มะเร็งและโรคร้าย

โรคริดสีดวงทวาร มีเลือดออกขณะขับถ่ายและหลังขับถ่าย

โรคริดสีดวงคืออะไร บอกสาเหตุและอาการ รวมถึงวิธีการรักษาและป้องกัน
เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 28 มิ.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 12 นาที
โรคริดสีดวงทวาร มีเลือดออกขณะขับถ่ายและหลังขับถ่าย

โรคริดสีดวงทวารเป็นอีกหนึ่งในโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่ายที่หลายคนมักจะได้ยินกันบ่อยๆ เพราะสาเหตุส่วนมากของโรคริดสีดวงทวารนี้เกิดมาจากพฤติกรรมการขับถ่ายที่ผิดๆ ซึ่งหลายคนมักไม่รู้ตัวนั่นเอง 

ความหมายและสาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) คือ โรคที่เกิดจากหลอดเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่ และทวารหนักมีอาการบวม โป่งพอง และมีหลอดเลือดบางส่วนยื่นออกมาจากทวารหนัก 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจและรักษาริดสีดวงทวารวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 940 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

192

โดยเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และมักเกิดจากพฤติกรรมการขับถ่ายของแต่ละบุคคล เช่น  

  • ภาวะท้องผูกเรื้อรัง
  • ท้องเสียบ่อย
  • พฤติกรรมชอบเบ่งอุจจาระอย่างแรง
  • ชอบนั่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะขับถ่าย
  • มักใช้ยาสวนอุจจาระ หรือยาระบายบ่อยเกินความจำเป็น
  • มีภาวะโรคตับแข็ง ซึ่งมีผลทำให้เลือดดำเกิดการอุดตัน จนเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง
  • อายุที่มากขึ้นและกล้ามเนื้อเริ่มหย่อนยาน จนทำให้เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อชื่อว่า "เบาะรอง" เลื่อนลงมาจนยื่นออกมาจากทวารหนัก
  • บุคคลในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก
  • มีพฤติกรรมที่ต้องยกของ หรือออกแรงเบ่งมากๆ

ประเภทของโรคริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. ริดสีดวงทวารภายใน (Internal Hemorrhoids) หมายถึง โรคริดสีดวงทวารซึ่งตัวหลอดเลือดที่โป่งพองจะอยู่ที่บริเวณเหนือทวารหนักขึ้นไป

    จึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นหรือคลำหาเจอได้ อีกทั้งโรคริดสีดวงชนิดนี้จะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดอะไร หากยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น

  2. ริดสีดวงทวารภายนอก (External Hemorrhoids) หมายถึง โรคริดสีดวงซึ่งเกิดบริเวณปากรอยย่นของทวารหนัก สามารถเห็นและคลำเจอติ่งเนื้อที่ปกคลุมหลอดเลือดที่โป่งพองได้

    อีกทั้งติ่งเนื้อซึ่งยื่นออกมานั้นยังมีปลายประสาทที่รับความรู้สึกได้ด้วย ผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงชนิดนี้จึงอาจเผชิญความรู้สึกเจ็บปวดได้ โดยเฉพาะเวลาขับถ่ายอุจจาระ

อาการของโรคริดสีดวง

อาการของโรคริดสีดวง แบ่งออกเป็น 4 ระยะ โดยความรุนแรงจะเพิ่มตามระยะที่เป็น ได้แก่

  • ระยะที่ 1:  มีเส้นเลือดดำโป่งพองในทวารหนัก มีเลือดไหลออกมาเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระ หรือหากกำลังท้องผูก เลือดก็จะออกมากขึ้นกว่าเดิม

  • ระยะที่ 2:  หัวริดสีดวงทวารโตมากขึ้นและติ่งเนื้อจะเริ่มโผล่ออกมาพ้นปากทวารหนัก เวลาเบ่งอุจจาระจะสามารถมองเห็นได้มากขึ้น และจะหดกลับได้เองหลังขับถ่ายเสร็จแล้ว

  • ระยะที่ 3:  หัวริดสีดวงทวารเริ่มโผล่ออกมามากกว่าเดิมและไม่ใช่แค่เวลาขับถ่ายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเวลาผู้ป่วยไอ จาม หรือยกของหนักๆ ที่ต้องเกร็งท้อง เพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะเกิดการเบ่ง ทำให้หัวริดสีดวงทวารโผล่ออกมาข้างนอก และไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เองอีก นอกจากต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับเข้าไป

  • ระยะที่ 4:  หัวริดสีดวงโตมากขึ้น สามารถมองเห็นจากภายนอกได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีอาการบวม อักเสบและมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงมาก ได้แก่ 
    • ทวารหนักผู้ป่วยมีเลือดออกอยู่เสมอ 

    • ระหว่างนี้ผู้ป่วยอาจมีน้ำเหลืองหรือเมือกลื่น และอุจจาระหลุดออกมาได้ ทำให้เกิดความสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น และเปียกชื้นอยูตลอดเวลา 

    • ผู้ป่วยอาจมีอาการคันที่ขอบปากทวารร่วมด้วย  บางครั้งอาจถึงขั้นเน่าและอักเสบมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การติดเชื้อได้ง่าย

      และหากผู้ป่วยยังมีเลือดออกอยู่เรื่อยๆ ก็จะทำให้ตัวเริ่มซีด อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลดลง และเกิดอาการหน้ามืดได้

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคริดสีดวงทวาร

ด้วยตัวโรคซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะเลือดออกและการเคลื่อนตัวของอวัยวะ จึงทำให้นอกจากอาการหลักๆ ของโรคที่จะทำให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ทรมานแล้ว ผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารบางกลุ่มยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ด้วย โดยลักษณะของภาวะแทรกซ้อน จะแบ่งออกได้ดังนี้

  1. การตกเลือด หากผู้ป่วยมีเลือดไหลออกทางทวารหนักอยู่ตลอดเวลา เมื่อระยะเวลาผ่านไปก็จะทำให้เกิดภาวะขาดเลือด ความดันโลหิตตก โลหิตจาง หรือหากมีเลือดออกทีละเล็กน้อย แต่นานและเรื้อรัง ก็จะนำไปสู่สาเหตุของโรคโลหิตจางชนิดขาดธาตุเหล็ก (Iron deficiency anemia) ได้ ซึ่งภาวะนี้จะสังเกตได้จากระหว่างวัน ผู้ป่วยจะมีอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลียง่าย วิงเวียนศีรษะ เบื่ออาหาร มือเท้าเย็น ปากแห้ง และเจ็บหน้าอก

  2. ลิ่มเลือดอุดตัน หมายถึง เลือดที่จับตัวกันเป็นก้อนอยู่ภายในติ่งเนื้อริดสีดวง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง มักพบมากในโรคริดดวงทวารชนิดภายนอก 


  3. การบีบรัดของริดสีดวง พบได้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีติ่งเนื้อริดสีดวงโผล่ออกมาด้านนอกทวารหนักอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งติ่งเนื้อดังกล่าวจะไม่มีเลือดถูกส่งมาเลี้ยงจนทำให้เกิดภาวะขาดเลือด และทำให้หูรูดของทวารหนักเกิดการหดตัว จนลุกลามกลายเป็นการอักเสบและบวมอย่างหนัก

    รวมถึงทำให้มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นภายในติ่งเนื้อริดสีดวงร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง

การวินิจฉัยโรคริดสีดวงทวาร

การวินิจฉัยโรคริดสีดวงทวาร อาจแบ่งตามชนิดของริดสีดวง ดังนี้

  • สำหรับโรคริดสีดวงทวารชนิดภายนอก: แพทย์จะตรวจทวารหนักเมื่อพบว่าผู้ป่วยมีแนวโน้มจะเป็นโรคริดสีดวงทวาร

    เพราะโรคริดสีดวงทวารชนิดภายนอกสามารถตรวจได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไร เพราะผู้ป่วยส่วนมากมักจะมีติ่งเนื้อยื่นออกมาให้เห็นชัดเจนอยู่แล้ว

  • สำหรับโรคริดสีดวงชนิดภายใน: แพทย์จะตรวจทวารหนักด้วยการสอดนิ้วเพื่อคลำหาความผิดปกติภายในทวารหนัก หรืออาจใช้เครื่องมือส่องกล้องพิเศษ เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคให้แม่นยำมากขึ้น

  • สำหรับผู้ป่วยที่อาการยังไม่ชัดเจน: ในผู้ป่วยที่อาการยังไม่ชัดเจนหรือมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย รวมไปถึงผู้ป่วยสูงอายุ แพทย์มักจะใช้วิธีการเอกซเรย์ (X-Rays) เพื่อตรวจลำไส้ใหญ่

    หรือใช้วิธีการสวนแป้งแบเรียม (Barium enema) เพื่อหาความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ และวินิจฉัยโรคให้แน่ใจว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคมะเร็งลำไส้ หรือโรคที่เป็นสาเหตุทำให้ถ่ายเป็นเลือดหรือเกิดความผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหาร

การรักษาโรคริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจและรักษาริดสีดวงทวารวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 940 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

192

1. รักษาด้วยตนเอง 

หากคุณเป็นโรคริดสีดวงในระยะที่ 1 หรือระยะที่ 2 คุณสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตนเอง โดยการใส่น้ำอุ่นในกะละมังใบใหญ่ เทด่างทับทิมผสมกับน้ำจนกลายเป็นสีชมพูจางๆ (หรือจะแช่น้ำอุ่นอย่างเดียวก็ได้)

จากนั้นให้นั่งแช่ลงในกะละมังประมาณ 15-20 นาที ควรทำทั้งก่อนและหลังถ่ายอุจจาระ เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ และลดการขยายตัวของหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก

2. เหน็บยารักษาริดสีดวง 

ในปัจจุบันมียาเหน็บรักษาริดสีดวงหลายยี่ห้อและหลายชนิดให้คุณได้เลือก แต่แนะนำให้คุณเลือกยาเหน็บที่มีส่วนผสมของเบนโซเคน (Benzocaine) 1 กรัม และลาโนลิน (Lanolin) 15 กรัม เพราะเป็นตัวยาสำคัญในการรักษาโรคริดสีดวงทวารให้ดีขึ้นได้

3. รักษาโดยการฉีดยา 

มักใช้เพื่อรักษาโรคริดสีดวงทวารภายในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 หรือโรคริดสีดวงทวารที่มีเลือดออกมาก

โดยแพทย์จะฉีดสารเคมีเข้าไปที่บริเวณชั้นใต้ผิวหนังที่มีขั้วของติ่งเนื้อริดสีดวงอยู่ ซึ่งสารเคมีดังกล่าวจะทำให้เกิดพังพืดไปอุดกั้นหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงริดสีดวง หลังจากนั้นเลือดจะหยุดไหล และติ่งเนื้อริดสีดวงจะฝ่อไปในที่สุด 

แต่ในขณะที่ฉีด แพทย์จะต้องระมัดระวังไม่ฉีดเข้าติ่งเนื้อริดสีดวงโดยตรง เพราะจะทำให้สารเคมีเข้าเส้นเลือด และทำให้ผู้ป่วยแน่นหน้าอก รวมถึงปวดท้องด้านบนได้ 

4. การรักษาโดยการใช้ยางรัด 

การใช้ยางรัดหัวของติ่งเนื้อริดสีดวงที่โผล่ออกมา จะทำให้ติ่งเนื้อขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง และจะฝ่อจนหลุดไปเองตามธรรมชาติ วิธีนี้ใช้สำหรับริดสีดวงทวารในระยะที่ 1 ระยะที่2 และระยะที่ 3

5. การผ่าตัด 

ใช้รักษาโรคริดสีดวงทวารในระยะที่ 3 และระยะ 4 เพราะในระยะนี้ติ่งเนื้อริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มาก จนไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้เองอีก

การผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของริดสีดวงทวาร รวมทั้งความชำนาญของศัลยแพทย์ด้วย

เช่น หากผู้ป่วยมีติ่งเนื้อริดสีดวง 1-2 ตำแหน่ง แพทย์อาจต้องใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยในการตัดริดสีดวงทวารโดยไม่ต้องใช้ไหมเย็บแผล 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจและรักษาริดสีดวงทวารวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 940 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

192

แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีริดสีดวงทวารตั้งแต่ 3 ตำแหน่งขึ้นไป แพทย์อาจต้องใช้เครื่องมือตัดต่อเยื่อบุลำไส้ชนิดกลม

โดยการตัดและเย็บแบบนี้จะเกิดตามแนวเส้นรอบวงของช่องทวารหนัก วิธีการผ่าตัดบบนี้มีข้อดีคือ แพทย์จะสามารถตัดติ่งเนื้อริดสีดวงออกได้ทุกหัว และไม่ทำให้รูทวารหนักแคบลงด้วย

นอกจากนี้ผู้ป่วยจะไม่มีแผลภายนอกเลย อีกทั้งอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดก็ไม่ร้ายแรงมาก

การเตรียมก่อนการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

สิ่งที่สำคัญคือ คุณควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาทุกชนิดที่กำลังรับประทานอยู่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพราะผู้ป่วยอาจจำเป็นจะต้องหยุดยาบางชนิด เช่น Aspirin, Advil (Ibuprofen), Aleve (Naproxen)

ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Coumadin (Warfarin), Eliquis (Apixaban) และ Xarelto (Rivaroxaban) หรือ Plavix (Clopidogrel, Bisulfate) หลายวันก่อนการผ่าตัด

นอกจากนี้ คุณควรแจ้งแพทย์ด้วยหากตนเองสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้ากว่าปกติ และคุณอาจต้องงดน้ำและอาหารทุกชนิดเป็นเวลา 6-12 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด และควรปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การปฏิบัติตนหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

คุณสามารถอาจกลับบ้านได้เลยหลังจากผ่าตัด แต่ไม่ควรขับรถกลับบ้านด้วยตนเองและควรมีญาติหรือคนใกล้ชิดช่วยขับให้แทน และหากคุณมีอาการปวดหลังการผ่าตัด ก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ตามที่แพทย์สั่ง

นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำให้คุณแช่ก้นในน้ำอุ่นประมาณ 15-20 นาที เพราะจะช่วยทำให้บริเวณแผลผ่าตัดสะอาดและมีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น คุณสามารถสอบถามแพทย์ได้ว่าจำเป็นต้องแช่น้ำอุ่นบ่อยแค่ไหน ซึ่งทั้งนี้ อาการต่างๆ จะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

ความเสี่ยงของการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดประกอบด้วยการติดเชื้อ มีเลือดออก กลั้นอุจจาระไม่ได้ และมีอาการปวดเวลาปัสสาวะ

การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

ระยะเวลาพักฟื้นของผู้ป่วยจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและระยะเวลาการผ่าตัด รวมถึงความรุนแรงและจำนวนของริดสีดวงทวารที่ผ่าตัดออกไป แต่โดยส่วนมากแล้ว ผู้ป่วยจะเริ่มอาการดีขึ้นในวันที่ 3-4 หลังการผ่าตัด และดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้น

ส่วนเรื่องการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยปกติแล้วผู้ป่วยจะสามารถกลับมาทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้แรงมากได้ภายในเวลา 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด และสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติภายในเวลา 2 สัปดาห์

อาการปวดหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยซึ่งใช้วิธีรักษาโดยการผ่าตัดจะรู้สึกปวดในช่วงสัปดาห์แรกหลังการรักษา และเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่เลือกวิธีการรักษาโดยการฉีดยาให้ฝ่อ ผู้ป่วยที่ใช้วิธีการผ่าตัดจะมีอาการปวดมากกว่าพอสมควร

สำหรับระดับของความเจ็บปวดของผู้ป่วยหลังการรักษา นอกจากเรื่องรูปแบบการรักษาแล้ว ความรุนแรงของริดสีดวงทวารก่อนการผ่าตัดยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับความเจ็บปวดไม่เท่ากันด้วย โดยในช่วงสัปดาห์แรกหลังการรักษา ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บแผลมากเวลาเบ่งอุจจาระ และอาจรู้สึกเจ็บเวลาต้องโน้มตัว นั่งยองๆ ยกของ หรือเปลี่ยนท่าจากยืนเป็นนั่ง

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการเจ็บระหว่างขับถ่ายอุจจาระหลังการผ่าตัด ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้ยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง หรือการรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารไม่เพียงพอด้วย และนอกจากความรู้สึกเจ็บระหว่างขับถ่ายอุจจาระแล้ว ผู้ป่วยก็อาจเกิดอาการปวดขณะปัสสาวะได้เช่นกัน 

วิธีแก้อาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

สำหรับวิธีแก้อาการเจ็บปวดจากแผลหลังการผ่าตัดนั้นทำได้ไม่ยาก ซึ่งส่วนมากจะเป็นการแก้ไขไปตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น

  • แพทย์จะจ่ายยาทำให้อุจจาระนิ่มในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด เพื่อลดอาการเจ็บขณะขับถ่าย

  • ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องอาการท้องผูก และทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในขณะต้องเบ่งอุจจาระ

  • ผู้ป่วยควรนั่งหรือนอนอยู่กับที่ในวันแรกๆ หลังการผ่าตัด

  • ให้ผู้ป่วยนั่งแช่น้ำอุ่นระดับความสูง 2-3 นิ้วเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและอาการคันที่เกิดขึ้น โดยให้ใช้โถพิเศษคล้ายกระโถน และสามารถทำได้หลายๆ ครั้งต่อวันด้วย

  • แพทย์อาจสั่งจ่ายยาทาเฉพาะที่ให้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและตำแหน่งที่ผ่าตัดริดสีดวงออก

การติดเชื้อหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

การติดเชื้อเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดรักษาริดสีดวงทวาร เนื่องจากอุจจาระซึ่งเป็นสิ่งสกปรกสามารถเข้าไปปนเปื้อนตำแหน่งที่ผ่าตัดริดสีดวงได้ และทำให้เกิดการติดเชื้อในภายหลัง

และหากคุณสังเกตว่าตนเองมีเลือดออกเล็กน้อยบริเวณแผลผ่าตัดระหว่างเข้าห้องน้ำ หรือติดกางเกงชั้นในก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะนั่นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น 

แต่อย่างไรก็ตาม หากปริมาณเลือดที่ออกเริ่มมีมากขึ้นผิดปกติ คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที และเลือดที่ออกยังสามารถเพิ่มปริมาณขึ้นได้ในระหว่างที่คุณอุจจาระประมาณ 48-72 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการรักษาโรคริดสีดวงทวาร

โดยปกติแล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคริดสีดวงทวารมักจะอาย และไม่กล้าไปพบแพทย์ บางรายก็อาจหันไปใช้แพทย์ทางเลือกแทน โดยใช้วิธีรักษาด้วยการฉีดยาสมุนไพร จนกระทั่งแผลเน่าและรูทวารตีบ 

ซึ่งในกรณีนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องรักษาด้วยการขยายรูทวาร และดันผิวหนังที่ยื่นนูนออกมาให้กลับเข้าไปภายใน ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงมากระหว่างการรักษา 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการรักษาโรคริดสีดวงทวารที่หลายคนเข้าใจผิดอีก เช่น

  • หลังจากผ่าตัดแล้วจะทำให้กลั้นอุจจาระไม่อยู่อีก แต่ในความจริงแล้ว การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักนั้นจะไม่ไปโดนในส่วนของกล้ามเนื้อหูรูด และไม่มีผลเกี่ยวข้องกับการกลั้นอุจจาระแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีผลแทรกซ้อนใดๆ ที่เป็นอันตรายทั้งสิ้นด้วย

  • การรักษาริดสีดวงทวารไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดเท่านั้น และแพทย์มักจะแนะนำวิธีการรักษาโดยการผ่าตัดกับผู้ป่วยรายที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องกลัวว่า เมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวารแล้ว จะต้องเข้าห้องผ่าตัดอย่างแน่นอน และไม่ควรอายที่จะไปพบแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาอย่างเหมาะสมด้วย

สมุนไพรรักษาโรคริดสีดวงทวาร

นอกเหนือจากการใช้ยาหรือการผ่าตัดแล้ว ยังมีวิธีการรักษาด้วยสมุนไพรไทยซึ่งสามารถช่วยให้อาการของโรคริดสีดวงทวารดีขึ้นได้ เช่น

  • เพชรสังฆาตนำเพชรสังฆาตสด 1 ปล้อง หั่นเป็นข้อเล็กๆ แล้วหุ้มด้วยกล้วยสุกหรือมะขามเปียก ให้รับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็นติดต่อกันเป็นเวลา 10-15 วัน แล้วอาการของโรคริดสีดวงทวารจะค่อยๆ บรรเทาและสามารถหายเองได้

  • ขลู่นำใบขลู่มาต้มรับประทานเป็นชา และคุณยังสามารถอบไอสมุนไพรผ่านการใช้เปลือกของต้นขลู่ซึ่งนำมาต้มในน้ำจนเดือดได้ ซึ่งขลู่จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบได้ นอกจากนี้ ขลู่ยังเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาที่หลากหลาย เช่น ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้นิ่วในไต ช่วยย่อยอาหาร และยังสามารถนำมารักษาโรคริดสีดวงจมูกได้ด้วยเช่นกัน

  • ว่านหางจระเข้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกส่วนนอกออกให้หมด แล้วเหลาให้ปลายแหลมเล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการเหน็บเข้าไปในช่องทวารหนัก ซึ่งหากคุณต้องการให้เหน็บง่ายขึ้น มีข้อแนะนำว่า ให้นำว่านหางจระเข้ไปแช่ในตู้เย็น เพื่อทำให้เกิดการแข็งตัวและจะทำให้สอดได้ง่ายขึ้น ควรทำให้ได้วันละ 1-2 ครั้ง จนกว่าจะหาย

วิธีป้องกันโรคริดสีดวงทวารหนัก

  1. รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช ผัก และผลไม้ต่างๆ หรือน้ำลูกพรุนเพื่อทำให้ระบบขับถ่ายคล่องตัว

  2. ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว เพราะน้ำมีส่วนช่วยทำให้กากใยอาหารอ่อนตัว และช่วยให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น

  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายมีส่วนช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และยังช่วยทำให้ลำไส้แข็งแรงขึ้นด้วย

โรคริดสีดวงทวารหนักนั้นเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียหายแก่ร่างกาย เพียงแต่จะทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดความเจ็บปวดเวลาขับถ่าย 

ดังนั้น คุณจึงควรดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้มากๆ และงดเว้นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคริดสีดวงทวารหนัก 

นอกจากนี้ หากเกิดอาการของโรคริดสีดวงแล้วควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรอายเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพตามมาอย่างร้ายแรงกว่าที่คิดได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวาร

หากยังมีข้อสงสัยหลังจากอ่านข้อมูลบนบทความแล้ว สามารถอ่านคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับริดสีดวงทวารที่ได้รับการตอบคำถามโดยแพทย์ได้ด้านล่างนี้

1. เวลาขับถ่ายจะมีเลือดสดๆ ปนมาด้วย บางครั้งก็เยอะ บางครั้งก็น้อย มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้างคะ เเล้วมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงหรือเปล่า?

คำตอบ: อาการถ่ายเป็นเลือดสด พบได้ในคนเป็นโรคริดสีดวงทวารครับ แต่ควรได้รับการยืนยันวินิจฉัยและตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อน และโรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบได้บ่อย 

ซึ่งจะมีอาการหลักๆ อยู่ที่ทางทวารหนักคือ เลือดออกขณะและหลังถ่ายอุจจาระ มีติ่งเนื้ออยู่ที่ขอบทวาร อาการในระยะแรกจะเป็นๆ หายๆ ไม่รุนแรง

โรคริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ โรคริดสีดวงภายในและโรคริดสีดวงภายนอก ส่วนอาการของโรคจะได้แก่ 

  1. มีเลือดแดงสดหยดหรือพุ่งออกมาขณะเบ่งถ่าย หรือหลังถ่ายอุจจาระ จำนวนเลือดที่ออกมาแต่ละครั้งจะไม่มากนัก และอาจยังไม่มีอาการปวดหรือแสบที่ขอบทวาร จากนั้นอาการมักจะหยุดไปเอง และจะเป็นๆ หายๆ 

  2. มีติ่งหรือก้อนเนื้อปลิ้นออกมาจากภายในขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ และจะยุบกลับเข้าไปเมื่อหยุดเบ่ง เมื่อโรคเป็นรุนแรงมากขึ้นจะต้องใช้นิ้วดันจึงจะกลับเข้าไป และขั้นสุดท้ายตัวติ่งเนื้ออาจย้อยอยู่ภายนอกตลอดเวลา 

  3. มีก้อนและเจ็บปวดที่ขอบทวาร หากเกิดขึ้นจะเจ็บมากในระยะเวลา 5-7 วันแรก และเมื่อโรคถึงระยะนี้ ผู้ป่วยจะต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนการรักษาก็จะขึ้นอยู่กับระยะของโรคเช่นกัน 

สำหรับวิธีการรักษาในอาการระดับทั่วไปที่ยังไม่รุนแรง แพทย์อาจใช้วิธีเป็นการรักษาเสริมร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นๆ เพื่อให้การขับถ่ายสะดวกมากขึ้น อุจจาระนิ่ม ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเบ่งรุนแรง และเพื่อระงับอาการที่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือเจ็บปวด ได้แก่ 

  • เพิ่มอาหารที่มีเส้นใยมาก เช่น ผัก ผลไม้ 
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น
  • รับประทานยาระบาย 

ส่วนวิธีการรักษาเฉพาะเจาะจงนั้นจะมีหลายวิธีด้วย ขึ้นอยู่กับระยะของโรค เครื่องมือ สถานที่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่ฝได้แก่ การฉีดยา การใช้ยางรัด การจี้ริดสีดวง และการผ่าตัดริดสีดวงทวารครับ
ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

2. ถ่ายเป็นเลือดสีแดงสดมา 3 วันแล้ว 

ครั้งแรกถ่ายเป็นเลือดและมีลิ่มเลือดปนออกมา แต่ไม่มีกลิ่นคาวเลือด และมีอาการแสบท้องเหมือนกินของเผ็ดด้วย วันที่ 2 ก็ยังถ่ายค่อนข้างเหลวและมีเลือดออกมาด้วยเหมือนเดิม วันที่ 3 ก็เหมือนกัน ถ่ายเหลวและมีเลือด พอสอบถามคนในครอบครัวก็สงสัยกันว่าเป็นโรคริดสีดวงหรือเปล่า รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วย

คำตอบ: แนะนำว่าคุณควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดก่อนค่ะ ว่าอาการถ่ายอุจจาระปนเลือดเกิดจากอะไรกันแน่ ส่วนสาเหตุที่ต้องระวังให้มากก็คือ โรคมะเร็งลำไส้ค่ะ เพราะอาการของโรคนี้จะอยู่ในรูปถ่ายอุจจาระปนกับเลือด ปวดหน่วง และถ่ายไม่สุด ส่วนอาการของโรคริดสีดวงทวารจะถ่ายเป็นเลือดสดและเลือดมักออกมาเคลือบปนกับอุจจาระ ทางที่ดีควรไปตรวจให้แน่ใจก่อนจะดีกว่า 
ตอบโดย Buakhao Arpaporn (พญ.)

3. ผมเจ็บริดสีดวงมาก 

ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนมา 1 สัปดาห์แล้ว และเมื่อ 2 วันก่อน ผมไปหาหมอที่ศูนย์การแพทย์ หมอให้ยามารับประทานโดยที่ยังไม่ตรวจริดสีดวงผมเลย ซึ่งยาที่จ่ายมาเป็นยาตัวเดียวกับที่ผมซื้อมาจากร้านขายยา วันนี้ผมเจ็บไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมเข้าไปผ่าเลยได้ไหมครับ ที่ศูนย์การแพทย์พัฒนา

คำตอบ: ถ้าคุณมีอาการปวดมาก และรับประทานยาที่แพทย์จ่ายมาแล้วยังไม่ดีขึ้น คุณสามารถเข้าไปที่ศูนย์การแพทย์พัฒนาได้ตลอดเวลาอยู่แล้วครับ และแพทย์จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะรักษาอย่างไรต่อไป เนื่องจากวิธีการรักษามีหลายแบบด้วยกันครับ 
ตอบโดย สุเทพ สุขนพกิจ (นพ.)

4. เป็นโรคริดสีดวงตอนท้องอยู่ สามารถกินยาแก้ริดสีดวงได้ไหมคะ

คำตอบ: คุณแม่สามารถใช้ยาได้ครับ แต่ยาที่จะช่วยในการลดการอักเสบและบวมในหญิงตั้งครรภ์ อาจต้องใช้เป็นยาเหน็บก้นแทน เพราะยารับประทานทั่วไปที่ช่วยรักษาโรคริดสีดวงได้ เป็นยาที่ยังไม่มีการศึกษาว่าใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์ ฉะนั้น จึงไม่แนะนำให้ใช้หากไม่จำเป็นจริงๆ ครับ 

เพราะหากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์บอกว่าเป็นโรคริดสีดวงทวาร แพทย์จะต้องดูว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหนด้วย ซึ่งถ้าอาการไม่มีปัญหา ไม่เจ็บ ไม่เลือดออกร้ายแรงอะไร แพทย์ก็อาจแนะนำให้คุณแม่ดันกลับเข้าไปเองครับ และให้เน้นรับประทานอาหารที่มีกากใยเยอะๆ ไม่นั่งห้องน้ำนาน ถ้านั่งแล้วเบ่งอุจจาระไม่ออกก็ไม่ต้องเบ่งต่อ ซึ่งถ้าคุณแม่ปฏิบัติตามได้ดีก็ไม่มีปัญหา 

และแพทย์ไม่แนะนำให้คุณแม่ซื้อทั้งยาเหน็บ และยาทาตามร้านเองนะครับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาจะปลอดภัยกับคุณแม่และทารกที่สุด  
ตอบโดย สุเทพ สุขนพกิจ (นพ.)


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ภญ.อ.วิไล ตระกูลโอสถ, ริดสีดวงทวาร (http://oldweb.pharm.su.ac.th/thai/Organizations/DIS/Articles/PDF_Files/health001.pdf), 12 มิถุนายน 2545
รุ่งฤดี จิณณวาโส และ ภัทราพร พูลสวัสดิ์, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, ริดสีดวงทวาร (https://med.mahidol.ac.th/sdmc/sites/default/files/public/pdf/hemorrhoid.pdf)
นพ.นพพล เฟื่องวรรธนะ, Hemorrhoid (http://medinfo2.psu.ac.th/surgery/Collective%20review/2561/6.Hemorrhoid%20(Nopphon%2018.4.61).pdf)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร
การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดริดสีดวงทวาร

อะไรที่คุณคาดว่าจะเกิดขึ้นได้บ้างหลังจากรักษาริดสีดวงทวาร