ความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ หรือภาวะมาเนีย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 621,777 คน


โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

ความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ หรือภาวะมาเนีย (Mania) คือภาวะทางจิตวิทยาที่ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม (Euphoria) มีความอยู่ไม่สุข (Hyperactivity) และหลงผิด (Delusions) อย่างหาสาเหตุไม่ได้ ภาวะนี้จัดเป็นอาการทั่วไปของภาวะอารมณ์สองขั้ว หรือภาวะไบโพลาร์ (Bipolar Disorder)

ความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ อาจจัดเป็นภาวะอันตราย เพราะขณะที่มีอาการกำเริบอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหรือรับประทานอาหารได้ตามปกติ และมีโอกาสที่ผู้ป่วยภาวะนี้จะทำพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่างๆ เช่น การทำร้ายตนเอง เพราะพวกเขาอาจประสบกับการเห็นภาพหลอนหรือปัญหาการมองเห็นที่ผิดปกติด้านการรับรู้ต่าง ๆ (Perceptual Disturbances)

อาการของความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ

ผู้ที่อยู่ในภาวะรู้สึกสบายมากกว่าปกติ หรือภาวะมาเนีย จะมีความรู้สึกตื่นเต้น เคลิบเคลิ้ม อยู่ไม่สุข  เห็นภาพหลอน หรือหลงผิด เเนื่องจากรู้สึกว่าจนเองมีพลังงานมากล้นจนทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานเร็วขึ้น โดยผู้ป่วยบางคนอาจมีความรู้สึกกลัว หรือวิตกกังวลรุนแรง และเมื่อไรก็ตามที่พลังงานเริ่มลดต่ำลง ผู้ป่วยก็อาจเปลี่ยนไปเป็นโรคซึมเศร้าแทน

ผู้ที่อยู่ในภาวะรู้สึกสบายมากกว่าปกติ อาจมีการนึกคิดและการพูดจาที่เร็วมาก ซึ่งจะทำให้นอนไม่หลับหรือมีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดน้อยลง ซึ่งผู้ป่วยบางคนอาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมา

สาเหตุของความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ

ปัจจัยทางกรรมพันธุ์อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ หรือภาวะมาเนียขึ้น แต่บางคนก็อาจมีแนวโน้มประสบกับภาวะนี้ได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ เนื่องจากภาวะทางการแพทย์หรือโรคทางจิตต่างๆ เช่น โรคอารมณ์สองขั้ว เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติขึ้นมาได้ รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ได้แก่ การเสียชีวิตของบุคคลอันเป็นที่รัก ความเครียดด้านการเงิน ความเครียดจากความสัมพันธ์ และการเจ็บป่วย เช่น ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism)

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

การวินิจฉัยความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ

แพทย์หรือจิตแพทย์สามารถประเมินความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติในผู้ป่วยได้ด้วยการสอบถามอาการ การพูดคุย และการสังเกตอาการของผู้ป่วย

จากคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (The Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders (DSM)) ได้ระบุเกณฑ์ที่ใช้ตรวจจับภาวะมาเนียกำเริบไว้ว่า การกำเริบจะต้องกินระยะเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์หรือน้อยกว่า หากผู้ป่วยกำลังอยู่ในโรงพยาบาล และจะต้องมีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 3 อาการ ได้แก่

  • ถูกดึงความสนใจไปที่อื่นได้ง่าย เนื่องจากมีสมาธิจดจ่อสั้นลง
  • มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือหุนหันพลันแล่น (Impulsive) ซึ่งรวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การลงทุนกับธุรกิจ หรือมีกิจกรรมทางเพศที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ
  • มีการนึกคิดรวดเร็ว
  • มีการนอนหลับที่น้อยลง
  • มีความนึกคิดแบบย้ำคิดย้ำทำ

การกำเริบของอาการมาเนียส่งผลลบต่อการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ของผู้ป่วย เช่นเดียวกับการทำงานหรือการเรียนอย่างมาก  ทำให้การกำเริบของภาวะนี้หลาย ๆ ครั้งจำต้องจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อปรับอารมณ์ผู้ป่วยให้ได้และป้องกันการทำร้ายตนเองของคนไข้

ตัวอย่างเช่นคนไข้มาเนียอาจมีการเห็นภาพหลอนหรือหลงผิดได้ อย่างเช่นพวกเขาคิดว่าตนเองมีชื่อเสียงหรือมีพลังเหนือธรรมชาติ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะที่อาจเป็นมาเนียกำเริบ อาการที่เกิดจะต้องไม่ได้เป็นผลมาจากอิทธิพลจากภายนอกอย่างเช่นการใช้ยาหรือการดื่มแอลกอฮอล์

การรักษาความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ

การใช้ยา เป็นแนวทางรักษาความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติ หรือภาวะมาเนียในขั้นตอนแรก ยาที่ใช้จะมีเป้าหมายเพื่อปรับสมดุลอารมณ์ของคนไข้ และลดความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองลง ซึ่งจะต้องจ่ายโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงเท่านั้น โดยยาที่ใช้มีดังนี้

  • Lithium (เช่น Cibalith-S, Eskalith, Lithane)
  • ยารักษาโรคจิต (Antipsychotics) เช่น Aripiprazole (Abilify), Olanzapine (Zyprexa), Quetiapine (Seroquel) และ Risperidone (Risperdal)
  • ยาต้านชัก (Anticonvulsants) เช่น Alprazolam (Niravam, Xanax), Chlordiazepoxide (Librium), Clonazepam (Klonopin), Diazepam (Valium) หรือ Lorazepam (Ativan)
  • ยาต้านชัก เช่น Valproic acid (Depakene, Stavzor), Divalproex (Depakote) หรือ Lamotrigine (Lamictal)
  • Benzodiazepines เช่น Alprazolam (Niravam, Xanax), Chlordiazepoxide (Librium), Clonazepam (Klonopin), Diazepam (Valium) หรือ Lorazepam (Ativan)

นอกจากการใช้ยาแล้ว ยังมีการรักษาด้วยการบำบัดทางจิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรับรู้ถึงตัวกระตุ้นความรู้สึกสบายมากจนผิดปกติของตนเอง และยังเป็นการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยจัดการกับความเครียดของตนเองได้ดีมากขึ้น

ที่มาของข้อมูล

Rachel Nall, euphoric mood (https://www.healthline.com/symptom/euphoric-mood), 4 ธันวาคม 2013

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทำไมเป็นความดันสูงฉีดยาคุมกำเนิดไม่ได้ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
กินยา Ponstan ทุกเดือนเวลาประจำเดือนมาจะเป็นอันตรายมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คุณยายปวดขาปวดเข่ามากค่ะพอจะมีวิธีรักษาไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่