Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HONESTDOCS

หูดข้าวสุก คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,200,297 คน

หูดข้าวสุก คือ โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยทั่วไปแล้วสามารถหายได้เอง โดยระบบภูมิคุ้มกันในตัวเราจะกำจัดไวรัสชนิดนี้ได้ภายใน 6 - 12 เดือน  แม้ไม่ได้ทำการรักษา

หูดข้าวสุก มีรอยโรคเล็กๆ คล้ายสิว การติดเชื้อนี้มักส่งผลกระทบต่อเด็กที่มีอายุระหว่าง 1 และ 10 ปี แต่สามารถส่งผลกระทบต่อผู้ใหญ่ได้เช่นกัน จากรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) จากรายงานในวารสารวิชาการ The Lancet ในปี ค.ศ. 2012 หูดข้าวสุกส่งผลกระทบต่อผู้คน 123 ล้านคนทั่วโลก

หูดข้าวสุกเกิดจากเชื้อไวรัสที่อาศัยอยู่ที่ผิวหนังชั้นนอก คุณสามารถติดเชื้อนี้ได้ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ และยังสามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับรอยโรค ผ่านการใช้เสื้อผ้า หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน  โดยไม่ว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็กสามารถติดเชื้อหูดข้าวสุกได้

อาการที่พบของโรคนี้ คือ เป็นตุ่มสีเนื้อที่ผิวหนัง ขนาดเล็ก โดยทั่วไปไม่มีอาการเจ็บ แต่บางครั้งอาจมีอาการผื่นแดงคัน หรือบวมร่วมด้วยได้

อะไรทำให้เกิดหูดข้าวสุก?

โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส molluscum contagiosum ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของ poxvirus ซึ่งเป็นไวรัสครอบครัวเดียวกับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้ทรพิษ 

จากรายงานของสถาบันโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ACD) ไวรัสชนิดนี้เจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้น คุณจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นหูดข้าวสุกถ้าคุณอาศัยอยู่ในภูมิอากาศร้อนชื้น ถ้าคุณเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (ประเภทของผื่นผิวหนังอักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด) หรือมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เช่น เป็น HIV หรือ AIDS คุณจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากกว่าคนทั่วไปในการเป็นโรคนี้

ตัวไวรัสอาศัยอยู่ในผิวหนังกำพร้าหรือชั้นผิวหนังนอกสุด หลังจากติดเชื้อประมาณ 7 สัปดาห์  ผดที่เป็นรูปโดมจะเริ่มขึ้นบนผิวหนัง โดยมีลักษณะรอยโรค ดังนี้ 

  • มีน้ำเหนียวแบบขี้ผึ้งและมีสีเหมือนผิวทั่วไป
  • มีเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยอยู่ที่ 3 - 5 มิลลิเมตร
  • อาจมีรอยบุ๋มตรงกลางซึ่งอาจทำให้มีน้ำหนองสีขาวหรือเทาไหลซึมออกมาถ้าหากบีบหรือเกิดอาการระคายเคือง
  • สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทั่วร่างกายโดยเฉพาะบนใบหน้า คอ แขน ขา ท้อง และบริเวณอวัยวะเพศ
  • น้อยครั้งที่จะเกิดขึ้นบนฝ่ามือหรือฝ่าเท้า

โดยทั่วไปแล้ว ตุ่มมักจะไม่แสดงอาการเจ็บปวดและไร้ความรู้สึก แต่อาจเกิดอาการคัน เจ็บ และอักเสบ (มีรอยแดงและบวม) โดยเฉพาะเมื่อโดนเกา

หูดข้าวสุกเป็นโรคติดต่อหรือไม่? 

หูดข้าวสุก เป็นโรคติดต่อ ที่ติดได้ง่ายผ่านการสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคนี้  ผู้ใหญ่หลายรายติดเชื้อนี้ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็สามารถติดต่อผ่านช่องทางอื่นๆ ได้ด้วย  โดยเฉพาะการสัมผัสผิวหนังบริเวณรอยโรคโดยตรง หรือจากการสัมผัสเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรือของเล่น  

นอกจากนี้ โรคหูดข้าวสุกอาจกระจายไปที่บริเวณอื่นของร่างกายผ่านการเกา หรือสัมผัสได้ด้วย ซึ่งเด็กจะติดโรคหูดข้าวสุกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่จากการสัมผัสรอยโรคของคนอื่น หรือการเล่นของเล่นร่วมกับเด็กที่เป็นโรค และตุ่มหูดข้าวสุกในเด็ก มักขึ้นที่บริเวณท้อง แขน ขา หรือใบหน้า แต่ไม่ใช่ที่อวัยวะเพศ

การรักษาหูดข้าวสุก

ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมักไม่ต้องทำการรักษา เพราะสามารถหายไปเองในระยะเวลาไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปี ยกตัวอย่างเช่น ในเด็ก หูดข้าวสุกสามารถหายไปเองได้ภายใน 6 - 12 เดือน

จากรายงานของสถาบันโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา การรักษาสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสไปยังผู้อื่นและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รวมถึงควบคุมการแพร่เชื้อในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้

อีกทั้งรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค บอกว่า การรักษาถูกแนะนำในผู้ที่มีรอยโรคบริเวณอวัยวะเพศ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสผ่านการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีแนวทางการรักษา ดังนี้

  • การผ่าตัดด้วยความเย็น (ใช้ความเย็นของไนโตรเจนเหลวจี้) เป็นการรักษาหลัก แพทย์จะนัดมาทำทุกสัปดาห์จนหาย 
  • การรักษาด้วยเลเซอร์
  • การขูดเนื้อเยื่อ (ขูดเอาตุ่มออกด้วยเครื่องมือพิเศษ)
  • การใช้ยาทา ที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์ หรือที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป เช่น ครีม podophyllotoxin, ไอโอดีนและกรดซาลิกไซลิก, potassium hydroxide, tretinoin, cantharidin, imiquimod หรือ ยาต้านไวรัส
  • ยารับประทาน เช่น cimetidine

ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น มักไม่ตอบสนองต่อทางเลือกการรักษาหูดข้าวสุกแบบทั่วไป สำหรับคนเหล่านี้ การรักษามักเน้นในเรื่องทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากกว่า เช่น กับการฉีด interferon (สารกระตุ้นภูมิ) ในการรักษา

การป้องกันหูดข้าวสุก

การรักษาสุขอนามัยที่ดี สามารถช่วยให้คุณอยู่ห่างจากการได้รับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อหูดข้าวสุกสู่ผู้อื่น

  • รักษามือให้สะอาด
  • ละเว้นการจับ แกะ หรือถูบริเวณรอยโรค
  • ปิดรอยโรคด้วยผ้าหรือผ้าพันแผล
  • อย่าใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรือของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ร่วมกับผู้อื่น
  • อย่าลงเล่นกีฬาที่ต้องใช้การสัมผัสร่างกายโดยเฉพาะมวยปล้ำถ้าคุณมีการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในสระ ยกเว้นถ้าคุณแปะพลาสเตอร์กันน้ำสำหรับรอยโรค
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ถ้าคุณมีรอยโรคบริเวณอวัยวะเพศ
  • อย่าโกนหรือทำกระบวนการ electrolysis (กระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้าจากภายนอกเข้าไปในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ แล้วทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี) ในส่วนของร่างกายที่มีรอยโรค

ที่มาของข้อมูล

Talel Badri and Grishma R. Gandhi, Molluscum Contagiosum (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK441898/), 28 February 2019

Molluscum Contagiosum (https://www.mshc.org.au/HealthProfessional/MSHCTreatmentGuidelines/Molluscumcontagiosum/tabid/219/Default.aspx#.XOiqSoj7TIU), January 2017

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
อาการ
อาการ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่