Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การผ่าตัด

การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoidectomy)

การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก คืออะไร?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 960,919 คน

การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoidectomy)

การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก คือการผ่าตัดเพื่อนำเส้นเลือดดำที่โป่งพองบริเวณทวาร หรือริดสีดวงออกไป โดยริดสีดวงสามารถทำให้เกิดอาการเลือดออก ปวด คัน แสบ หรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก 

ก่อนการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก

หากรับประทานยา วิตามิน หรืออาหารเสริมอยู่ ให้แจ้งแพทย์ทันที เพราะแพทย์อาจพิจารณาให้หยุดใช้ยาบางชนิด เช่น Aspirin Advil (Ibuprofen) Aleve (Naproxen) ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Coumadin (Warfarin) Eliquis (Apixaban) Xarelto (Rivaroxaban) หรือ Plavix (Clopidogrel bisulfate) ก่อนการผ่าตัด นอกจากนี้ แพทย์อาจให้งดน้ำและอาหารทุกชนิด 6-12 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด ซึ่งผู้เข้ารับการผ่าตัดควรปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ขั้นตอนการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก

ก่อนการผ่าตัดจะเริ่มขึ้น แพทย์อาจเลือกใช้ยาชาเฉพาะที่ การบล็อกไขสันหลัง หรือการดมยาสลบก็ได้ ขึ้นอยู่กับวิธีการผ่าตัดซึ่งมีหลายวิธี อาการของโรคและสุขภาพทางกายของผู้เข้ารับการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะลงมีดเล็กๆ บริเวณรอบริดสีดวงทวาร ก่อนจะใช้มีด กรรไกร หรือไฟฟ้าจี้เพื่อนำริดสีดวงออก 

ในบางครั้งแพทย์อาจเลือกใช้วิธีการเย็บหรือใช้ยางรัดที่ริดสีดวง เพื่อไม่ให้มีเลือดมาเลี้ยงบริเวณที่เป็นริดสีดวงเพิ่มขึ้น ทำให้ริดสีดวงมีขนาดเล็กลง หรืออาจใช้การฉีดสารเคมีเพื่อทำให้ริดสีดวงมีขนาดเล็กลงก็ได้

หลังการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก

ผู้เข้ารับการผ่าตัด สามารถกลับบ้านได้เลยหลังจากผ่าตัดริดสีดวงทวารเสร็จ หลังผ่าตัดอาจรู้สึกเจ็บปวดบริเวณแผลได้บ้าง สามารถรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งได้ และควรแช่ก้นในน้ำอุ่นประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้แผลสะอาดและมีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้แผลหายเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์

หลังการผ่าตัด ควรเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตบางอย่าง เพื่อไม่ให้ริดสีดวงกลับมาเป็นซ้ำอีก เช่น

  • รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นอุจจาระ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการนั่งนานๆ

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป