Eliquis (Apixaban) คือยาอะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 21, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 582,304 คน

Eliquis เป็นชื่อการค้าของตัวยา Apixaban ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการป้องกันภาวะสมองขาดเลือดและลิ่มเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจสั่นพลิ้ว (Atrial fibrillation - ภาวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ)

ยาตัวนี้ยังสามารถใช้รักษาหรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดดำอุดกั้น (Deep vein thrombosis - DVT ภาวะที่มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ มักพบที่ขา) และหลอดเลือดปอดอุดตัน (Pulmonary embolism - PE ภาวะที่มีลิ่มเลือดอุดตันในปอด)

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

นอกจากนี้ Eliquis ยังถูกใช้ในการป้องกัน DVT หรือ PE ในผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าหรือข้อสะโพก Eliquis อยู่ในกลุ่มยาที่ยับยั้ง factor Xa หรือเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดหนึ่ง โดยมีกลไกการทำงานคือยับยั้งการทำงานของ factorXa ในเลือดเพื่อไม่ให้เกิดสร้างลิ่มเลือด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ได้อนุมัติยา Eliquis ในปี ค.ศ. 2012 และจัดจำหน่ายโดยบริษัท Bristol-Myers Squibb

ข้อควรระวังเกี่ยวกับ Eliquis

Eliquis จำเป็นต้องมีฉลากยา คำเตือนผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุด (Black Box Warning) เพราะยาตัวนี้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองขาดเลือดหากผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจสั่นพลิ้วหยุดยาเอง ห้ามหยุดยาตัวนี้โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน ให้กินยาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าคุณจะรู้สึกสบายดีก็ตาม และไม่ควรลืมกินยา หากคุณจำเป็นต้องหยุดยา Eliquis แพทย์จะสั่งยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดอื่นเพื่อป้องกันภาวะสมองขาดเลือดให้คุณแทน

Eliquis ยังมีฉลากยา คำเตือนผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุด (Black Box Warning) อีกข้อ เนื่องจากยาตัวนี้ยังสามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดที่เป็นอันตรายรอบ ๆ ไขสันหลังได้หากคุณได้รับยาระงับความรู้สึกโดยการฉีดเข้าช่องน้ำไขสันหลัง (spinal anesthesia) หรือช่องนอกน้ำไขสันหลัง (epidural anesthesia) หรือการเจาะน้ำไขสันหลัง (spinal puncture) เพราะลิ่มเลือดนี้อาจทำให้คุณเกิดภาวะอัมพาตครึ่งซีกได้ แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีประวัติการได้รับหัตถการดังต่อไปนี้

  • การต่อสายสวนเข้าช่องนอกน้ำไขสันหลัง (Epidural catheters)
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (Spinal punctures)
  • กระดูกสันหลังผิดรูป (spinal deformity)
  • การผ่าตัดไขสันหลัง (Spinal surgery)

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกินยาที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดดังต่อไปนี้

  • Aggrastat (tirofiban)
  • Agrylin (anagrelide)
  • Aspirin และยากลุ่ม NSAIDs, เช่น Advil หรือ Motrin (ibuprofen), Indocin หรือ Tivorbex (indomethacin), ketoprofen และ Aleve, Anaprox หรือ Naprosyn (naproxen)
  • Brilinta (ticagrelor)
  • Coumadin หรือ Jantoven (warfarin)
  • Effient (prasugrel)
  • Heparin
  • Integrilin (eptifibatide)
  • Persantine (dipyridamole)
  • Plavix (clopidogrel)
  • Pletal (cilostazol)
  • Ticlopidine

Eliquis ยังอาจมีปฏิกิริยากับยาบางตัวที่ใช้ทั่วไปในภาวะฉุกเฉินได้ ดังนั้นคุณและครอบครัวจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่าตัวคุณกินยา Eliquis อยู่หากคุณอยู่ในภาวะฉุกเฉิน

พบแพทย์ทันทีหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ขณะกินยา

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะบริเวณขา หรือเท้า
  • ชา แปลบ ๆ โดยเฉพาะบริเวณขา
  • ปวดหลัง
  • ไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะอุจจาระได้

ห้ามกินยา Eliquis หากคุณมีลิ้นหัวใจเทียมหรือมีภาวะเลือดออกอยู่ (active bleeding) และยาตัวนี้อาจทำให้คุณมีภาวะเลือดออกหรือแผลฟกช้ำได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก หรือได้รับบาดเจ็บขณะใช้ยา Eliquis รีบไปพบแพทย์หากคุณได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะหากศีรษะของคุณได้รับการกระแทก แจ้งแพทย์และผู้ให้บริการทางสาธารณสุขทราบทุกครั้งว่าคุณกำลังกินยานี้ ไม่ว่าจะเป็นหัตถการทางการแพทย์หรือทันตกรรม

ก่อนจะเริ่มการรักษาด้วยยา Eliquis แจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งหากคุณมีหรือเคยมีภาวะดังต่อไปนี้

  • โรคไต
  • โรคตับ
  • ปัญหาเกี่ยวกับภาวะเลือดออก
  • ภาวะสมองขาดเลือด
  • แพ้ยา

แจ้งแพทย์หากคุณมีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 80 ปีหรือ น้ำหนักน้อยกว่าหรือเท่ากับ 132 ปอนด์ (60 กก.) มาพบแพทย์ตามนัดและเจาะเลือดทุกครั้ง เพราะแพทย์อาจมีการสั่งการเจาะตรวจเลือดเพื่อดูการตอบสนองของร่างกายต่อยา

ยา Eliquis และการตั้งครรภ์

ไม่มีผลบอกถึงอันตรายต่อทารกในครรภ์หากได้รับยานี้ขณะตั้งครรภ์ แต่ว่าอาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีภาวะตกเลือดระหว่างการตั้งครรภ์หรือระหว่างการคลอด แจ้งแพทย์หากคุณตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ ขณะใช้ยา Eliquis ยังไม่ข้อมูลระบุว่ายาสามารถผ่านทางน้ำนมได้หรือไม่ ดังนั้นแล้วไม่ควรให้นมบุตรขณะได้รับยานี้

ผลข้างเคียงของ Eliquis

ผลข้างเคียงที่รุนแรง: พบแพทย์ทันทีหากคุณมีอาการดังที่ระบุบนคำเตือนของ Eliquis หรือมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีแผลฟกช้ำง่าย
  • เลือดออกผิดปกติหรือเลือดออกแล้วหยุดยาก รวมถึงเลือดกำเดาหรือเลือดออกตามไรฟัน
  • ภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • ปัสสาวะเป็นสีแดงหรือน้ำตาล
  • ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำ
  • ไอเป็นเลือดหรืออาเจียนสีน้ำตาลคล้ำ
  • หากใจลำบากหรือหายใจเสียงหวีด
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • เวียนศีรษะหรือรู้สึกจะเป็นลม
  • อ่อนแรง
  • ผื่น
  • ปวดข้อหรือข้อบวม
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • อาการแสดงของภาวะภูมิแพ้อย่างเฉียบพลันรุนแรง (Anaphylaxis) ได้แก่ ผื่นลมพิษ, หายใจติดขัด, ใบหน้า ลิ้น ริมฝีปาก หรือคอบวม

ปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่น ๆ ของ Eliquis

แจ้งแพทย์ทุกครั้งเกี่ยวกับยาทุกตัวที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นยาแพทย์สั่ง ยาซื้อเอง ยาผิดกฏหมาย ยาทางเลือก ยาสมุนไพร ยาอาหารเสริม โดยเฉพาะยาที่ระบุบนฉลากคำเตือน และยาดังต่อไปนี้

  • Biaxin หรือ Prevpac (clarithromycin)
  • Carbatrol, Epitol, Equetro, Tegretol หรือ Teril (carbamazepine)
  • Dilantin หรือ Phenytek (phenytoin)
  • Nizoral (ketoconazole)
  • Norvir หรือ Kaletra (ritonavir)
  • Onmel หรือ Sporanox (itraconazole)
  • Rifadin, Rimactane, Rifadin หรือ Rifater (rifampin)
  • Selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) เช่น Celexa (citalopram); Prozac, Sarafem, Selfemra หรือ Symbyax (fluoxetine); Luvox (fluvoxamine); Brisdelle, Paxil หรือ Pexeva (paroxetine) หรือ Zoloft (sertraline)
  • Serotonin and norepinephrine reuptake inhibitors (SNRIs) เช่น Cymbalta (duloxetine), Khedezla หรือ Pristiq (desvenlafaxine), Fetzima หรือ Savella (milnacipran) หรือ Effexor (venlafaxine)
  • สมุนไพร เซนต์จอห์นเวิร์ต (St. John's wort)

ขนาดยา Eliquis

ยา Eliquis มีในรูปแบบยาเม็ด โดยปกติจะใช้กินวันละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถให้ยาผ่านทางสายให้อาหารได้ ขนาดของยาที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับอาการของคุณและการตอบสนองต่อการรักษา พยายามกินยา Eliquis เวลาเดียวกันในแต่ละวัน คุณสามารถกินยานี้หลังอาหารหรือไม่ก็ได้ หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก มักต้องกิน Eliquis ต่อเนื่องนาน 35 วัน และ 12 วันภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ปฏิบัติตามคำแนะนำและฉลากยาอย่างเคร่งครัด อย่ากินยา Eliquis มากหรือน้อยกว่าขนาดที่แนะนำ

การใช้ยาเกินขนาด

หากได้รับยา Eliquis เกินขนาดอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ภาวะเลือดออกผิดปกติหรือแผลฟกช้ำง่าย
  • ไอเป็นเลือดหรือสีน้ำตาลคล้ำ
  • ปัสสาวะสีแดงหรือน้ำตาล
  • ถ่ายเป็นสีแดงหรือดำ

หากคุณสงสัยว่าคุณอาจจะได้รับ Eliquis เกินขนาด ให้ติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปยังห้องฉุกเฉินทันที คุณสามารถติดต่อศูนย์พิษวิทยาได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ดังต่อไปนี้ (ไทย)

  • ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี 1367
  • ศูนย์พิษวิทยาศิริราช 02-419-7007

เมื่อลืมกินยา

หากคุณลืมกินยา ให้กินทันทีที่คุณนึกขึ้นได้ในวันเดียวกันและกินเม็ดถัดไปตามปกติ พยายามกินยาให้ได้สองเวลาต่อวัน อย่ากินเพิ่มขนาดยาเพื่อชดเชยเม็ดที่ลืมไป

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์