โรคเริม (Herpes) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 24, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

เริมคือโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อย ตุ่มน้ำเล็กๆ เหล่านี้สามารถติดต่อได้และมักจะทำให้เจ็บ

เริมเป็นโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยมาก  เมื่อติดเชื้อนี้แล้วเชื้อจะอยู่ในร่างกายไปตลอดชีวิต มากกว่าครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันเคยเป็นเริมที่ปาก และมากถึง 1 ใน 6 ของชาวอเมริกันเคยเป็นเริมที่อวัยวะเพศ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่คนที่คุณรู้จักจะเคยเป็นเริม

เริม (Herpes) เป็นตุ่มน้ำขนาดเล็ก มักเจ็บ และเกิดขึ้นที่บริเวณใกล้กับปาก บางครั้งอาจเรียกว่า fever blisters หรือ oral herpes เริมเป็นโรคติดต่อและสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสน้ำลายหรือผิวหนัง โรคนี้ไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่มักจะหายไปได้เองใน 1-2 สัปดาห์ และไม่ได้ทำให้เกิดแผลเป็นใดๆ การรักษาด้วยยาและวิธีอื่นๆ สามารถช่วยลดอาการปวดจากตุ่มน้ำเหล่านี้ได้

โรคเริม เกิดจากเชื้อไวรัส 2 ชนิด คือ herpes simplex virus ชนิด 1 (HSV-1) และ herpes simplex virus ชนิด 2 (HSV-2)  ไวรัสทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถทำให้เกิดตุ่มพอง ตุ่มน้ำ ได้ที่บริเวณอวัยวะเพศหญิง ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก อวัยวะเพศชาย ถุงอัณฑะ ก้น ต้นขาด้านใน ริมฝีปาก ปาก ลำคอ และพบได้น้อยที่ดวงตา

เริมจะติดต่อผ่านการสัมผัสกับรอยแผล ตุ่มน้ำ บริเวณรอยโรค พบได้ขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก ทางทวารหนัก และการจูบ  เริมอาจทำให้มีอาการคัน เป็นแผลตุ่มน้ำ ซึ่งสามารถเป็นและหายเองได้  ผู้คนจำนวนมากที่เคยเป็นเริมอาจไม่มีอาการของตุ่มพอง หรือตุ่มน้ำใด ๆ ทำให้เขาไม่รู้ว่าตนเองกำลังติดเชื้อนี้อยู่  คุณสามารถแพร่เชื้อเริมได้แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการหรือไม่มีตุ่มน้ำใดๆ

ปัจจุบันไม่มีวิธีในการรักษาการติดเชื้อเริมให้หายขาด แต่ยาที่มีในปัจจุบันจะช่วยบรรเทาอาการและลดโอกาสการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น  ข่าวดีก็คือการแพร่ระบาดของโรคเริมเริ่มลดน้อยลง  แม้ว่าโรคนี้จะทำให้เกิดความรำคาญและเจ็บปวดได้ แต่ไม่ใช่โรคที่อันตราย คนที่เป็นโรคเริม สามารถมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีเพศสัมพันธ์ และมีชีวิตได้ตามปกติ

เริมเกิดจากอะไร

เริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อ herpes simplex virus หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า herpes ไม่ใช่ทุกคนที่มีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้วจะเป็นเริม เชื้อ herpes simplex virus นี้มี 2 สายพันธุ์ ซึ่งเริมส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อสายพันธุ์ที่ 1 (HSV-1) ในขณะที่เชื้อสายพันธุ์ที่ 2 มักทำให้เกิดตุ่มบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อมีการติดเชื้อ HSV-1 แล้ว เชื้อจะคงอยู่ในร่างกายตลอดไป แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ทำให้เกิดอาการ

ปัจจัยบางอย่างสามารถกระตุ้นให้เชื้อไวรัสกลับมาทำให้เกิดโรคเริมกำเริบขึ้นได้ ปัจจัยดังกล่าว ประกอบด้วย

  • การติดเชื้อไวรัสหรือเป็นไข้
  • มีการเปลี่ยแปลงฮอรโมน (มักเกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนในผู้หญิง)
  • ความเครียด
  • อ่อนเพลีย
  • การถูกแสงแดดหรือลม
  • การเปลี่ยนแปลงในระบบภูมิคุ้มกัน

คุณจะติดเชื้อเริมได้อย่างไร

เริมจะติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับรอยโรคที่ผิวหนัง กล่าวคืออวัยวะเพศหรือปากสัมผัสกับตุ่มน้ำ ตุ่มพองของผู้ติดเชื้อ ซึ่งจะเกิดขึ้นขณะมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทวารหนัก หรือทางช่องคลอด

เริมสามารถติดต่อได้แม้ว่าอวัยวะเพศชายหรือลิ้นจะไม่ได้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอด ทวารหนัก หรือปากก็ตาม และไม่จำเป็นต้องถึงจุดสุดยอดหรือมีการหลั่งน้ำอสุจิ ก็สามารถแพร่เชื้อเริมได้  โดยสรุปคือแค่สัมผัสผิวหนังที่มีรอยโรคอยู่ ก็สามารถติดต่อได้โดยง่าย  รวมถึงการจูบกับผู้ที่มีแผลเริมที่ปากด้วย

ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ ปาก และตา เป็นบริเวณที่สามารถติดเชื้อได้ง่าย บริเวณอื่นๆ ของร่างกายก็อาจติดเชื้อได้ ถ้ามีช่องทางให้เชื้อเข้าไปได้ เช่น รอยบาดแผลที่ผิวหนัง ผื่นที่ผิวหนัง เป็นต้น  การติดเชื้อเริมไม่จำเป็นต้องผ่านการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น บางครั้งคุณสามารถติดเชื้อเริมผ่านวิธีอื่นได้ เช่น ผู้ปกครองที่มีรอยโรคเริมจูบลูกที่ปาก เป็นต้น  ผู้คนจำนวนมากที่เคยเป็นเริมที่ปาก จะเคยเป็นตั้งแต่วัยเด็ก แม่สามารถแพร่เชื้อเริมไปสู่ลูกขณะคลอดลูกได้ แต่พบได้น้อย

คุณสามารถแพร่เชื้อเริมไปที่บริเวณอื่นๆ ของร่างกายคุณได้ ถ้าคุณมีการสัมผัสกับแผลตุ่มพอง ตุ่มน้ำ และนำไปสัมผัสที่บริเวณอื่นต่อ โดยไม่ได้ล้างมือก่อน เช่น ปาก อวัยวะเพศ หรือตา และวิธีนี้ก็เป็นช่องทางในการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นด้วย

เริมเป็นโรคที่ติดต่อได้มาก หากแผลมีลักษณะตุ่มพอง ตุ่มน้ำใส ตุ่มน้ำเปิดออก เพราะว่าของเหลวในแผลนั้นมีเชื้อเริมอยู่ ซึ่งจะทำให้ติดต่อไปยังผู้อื่นได้ แต่เริมก็สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้แม้ว่าจะไม่มีรอยแผลที่ผิวหนังใดๆ เลยก็ตาม

ผู้คนจำนวนมากติดโรคเริมจากคนอื่นแม้ว่าคนนั้นจะไม่มีรอยโรคที่ผิวหนังเลย  เพราะว่าเชื้อนี้อยู่ในร่างกายได้นานเป็นปีปี โดยไม่มีอาการใดๆ จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ได้ว่าคุณติดโรคเริมนี้มาตั้งแต่เมื่อไร และติดด้วยวิธีใด  นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมมีคนจำนวนมากติดโรคเริมนี้

ไวรัสเริมเป็นไวรัสที่ตายได้ง่ายเมื่ออยู่ภายนอกร่างกาย คุณจะไม่ติดเชื้อเริมจากการกอด จับมือ ไอ จาม หรือใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อื่น

อาการและการวินิจฉัย

อาการของเริมสามารถเป็นได้หลายแบบขึ้นอยู่กับว่าเป็นการเกิดโรคครั้งแรกหรือว่าเคยเป็นมาก่อน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะเริ่มเป็นเริมครั้งแรกในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น อาการของเริมครั้งแรก ประกอบด้วย

  • ตุ่มเจ็บบริเวณริมฝีปาก แก้ม ปาก จมูก หรือคอหอย (ซึ่งอาจแตกและเกิดเป็นสะเก็ดได้)
  • เจ็บปากและเจ็บคอ
  • คอบวม
  • เป็นไข้และปวดเมื่อยตามร่างกาย

คุณอาจจะยังมีตุ่มเจ็บเกิดขึ้นได้อีกเมื่อเป็นเริมอีกครั้ง แต่มักจะไม่เป็นอาการอื่นๆ อีก การเป็นเริมครั้งแรกมักเป็นอยู่ได้นาน 10-14 วัน ในขณะที่การเป็นเริมครั้งหลังมักจะคงอยู่น้อยกว่า 8 วัน เริมมักเกิดที่บริเวณภายนอกปากแต่ก็สามารถพบได้ในปากเช่นกัน หากตุ่มเหล่านี้เกิดขึ้นภายในปาก บางครั้งอาจเกิดที่บริเวณเหงือกหรือเพดานปากได้ บางคนอาจรู้สึกว่าจะเป็นเริมประมาณ 1 วันก่อนที่จะขึ้นเป็นตุ่ม ความรู้สึกเหล่านี้ ประกอบด้วย

  • รู้สึกปวด
  • รู้สึกแสบร้อน
  • รู้สึกเจ็บแปลบ
  • รู้สึกคัน

คุณควรไปพบแพทย์หากมีอาการรุนแรงหรือไม่สามารถดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ แต่คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์หากอาการไม่รุนแรงและตุ่มน้ำเหล่านี้ไม่ได้กระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณมากนัก โดยทั่วไปแพทย์สามารถวินิจฉัยเริมได้จากเพียงแค่การมอง แต่อาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมว่ามีการติดเชื้อไวรัส HSV-1 หรือไม่โดยการนำสารน้ำจากตุ่มไปตรวจ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ต้องการการตรวจเพิ่มเติม

เริมกับร้อนในแตกต่างกันยังไง

เริมนั้นไม่เหมือนกับร้อนใน โดยร้อนในเป็นตุ่มสีแดงหรือขาวที่เจ็บและเกิดขึ้นด้านในปาก โดยปกติแล้วร้อนในมักจะเกิดที่เหงือก ด้านในของริมฝีปากหรือแก้ม หรือบนลิ้น และไม่ได้ทำให้เกิดเป็นตุ่มน้ำหรือเป็นสะเก็ด และร้อนในนั้นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ Herpes และไม่ใช่โรคติดต่อ

ความแตกต่างระหว่างเริมที่อวัยวะเพศ และ เริมที่ปาก คืออะไร

เพราะว่าเชื้อโรคเริมมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันคือ HSV-1 และ HSV-2 ซึ่งสามารถอยู่ได้ในหลายๆ บริเวณของร่างกาย ทำให้เกิดการสับสนได้ว่าจะต้องเรียกการติดเชื้อนั้นว่าเป็นเริมประเภทไหน แต่จริงๆ แล้วง่ายมาก:

  • เมื่อคุณติดเชื้อเริมไม่ว่าจะเป็น HSV-1 หรือ HSV-2 ที่บริเวณรอบๆ อวัยวะเพศ (อวัยวะเพศหญิง ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก อวัยวะเพศชาย ถุงอัณฑะ ก้น ต้นขาด้านใน   เราจะเรียกว่าเป็นเริมที่อวัยวะเพศ
  • หากคุณติดเชื้อเริมไม่ว่าจะเป็น HSV-1 หรือ HSV-2 ที่บริเวณรอบๆ ริมฝีปาก ปากและลำคอ เราจะเรียกว่าเป็นเริมที่ปาก

โดยทั่วไป HSV-1 จะก่อให้เกิดโรคเริมที่ปาก และ HSV-2 จะก่อให้เกิดโรคเริมที่อวัยวะเพศ แต่ละสายพันธุ์จะชอบมีชีวิตอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่ว่าทั้งสองสายพันธุ์นี้ก็สามารถก่อโรคที่บริเวณอื่นได้ด้วย เช่น คุณสามารถติดเชื้อ HSV-1 บนอวัยวะเพศได้ ถ้าอีกฝ่ายมีแผลเริมที่ปาก และมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปากที่อวัยวะเพศของคุณ  และคุณสามารถติดเชื้อ HSV-2 ที่ปากได้ด้วย ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปากที่อวัยวะเพศของอีกฝ่ายที่ติดเชื้อ HSV-2 อยู่

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่