหมดและจิตใจเราจะเปิดออก ทำให้ปราณสามารถถ่ายเทหมุนเวียนจากภายในและภายนอกได้อย่างสมดุล

การฝึกลมปราณเบื้องต้นเพื่อสุขภาพ

การฝึกลมปราณนั้นมีอยู่หลายตำรา และการฝึกควบคุมพลังแต่ละส่วนก็มีความละเอียดซับซ้อน ในที่นี้เราจึงจะพูดถึงเฉพาะการฝึกเบื้องต้นที่ทำได้ง่าย เพื่อปรับสมดุลธาตุในร่างกายไม่ให้ปั่นป่วน และควบคุมจิตให้สงบ และเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นนั่นเอง             หลักของการฝึกลมปราณเพื่อสุขภาพ จะแบ่งที่มาของพลังลมปราณเป็น 2 แหล่ง ได้แก่ พลังลมปราณเย็น ซึ่งมาจากตำแหน่งหยิน หรือตำแหน่งที่อยู่เหนือสะดือขึ้นไป 2 นิ้ว เป็นพลังเหนี่ยวนำที่เกิดจากการฝึกจิต สมาธิ หรือการเพ่งไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และพลังลมปราณร้อน ซึ่งมาจากตำแหน่งหยาง หรือบริเวณท้องน้อย เป็นพลังซ่อนเร้นที่บ้าคลั่ง กราดเกรี้ยว และไม่อาจควบคุมได้ หรือก็คือพลังที่เราใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปนั่นเอง หากเราฝึกพลังลมปราณเย็น หรือหยิน จนชำนาญ เราจะสามารถควบคุมพลังลมปราณร้อน หรือหยาง ให้สงบได้ ทำให้ร่างกายและจิตใจเราเกิดสมดุล ส่งผลให้สุขภาพเราแข็งแรงขึ้น

นั่นเอง โดยการฝึกควบคุมลมปราณ จะอาศัย ฌาน หรือสมาธิ ด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก ซึ่งมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

  • ให้นั่งขัดสมาธิ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน และหลับตาลงเบาๆ
  • หายใจเข้าออกตามการปฏิบัติอานาปานสติ คือให้กำหนดรู้ที่ลมหายใจเข้าและออก
  • เมื่อจิตเป็นสมาธิ ให้ขมิบรูทวาร และหายใจเข้าให้เต็มปอด จนกลั้นไม่ไหวจึงค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก ทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง
  • ให้กำหนดเป็นนิมิตกลมสว่างขึ้นที่ท้องน้อย
  • เมื่อหายใจเข้า ให้กำหนดว่าลมหายใจเข้าสู่จมูก ผ่านอก ลงไปยังศูนย์กลางกาย พร้อมกับนิมิตกลมสว่าง (ปราณ) ก็เคลื่อนจากท้องน้อยขึ้นมายังศูนย์กลางกายเช่นกัน
  • เมื่อหายใจออก ให้กำหนดว่าลมหายใจเคลื่อนผ่านอก ออกไปทางจมูก พร้อมกับนิมิตกลมสว่าง (ปราณ) เคลื่อนจากศูนย์กลางกายกลับไปยังท้องน้อย

เมื่อฝึกไปเรื่อยๆ จนชำนาญ กลุ่มปราณจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และสามารถควบคุมทิศทางของปราณได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การฝึกลมปราณไม่ได้สำเร็จในวันเดียว แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความตั้งใจ และหากต้องการมีสุขภาพดี ก็ไม่ควรละเลยการดูแลรักษาสุขภาพตามปกติด้วย



บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป