Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
เบาหวาน

อินซูลิน (Insulin) คืออะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 925,860 คน

อินซูลิน (Insulin) คืออะไร

ความหมายของอินซูลิน

อินซูลินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ช่วยร่างกายในการปรับระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ให้สูงเกินไป (hyperglycemia) หรือต่ำเกินไป (hypoglycemia) โดยถูกค้นพบสำหรับการรักษาโรคเบาหวานในช่วงปีค.ศ. 1920-1929 โดยก่อนหน้าที่จะมีการค้นพบอินซูลิน โรคเบาหวานนั้นไม่สามารถรักษาได้และจบลงที่ความตาย 

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจเบาหวานวันนี้ เริ่มที่ 594 บาท

คนไทยกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 5 ล้านคนต่อปี

Istock 908625742

การผลิตอินซูลิน

อินซูลินถูกผลิตขึ้นมาจากเซลล์พิเศษที่อยู่ในตับอ่อนซึ่งมีชื่อว่า เบต้า (beta cells) และในเวลาทานอาหาร เซลล์เบต้าจะหลั่งอินซูลินออกมาเพื่อช่วยให้ร่างกายใช้น้ำตาลในเลือด หรือเก็บสะสมไว้ 

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เนื่องจากเซลล์เบต้าถูกทำลาย ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ หรือร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 ผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจมีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาฉีดอินซูลิน (สังเคราะห์ หรือ จากธรรมชาติ) เพื่อช่วยร่างกายในการปรับระดับน้ำตาลในเลือด 

สาเหตุที่ทำให้การผลิตอินซูลินผิดปกติ 

การผลิตอินซูลินที่ไม่เพียงพอต่อร่างกายจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานขึ้น แล้วปัจจัยอะไรบ้างส่งผลให้อินซูลินในร่างกายผิดปกติ

ความอ้วน 

ไขมันส่วนเกินในร่างกายของผู้เป็นโรคอ้วนจะทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปจัดการน้ำตาลและไขมันต่างๆ ในร่างกายได้ ส่งผลให้เกิดภาวะก่อนเป็นเบาหวานตามมา

ความผิดปกติของตับอ่อน 

ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตอันซูลิน ซึ่งถ้าตับอ่อนเสื่อมสภาพหรือเกิดความผิดปกติ ก็จะมีผลต่อการผลิตอินซูลินให้เพียงพอต่อร่างกาย

ยีน 

เพราะยีนเป็นสารพันธุกรรมที่มีบทบาทต่อการผลิตอินซูลินในร่างกาย ถ้ายีนในร่างกายมีความผิดปกติ หรือกลายพันธุ์ ความสามารถในการผลิตอินซูลิน และการลดระดับน้ำตาลในเลือดก็จะบกพร่องตามไปด้วย เช่น โรคเบาหวานประเภทโมโนเจนิก ซึ่งเป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากยีนในร่างกายที่ผิดปกติ หรือกลายพันธุ์มาจากพ่อแม่ 

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

ชนิดของอินซูลิน

แพทย์จะสั่งอินซูลินแบบฉีดสำหรับรักษาโรคเบาหวาน โดยมีต่างไปหลายชนิดได้แก่

อินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์เร็ว 

อินซูลินชนิดนี้จะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30 นาทีหลังจากคุณฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง แต่และจะออกฤทธิ์มากที่สุดใน 1 ชั่วโมง ยังคงมีฤทธิ์อยู่ได้ถึง 2-4 ชั่วโมง โดยปกติแล้วจะให้ในเวลาก่อนอาหาร โดยใช้ร่วมกับอินซูลินที่ออกฤทธิ์ระยะยาว 

ยาอินซูลิน Afrezza เป็นตัวอย่างหนึ่งของอินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์เร็ว สามารถใช้โดยการสูดหายใจผ่านทางปากเข้าไป ซึ่งสะดวกสำหรับผู้ป่วยหลายคน

อินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์สั้น 

อินซูลินชนิดนี้จะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30 นาทีหลังจากคุณเริ่มฉีด แต่จะออกฤทธิ์มากที่สุดใน 2-3 ชั่วโมง และยังคงมีฤทธิ์อยู่ถึง 3-6 ชั่วโมง โดยปกติแล้วจะให้ก่อนอาหาร ร่วมกับอินซูลินที่ออกฤทธิ์ระยะยาว

อินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์ปานกลาง 

อินซูลินชนิดนี้จะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังจากคุณเริ่มฉีด แต่จะออกฤทธิ์มากที่สุดใน 12 ชั่วโมง และยังคงมีฤทธิ์อยู่ถึง 12-18 ชั่วโมง โดยปกติแล้วจะให้ 2 ครั้งต่อวัน ร่วมกับอินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์เร็ว หรือ สั้นร่วมด้วย

อินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์ระยะยาว  

อินซูลินชนิดนี้จะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากคุณเริ่มฉีดไปแล้วหลายชั่วโมง จะออกฤทธิ์นานได้ถึง 24 ชั่วโมง และสามารถใช้ร่วมกับอินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์เร็ว หรือ สั้นได้ แพทย์ของคุณจะช่วยคุณตัดสินใจเกี่ยวกับชนิด และรูปแบบของอินซูลินว่า ปากกาฉีด (เช่น Toujeo) เข็มฉีดยา หรือตัวปั้ม คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวโรคและการใช้ชีวิตของคุณ

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

อินซูลินปั๊ม (Insulin Pump) 

อินซูลินปั้มเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่จะช่วยฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว หรือสั้น ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งวัน โดยฉีดผ่านท่อเล็ก ๆ ที่จะฝังไว้ใต้ผิวหนังของคุณ อินซูลินปั้มถูกนิยมใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แต่ก็สามารถใช้ได้ในผู้ป่วย โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เช่นกัน

อาหารที่ช่วยในการหลั่งอินซูลิน

เพื่อให้ฮอร์โมนอินซูลินมีการทำงานที่สม่ำเสมอ และลดความเสี่ยงต่ออาการของโรคเบาหวานที่รุนแรงขึ้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อฮอร์โมนอินซูลินจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีตัวอย่างอาหารที่สามารถเลือกรับประทานได้ต่อไปนี้

  • แอปเปิ้ลเขียว: แอปเปิ้ลเขียวอาจไม่ได้เข้าไปช่วยเรื่องการหลั่งอินซูลินโดยตรง แต่จะเป็นการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอโดยไม่เร็วจนเกินไป และจะเปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับร่างกายอย่างช้าๆ ทั้งยังอิ่มท้องนานกว่าขนมหวานทั่วไป จึงจัดเป็นอาหารว่างสำหรับการลดน้ำหนักได้ดี และเป็นผลไม้ที่ช่วยเรื่องประสิทธิภาพการขับถ่ายด้วย
  • ส้มโอ: ในส้มโอมีวิตามินซีและเส้นใยสูง และมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของหลอดเลือด และสร้างสมดุลให้อินซูลิน รวมถึงระดับน้ำตาลในเลือด
  • ขิง: สมุนไพรไทยที่ทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดลดลง และส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณการหลั่งของอินซูลิน สามารถในรูปแบบผสมกับอาหารได้ หรือจะเป็นเครื่องดื่มได้เช่นกัน
  • กระเทียม: ในกระเทียมมีสารอัลซิลิน (allicin) ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดไขมันกับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต และเพิ่มประสิทธิภาพการหลั่งของอินซูลินได้
  • อบเชย: เป็นอีกสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ และยังช่วยควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ 

ผักไร้แป้ง (Non-starchy vegetables)

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าผักไม่มีแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตผสมอยู่เลย แต่ความจริงแล้วผักจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ

  • ผักมีแป้ง ซึ่งมีสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดคนได้ 
  • ผักไร้แป้ง เป็นผักซึ่งไม่มีสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตอยู่ และเหมาะสำหรับการรับประทานเพื่อเพิ่มความสมดุลให้อินซูลิน เช่น
    • แครอท
    • ถั่วงอก
    • แตงกวา
    • ฟัก 
    • ฟักทอง
    • กะหล่ำปลี
    • ผักกาดหอม

คุณสามารถรับประทานผักได้ด้วยการปรุงอาหารหลายรูปแบบ อย่าข้อควรระวังก็คืออย่าใส่น้ำตาล เกลือมากเกินไปเพื่อป้องกันไขมันและโซเดียมที่อาจได้รับเกินความจำเป็น 

ธัญพืชโฮลเกรน (Whole grains)

อาหารประเภทที่มีธัญพืชจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ทางที่ดีที่สุดสำหรับการทานธัญพืชคือการมองหาอาหารที่ทำจากธัญพืช 100% เพราะอาหารที่มีการดัดแปลงธัญพืชมาใช้ในส่วนผสมส่วนใหญ่มักไม่ได้ให้คุณค่าทางสารอาหารมากเท่าที่ควร 

อาหารธัญพืชโฮลเกรนที่ได้รับความนิยมจะได้แก่

  • ขนมปังกรอบแครกเกอร์
  • ขนมปังธัญพืช
  • ข้าวโพดคั่ว
  • ข้าวกล้อง
  • เส้นพาสต้า
  • ข้าวโอ๊ต

โกโก้ (Cacao)

ในโกโก้จะมีสารเคมี epicatechin ซึ่งจะช่วยควบคุมความดันเลือดให้คงที่ และเพิ่มการหลั่งอินซูลินให้มากขึ้น โดยเครื่องดื่มและขนมยอดนิยมที่ผสมโกโก้ไว้จะเป็น Dark Chocolate แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คืออาหารประเภทที่มีโกโก้เป็นส่วนผสมส่วนใหญ่ มักมีส่วนผสมของนมและน้ำตาลรวมอยู่ด้วย เวลาที่เลือกซื้อขอให้ดูรายละเอียดของส่วนผสมอาหารว่ามีปริมาณน้ำตาลมากน้อยขนาดไหน 

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานสามารถรับประทาน Dark Chocolate ได้ แต่ต้องจำกัดปริมาณอยู่ที่ 1-2 ชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กต่อวันเท่านั้น

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อควบคุมการหลั่งอินซูลินไม่เพียงแต่ทำให้ลดความเสี่ยงของอาการโรคเบาหวานเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่นของร่างกายอีกด้วย เช่น

  • มีภาวะอารมณ์ที่คงที่ ไม่ซึมเศร้าและสดชื่นขึ้น
  • ลดอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า
  • ทำให้ระบบการทำงานของเส้นเลือดและสมองดีขึ้น
  • ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในโรคบางชนิด เช่น โรคเกี่ยวกับระบบประสาท โรคไตเรื้อรัง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่