ถุงน้ำตับอ่อนคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

แม้ว่าถุงน้ำตับอ่อนจะไม่มีอาการแต่ก็ทำให้อาจเกิดอันตรายจนต้องผ่าตัดได้

ตับอ่อนมีขนาดประมาณ 6 นิ้ว (15 เซนติเมตร) เป็นอวัยวะที่เป็นต่อมอยู่ที่ท้องด้านบนซ้ายหลังกระเพาะอาหาร มีหน้าที่หลัก คือ หลั่งเอนไซม์ย่อยอาหารเพื่อย่อยอาหารในลำไส้เล็กและหลั่งฮอร์โมน (โดยเฉพาะอินซูลินและกลูคากอน) เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจมีกระเปาะลักษณะคล้ายถุงเกิดขึ้นที่ผิวหรือในเนื้อตับอ่อนเรียกว่าซิสต์ตับอ่อน (pancreatic cyst) หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าเนื้อตับอ่อนตายที่มีผนังล้อมรอบ (walled-off pancreatic necrosis)

โดยซิสต์หรือถุงน้ำนี้เป็นถุงน้ำธรรมดาหรือจะกลายเป็นมะเร็งก็ได้ โดยถุงน้ำธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็งมักเกิดจากการอักเสบของตับอ่อนถุงน้ำแท้และถุงน้ำเทียม โดยทั่วไปถุงน้ำแท้ของตับอ่อนมีสองกลุ่มใหญ่ๆ แบ่งตามชนิดของของเหลวในถุงน้ำ ได้แก่ ซีรัสซิสต์ (Serouscysts) เป็นถุงน้ำที่มีน้ำเหลวใส และ มิวซินัสซิสต์ (mucinous cysts) เป็นถุงน้ำที่มีน้ำที่หนืดข้นกว่า

โดยซีรัสซิสต์เป็นถุงน้ำที่ไม่มีทางเป็นมะเร็ง แต่มิวซินัสซิสต์จะเริ่มจากเป็นถุงน้ำธรรมดาแล้วจะกลายเป็นมะเร็งหากไม่รักษา และมิวซินัสซิสต์ยังแบ่งเป็นชนิดย่อยๆ อีก เช่น มิวซินัส ซิสติก นีโอพลาสซึม (mucinous cystic neoplasms) ซึ่งมีเนื้อเยื่อรังไข่อยู่ในถุงน้ำ และ อินทราดัคตอล ปาปิลลารี มิวซินัส นีโอพลาสซึม (intraductal papillary mucinous neoplasms) ซึ่งเกิดที่ท่อตับอ่อนหลัก

ถุงน้ำของตับอ่อนจำนวนมากเป็นถุงน้ำเทียม ซึ่งจะไม่มีทางเป็นมะเร็ง โดยถุงน้ำแท้คือถุงที่มีเยื่อหุ้มเป็นเซลล์ที่ชื่อว่า เอพิธีเลียลเซลล์ (epithelial cell) ขณะที่ถุงน้ำเทียมเป็นโพรงหรือที่ว่างในตับอ่อน ซึ่งล้อมรอบด้วยไยพังผืดที่ไม่ใช่เอพิธีเลียล (non-epithelial tissue)

ถุงน้ำเทียมเกิดจากตับอ่อนอักเสบทั้งแบบฉับพลันและเรื้อรัง

การอักเสบของตับอ่อนเกิดขึ้นเมื่อเอนไซม์ย่อยอาหารทำงานเร็วกว่าปกติจึงย่อยเซลล์ของตับอ่อนเอง ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังมักเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเป็นเวลานาน ส่วนตับอ่อนอักเสบฉับพลันมักเกิดจากนิ่วในทางเดินน้ำดี (เกิดมากขึ้นเมื่อดื่มแอลกอฮอล์) ประมาณ 5-16% ของผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบแบพลันจะเกิดถุงน้ำเทียมของตับอ่อนและประมาณ 20-40% ของผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบเรื้อรังก็จะเกิดถุงน้ำเทียมของตับอ่อนตามมา อ้างอิงจากรายงานในปี ค.ศ. 2006 ของวารสารโรคระบบตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี (Journal HPB)

ยังไม่เป็นที่ทราบชัดเจนว่า ถุงน้ำแท้ของตับอ่อนเกิดขึ้นจากอะไร แต่อาจเกิดจากโรคทางพันธุกรรมที่พบได้ยากบางโรค เช่น โรควอน ฮิปเปิ้ล-ลินเดา (von Hippel-Lindau disease) และโรคถุงน้ำในไต (polycystic kidney disease) ซึ่งทั้งสองโรคมีแนวโน้มที่จะเกิดถุงน้ำในหลายๆ อวัยวะ

อาการและภาวะแทรกซ้อนของถุงน้ำที่ตับอ่อน

ถุงน้ำที่ตับอ่อนรวมถึงถุงน้ำเทียมนั้นมักจะไม่มีอาการ แต่หากมีอาการ เช่น

  • คลื่นไส้ และอาเจียน
  • ปวดท้องส่วนบนและอาจร้าวไปหลังและไหล่ ปวดมากขึ้นหลังจากกินอาหารหรือดื่มแอลกอฮอล์ (ซึ่งเป็นอาการของตับอ่อนอักเสบเช่นกัน)
  • ท้องอืด

ถุงน้ำที่ตับอ่อนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น

  • การติดเชื้อที่ถุงน้ำ
  • ดีซ่าน (ตัวเหลืองตาเหลือง) จะเกิดเมื่อถุงน้ำขนาดใหญ่ไปอุดกั้นท่อน้ำดีรวม (common bile duct)
  • ความดันในระบบพอร์ทัลสูง (Portal hypertension) คือมีความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดดำพอร์ทัล (portal vein) ของระบบทางเดินอาหาร

ถุงน้ำเทียมอาจแตกได้และทำให้เส้นเลือดใกล้เคียงเสียหายเกิดเลือดออกปริมาณมากได้ ถุงน้ำเทียมที่แตกนั้นจะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุช่องท้องซึ่งเป็นการติดเชื้อของเยื่อบุผนังช่องท้อง (peritoneum) ที่อันตรายถึงชีวิต

การตรวจหาและการรักษาถุงน้ำที่ตับอ่อน

ถุงน้ำที่ตับอ่อนสามารถตรวจด้วยภารถ่ายภาพหลายวิธี ได้แก่

  • อัลตราซาวน์ทางหน้าท้อง
  • อัลตราซาวน์ส่องกล้อง (endoscopic) ซึ่งเป็นอัลตราซาวน์โดยใช้ท่อบางๆ ยาวๆ ที่เรียกว่า เอนโดสโคป (endoscope)ใส่เข้าไปทางปากลงไปตามทางเดินอาหาร
  • เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ ซีที (CT)
  • การสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ เอ็มอาร์ไอ (MRI) และมีเอ็มอาร์ไอแบบพิเศษที่ใช้สำหรับตับ ท่อน้ำดี ถุงน้ำดี และตับอ่อน เรียกว่า คอแลงจีโอแพนครีเอโตกราฟฟี (cholangiopancreatography)
  • การส่องกล้องตรวจระบบทางเดินน้ำดีและตับอ่อน เป็นวิธีการใช้กล้องเอนโดสโคปร้วมกับการเอ็กซเรย์เพื่อดูทางเดินน้ำดีและท่อตับอ่อน

การผ่าตัดเป็นการรักษาขั้นแรกของถุงน้ำที่เป็นมะเร็ง ถุงน้ำธรรมดาที่มีขนาดใหญ่ และถุงน้ำธรรมดาที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งสูง โดยเทคนิคการผ่าตัดขึ้นกับตำแหน่งของถุงน้ำ ส่วนถุงน้ำเทียมมักจะหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจจำเป็นต้องเจาะถุงน้ำถ้ามีอาการตลอดไม่ลดลงหรือมีขนาดใหญ่กว่า 2.3 นิ้ว (6 เซนติเมตร) หรือถุงน้ำไปอุดกั้นท่อตับอ่อนหรือท่อน้ำดี

ศัลยแพทย์อาจทำทางเชื่อมระหว่างถุงน้ำกับอวัยวะข้างเคียงกับลำไส้แทนที่จะระบายน้ำจากถุงน้ำโดยตรง ซึ่งทำให้น้ำย่อยจากตับอ่อนที่อยู่ในถุงน้ำระบายออกจากร่างกายได้ โดยการทำทางเชื่อมระหว่างถุงน้ำกับผนังด้านหลังของกระเพาะอาหารเรียกว่า ซิสโตแกสตรอสโตมี (cystogastrostomy) เชื่อมกับลำไส้เล็กเรียกว่า ซิสโตเจจูนอสโตมี (cystojejunostomy) หรือเชื่อมกับลำไส้ส่วนแรกเรียกว่า ซิสโตดูโอดีนอสดตมี (cystoduodenostomy)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่