ยาปฏิชีวนะคืออะไร ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 7, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

ยาปฏิชีวนะสามารถใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่านกลับกังวลที่ยาเหล่านี้ถูกจ่ายมาใช้มากเกินความจำเป็น

ยาปฏิชีวนะเป็นกลุ่มยาที่ถูกจ่ายมาใช้รักษาโรคติดเชื้อหลาย ๆ โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย โดยที่ยาเหล่านี้ไม่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อรา หรือโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัส เช่น ไข้หวัดธรรมดา หรือ ไข้หวัดใหญ่ ได้ แต่ว่ายังมียาอีกหลายประเภทที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อราหรือไวรัส

โฆษณาจาก HonestDocs
หายา แต่ไม่มีเวลาไปร้านขายยา?

บริการจัดส่งยาจาก HonestDocs คลิก

เลือกซื้อ

ยาปฏิชีวนะได้ถูกจำแนกไว้หลายประเภท ดังต่อไปนี้

  • กลุ่มยา Penicillins ได้แก่ Amoxil® Augmentin® (amoxicillin) และ Unasyn® (ampicillin)
  • กลุ่มยา Cephalosporins ได้แก่ Cefdinir, Rocephin® (ceftriaxone) และ  Keflex® (cephalexin)
  • กลุ่มยา Fluoroquinolones ได้แก่ Levaquin® (levofloxacin), Cipro® (ciprofloxacin), และ Avelox® (moxifloxacin)
  • กลุ่มยา Macrolides ได้แก่ Zithromax® หรือ Z-pak® (azithromycin); Ery-Tab®, Akne-Mycin®, E.E.S.®, Eryc®, และ Pediamycin® (erythromycin); Cleocin®, Cleocin T®, ClindaGel®, และ Clinda-Derm® (clindamycin)
  • กลุ่มยา Tetracyclines ได้แก่ tetracycline และ Vibramycin® (doxycycline)
  • กลุ่มยา Aminoglycosides ได้แก่ amikacin; Genoptic® และ Gentak® (gentamicin); Aktob®, Bethkis®, Kitabis Pak®, Tobi®, TobiPodhaler®, Tobradex® และ Tobrex® (tobramycin); Neo-Fradin® (neomycin)
  • กลุ่มยา Sulfonamides (ยาซัลฟา) ได้แก่ Septra® และ Bactrim® (sulfamethoxazole with trimethoprim)

(หมายเหตุ ชื่อ® = ชื่อการค้าของยาแต่ละประเภท, ชื่อในวงเล็บ = ชื่อสามัญของยาปฏิชีวนะ)

โดยยาปฏิชีวนะในแต่ละประเภทต่างมีกลไกในการกำจัดเชื้อโรคแตกต่างกัน ยาปฏิชีวนะบางประเภทสามารถฆ่าแบคทีเรียได้โดยตรง (Bactericidal) ในขณะที่บางประเภททำได้แค่เพียงให้แบคทีเรียหยุดการเพิ่มจำนวน (Bacteriostatic)

ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มยา Penicillins, Cephalosporins และ Aminoglycosides เป็นประเภทที่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้โดยตรง (Bactericidal) ในขณะที่กลุ่ม Macrolides, Tetracyclines, Sulfonamides เป็นประเภทที่ทำให้แบคทีเรียหยุดการเพิ่มจำนวน (Bacteriostatic)

คำเตือนและข้อควรระวังในการใช้ยา

เนื่องจากการแพ้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะการแพ้ยาในกลุ่ม Penicillins และยาซัลฟา สามารถพบได้บ่อย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีที่คุณควรจะหาว่ายาปฏิชีวนะที่คุณได้รับอยู่นั้นอยู่ในประเภทใด

ถึงแม้ว่าแพทย์จะไม่ได้แจ้งคุณ แต่การทานยาปฏิชีวนะที่คุณได้รับให้หมดเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้ว่าอาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม  การทานยาปฏิชีวนะให้หมดและครบตามกำหนดเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในการที่จะกำจัดการติดเชื้อไปได้หมดสิ้น หากคุณไม่ได้ปฏิบัติตัวดังกล่าว การติดเชื้อนั้นก็อาจจะคงเหลืออยู่และทำให้อาการต่าง ๆ ที่เริ่มดีขึ้นกลับมาเป็นใหม่ได้อีกครั้ง และหากมีการติดเชื้อเกิดขึ้นใหม่ การรักษาก็จะยากและลำบากมากขึ้น

นอกจากนี้ ยาปฏิชีวนะที่คุณได้รับจากแพทย์อาจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าไรนัก เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียมีการดื้อต่อยาตัวนั้นแล้วนั่นเอง

การดื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotic resistance)

ปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะเป็นปัญหาที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วยาปฏิชีวนะหลายประเภทที่สามารถรักษาโรคติดเชื้อหนึ่ง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถทำหน้าที่ได้เช่นนั้นอีกต่อไป

การใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินความจำเป็นทำให้เกิดปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ซึ่งการดื้อยานี้เกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรียสามารถที่จะเติบโตและเพิ่มจำนวนได้ แม้ว่าจะมียาปฏิชีวนะอยู่แล้วก็ตาม

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention; CDC) ได้กล่าวไว้ว่า “ยาปฏิชีวนะนั้นได้ถูกจ่ายอย่างไม่เหมาะสม แม้ว่าจะไม่มีความจำเป็น หรือ การใช้ยาผิดขนาด โดยมีจำนวนมากถึง 50 เปอร์เซนต์”

นอกจากนี้ยาปฏิชีวนะจำนวนมากที่ใช้ในอเมริกา (มากกว่า 75 เปอร์เซนต์) ไม่ได้ใช้เพื่อการรักษาความเจ็บป่วย แต่ได้ใช้ในการปศุสัตว์เพื่อป้องกันโรค และกระตุ้นการเจริญเติบโต

การดื้อยาสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อยาปฏิชีวนะถูกจ่ายให้กับภาวะหรือโรคต่าง ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่

  • ไข้หวัดธรรมดา (Cold)
  • โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
  • กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (Viral gastroenteritis)
  • อาการไอ (Coughs)
  • อาการเจ็บคอ (Sore throats)

ทั้งนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ได้มีประโยชน์สำหรับภาวะหรือโรคต่าง ๆ ข้างต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาอีกด้วย

อาการผลข้างเคียงทั่วไป

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่คนทั่วไปสามารถใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีผลข้างเคียงอะไร แต่ก็สามารถพบผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ ได้แก่

  • ผิวไวต่อแสงมากขึ้น (sun sensitivity)
  • ปวดท้อง
  • ท้องเสีย
  • การติดเชื้อราในช่องคลอด
  • การรู้สึกรับรสโลหะ (metallic taste in the mouth)
  • การแพ้ยา, เกิดผื่นคัน
  • ปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างเฉียบพลันรุนแรง (Anaphylaxis)

อย่างไรก็ตาม มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่รุนแรงในยาปฏิชีวนะบางประเภท เช่น Augmentin® (amoxicillin and clavulanate) และ clindamycin ที่อาจทำให้เกิดท้องเสียรุนแรงได้ โดยมีอาการคือถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำปริมาณมากและบ่อยครั้ง ร่วมกับมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง

หากเกิดผลข้างเคียงรุนแรงดังข้างต้นให้หยุดการใช้ยาปฏิชีวนะนั้นทันที และไปพบแพทย์ เพราะคุณอาจต้องเปลี่ยนชนิดของยาปฏิชีวนะ

นอกจากนี้ ยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง เช่น ฟันเหลืองดำหรือฟันตกกระในฟันน้ำนม (tooth discoloring) สูญเสียการได้ยิน (hearing loss) หรือมีอันตรายต่อไต (kidney problems)

ปฏิกิริยาต่อกันของยา (Drug Interactions)

ยาปฏิชีวนะสามารถมีปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ได้ แต่ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น   Zithromax® หรือ Z-Pak® (azithromycin) โดยปกติแล้วไม่มีปฏิกิริยาระหว่างยาต่าง ๆ มากเท่าไรนัก

แต่ว่าในกลุ่มยา fluoroquinolonesและ tetracyclines จะไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ดีหากมีการทานพร้อมกับแคลเซียม เหล็ก ยาลดกรด เช่น Tums® หรือ Maalox® กับอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีแคลเซียม เช่น นม เนยแข็ง และถั่วเปลือกแข็ง

ดังนั้น หากคุณจำเป็นต้องทานยา ผลิตภัณฑ์เสริมที่มีส่วนประกอบของแคลเซียม หรือเหล็ก ผลิตภัณฑ์จากนม และถั่วเปลือกแข็ง ให้คุณทานยาปฏิชีวนะก่อนที่จะรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้นอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทอลซิลโตจะมีวิธีการรักษาอย่างไรครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พาสุนัขไปทำหมันมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีไข้ 103-104 ร่าเริง แต่ไม่ค่อยกินอาหาร หมอให้ฉีกยาแก้ไข ยาปฏิชีวนะ ยาบำรุงตับ 3 เข็มฉีดมาวันที่ 3 มีก้อนบวมขึ้น หมอบอกว่าเป็นฝี ใช้การตรวจจากสายตา และมือคลำไม่ได้ x-ray เจ้าของเกรงว่าหมา...
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หมดอายุละทานได้ไหมครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
HPV สามารถป้องกันได้อย่างไรคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่