ยาปฏิชีวนะคืออะไร ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 354,061 คน

ยาปฏิชีวนะสามารถใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่านกลับกังวลที่ยาเหล่านี้ถูกจ่ายมาใช้มากเกินความจำเป็น

ยาปฏิชีวนะเป็นกลุ่มยาที่ถูกจ่ายมาใช้รักษาโรคติดเชื้อหลาย ๆ โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย โดยที่ยาเหล่านี้ไม่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อรา หรือโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัส เช่น ไข้หวัดธรรมดา หรือ ไข้หวัดใหญ่ ได้ แต่ว่ายังมียาอีกหลายประเภทที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้รักษาโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อราหรือไวรัส

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ยาปฏิชีวนะได้ถูกจำแนกไว้หลายประเภท ดังต่อไปนี้

  • กลุ่มยา Penicillins ได้แก่ Amoxil® Augmentin® (amoxicillin) และ Unasyn® (ampicillin)
  • กลุ่มยา Cephalosporins ได้แก่ Cefdinir, Rocephin® (ceftriaxone) และ  Keflex® (cephalexin)
  • กลุ่มยา Fluoroquinolones ได้แก่ Levaquin® (levofloxacin), Cipro® (ciprofloxacin), และ Avelox® (moxifloxacin)
  • กลุ่มยา Macrolides ได้แก่ Zithromax® หรือ Z-pak® (azithromycin); Ery-Tab®, Akne-Mycin®, E.E.S.®, Eryc®, และ Pediamycin® (erythromycin); Cleocin®, Cleocin T®, ClindaGel®, และ Clinda-Derm® (clindamycin)
  • กลุ่มยา Tetracyclines ได้แก่ tetracycline และ Vibramycin® (doxycycline)
  • กลุ่มยา Aminoglycosides ได้แก่ amikacin; Genoptic® และ Gentak® (gentamicin); Aktob®, Bethkis®, Kitabis Pak®, Tobi®, TobiPodhaler®, Tobradex® และ Tobrex® (tobramycin); Neo-Fradin® (neomycin)
  • กลุ่มยา Sulfonamides (ยาซัลฟา) ได้แก่ Septra® และ Bactrim® (sulfamethoxazole with trimethoprim)

(หมายเหตุ ชื่อ® = ชื่อการค้าของยาแต่ละประเภท, ชื่อในวงเล็บ = ชื่อสามัญของยาปฏิชีวนะ)

โดยยาปฏิชีวนะในแต่ละประเภทต่างมีกลไกในการกำจัดเชื้อโรคแตกต่างกัน ยาปฏิชีวนะบางประเภทสามารถฆ่าแบคทีเรียได้โดยตรง (Bactericidal) ในขณะที่บางประเภททำได้แค่เพียงให้แบคทีเรียหยุดการเพิ่มจำนวน (Bacteriostatic)

ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มยา Penicillins, Cephalosporins และ Aminoglycosides เป็นประเภทที่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้โดยตรง (Bactericidal) ในขณะที่กลุ่ม Macrolides, Tetracyclines, Sulfonamides เป็นประเภทที่ทำให้แบคทีเรียหยุดการเพิ่มจำนวน (Bacteriostatic)

คำเตือนและข้อควรระวังในการใช้ยา

เนื่องจากการแพ้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะการแพ้ยาในกลุ่ม Penicillins และยาซัลฟา สามารถพบได้บ่อย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีที่คุณควรจะหาว่ายาปฏิชีวนะที่คุณได้รับอยู่นั้นอยู่ในประเภทใด

ถึงแม้ว่าแพทย์จะไม่ได้แจ้งคุณ แต่การทานยาปฏิชีวนะที่คุณได้รับให้หมดเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้ว่าอาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม  การทานยาปฏิชีวนะให้หมดและครบตามกำหนดเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในการที่จะกำจัดการติดเชื้อไปได้หมดสิ้น หากคุณไม่ได้ปฏิบัติตัวดังกล่าว การติดเชื้อนั้นก็อาจจะคงเหลืออยู่และทำให้อาการต่าง ๆ ที่เริ่มดีขึ้นกลับมาเป็นใหม่ได้อีกครั้ง และหากมีการติดเชื้อเกิดขึ้นใหม่ การรักษาก็จะยากและลำบากมากขึ้น

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

นอกจากนี้ ยาปฏิชีวนะที่คุณได้รับจากแพทย์อาจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าไรนัก เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียมีการดื้อต่อยาตัวนั้นแล้วนั่นเอง

การดื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotic resistance)

ปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะเป็นปัญหาที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วยาปฏิชีวนะหลายประเภทที่สามารถรักษาโรคติดเชื้อหนึ่ง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถทำหน้าที่ได้เช่นนั้นอีกต่อไป

การใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินความจำเป็นทำให้เกิดปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ซึ่งการดื้อยานี้เกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรียสามารถที่จะเติบโตและเพิ่มจำนวนได้ แม้ว่าจะมียาปฏิชีวนะอยู่แล้วก็ตาม

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention; CDC) ได้กล่าวไว้ว่า “ยาปฏิชีวนะนั้นได้ถูกจ่ายอย่างไม่เหมาะสม แม้ว่าจะไม่มีความจำเป็น หรือ การใช้ยาผิดขนาด โดยมีจำนวนมากถึง 50 เปอร์เซนต์”

นอกจากนี้ยาปฏิชีวนะจำนวนมากที่ใช้ในอเมริกา (มากกว่า 75 เปอร์เซนต์) ไม่ได้ใช้เพื่อการรักษาความเจ็บป่วย แต่ได้ใช้ในการปศุสัตว์เพื่อป้องกันโรค และกระตุ้นการเจริญเติบโต

การดื้อยาสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อยาปฏิชีวนะถูกจ่ายให้กับภาวะหรือโรคต่าง ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่

  • ไข้หวัดธรรมดา (Cold)
  • โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
  • กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (Viral gastroenteritis)
  • อาการไอ (Coughs)
  • อาการเจ็บคอ (Sore throats)

ทั้งนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ได้มีประโยชน์สำหรับภาวะหรือโรคต่าง ๆ ข้างต้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาอีกด้วย

อาการผลข้างเคียงทั่วไป

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่คนทั่วไปสามารถใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีผลข้างเคียงอะไร แต่ก็สามารถพบผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ ได้แก่

  • ผิวไวต่อแสงมากขึ้น (sun sensitivity)
  • ปวดท้อง
  • ท้องเสีย
  • การติดเชื้อราในช่องคลอด
  • การรู้สึกรับรสโลหะ (metallic taste in the mouth)
  • การแพ้ยา, เกิดผื่นคัน
  • ปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างเฉียบพลันรุนแรง (Anaphylaxis)

อย่างไรก็ตาม มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่รุนแรงในยาปฏิชีวนะบางประเภท เช่น Augmentin® (amoxicillin and clavulanate) และ clindamycin ที่อาจทำให้เกิดท้องเสียรุนแรงได้ โดยมีอาการคือถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำปริมาณมากและบ่อยครั้ง ร่วมกับมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง

หากเกิดผลข้างเคียงรุนแรงดังข้างต้นให้หยุดการใช้ยาปฏิชีวนะนั้นทันที และไปพบแพทย์ เพราะคุณอาจต้องเปลี่ยนชนิดของยาปฏิชีวนะ

นอกจากนี้ ยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง เช่น ฟันเหลืองดำหรือฟันตกกระในฟันน้ำนม (tooth discoloring) สูญเสียการได้ยิน (hearing loss) หรือมีอันตรายต่อไต (kidney problems)

ปฏิกิริยาต่อกันของยา (Drug Interactions)

ยาปฏิชีวนะสามารถมีปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ได้ แต่ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น   Zithromax® หรือ Z-Pak® (azithromycin) โดยปกติแล้วไม่มีปฏิกิริยาระหว่างยาต่าง ๆ มากเท่าไรนัก

แต่ว่าในกลุ่มยา fluoroquinolonesและ tetracyclines จะไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ดีหากมีการทานพร้อมกับแคลเซียม เหล็ก ยาลดกรด เช่น Tums® หรือ Maalox® กับอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีแคลเซียม เช่น นม เนยแข็ง และถั่วเปลือกแข็ง

ดังนั้น หากคุณจำเป็นต้องทานยา ผลิตภัณฑ์เสริมที่มีส่วนประกอบของแคลเซียม หรือเหล็ก ผลิตภัณฑ์จากนม และถั่วเปลือกแข็ง ให้คุณทานยาปฏิชีวนะก่อนที่จะรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้นอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
Rocephin (ceftriaxone) คืออะไร?
Rocephin (ceftriaxone) คืออะไร?

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทอลซิลโตจะมีวิธีการรักษาอย่างไรครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พาสุนัขไปทำหมันมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีไข้ 103-104 ร่าเริง แต่ไม่ค่อยกินอาหาร หมอให้ฉีกยาแก้ไข ยาปฏิชีวนะ ยาบำรุงตับ 3 เข็มฉีดมาวันที่ 3 มีก้อนบวมขึ้น หมอบอกว่าเป็นฝี ใช้การตรวจจากสายตา และมือคลำไม่ได้ x-ray เจ้าของเกรงว่าหมา...
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หมดอายุละทานได้ไหมครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
HPV สามารถป้องกันได้อย่างไรคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่