นิ่วทอนซิลกับสาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 19, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ปัญหากลิ่นปากเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่แก้ปัญหากลิ่นปากอย่างไรก็ไม่หาย แม้ว่าจะแปรงฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่สาเหตุที่แท้จริงของกลิ่นปากนั้น อาจจะเกิดมาจาก “นิ่วทอนซิล” ที่อยู่ในปากก็ได้

นิ่วทอนซิลคืออะไร

นิ่วทอนซิลหรือที่เรียกกันว่าขี้ทอนซิล (Tonsillolith หรือ Tonsil Stone) เป็นก้อนเล็กๆ ที่มีสีเหลืองอ่อนจนถึงสีเทาคล้ำ มีลักษณะขุ่นและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง โดยจะอยู่ที่บริเวณต่อมทอนซิลข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างพร้อมกัน อาจจะมีเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับช่องว่างของต่อมทอนซิลกับอวัยวะในบริเวณใกล้เคียง

สาเหตุของโรคนิ่วทอนซิล

เชื่อกันว่าเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียที่อยู่ในร่องของต่อมทอนซิล จนก่อให้เกิดคราบแบคทีเรียที่เรียกว่า “ไบโอฟิล์ม” ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหาร ซากแบคทีเรียที่ตายแล้ว สารคัดหลั่งในโพรงหลังจมูก โรคบางชนิดอย่างเช่นโรคไซนัสอักเสบ ภาวะกรดไหลย้อน และโรคต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น รวมถึงมีเกลือแร่มาจับตัวสะสมกลายเป็นนิ่วทอนซิลขึ้นมา

อาการของโรคนิ่วทอนซิล

อาการที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดคือ ผู้ป่วยจะมีกลิ่นปากไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรง เจ็บคอหรือไอเรื้อรัง เวลารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำจะรู้สึกเหมือนมีบางอย่างติดอยู่ในลำคอ บางครั้งประสาทสัมผัสการรับรสชาติอาหารผิดเพี้ยนไป และถ้าก้อนนิ่วทอนซิลนี้มีขนาดใหญ่ เมื่อเราอ้าปากแล้วส่องกระจกก็จะมองเห็นก้อนสีขาวอมเหลืองนี้ได้อย่างชัดเจน

นิ่วทอนซิลทำให้มีกลิ่นปากได้อย่างไร

เกิดจากการหมักหมมของน้ำลายที่ผสมกับเศษอาหาร เซลล์ของต่อมทอนซิลที่ตายแล้ว และแบคทีเรียชนิดที่ไม่ต้องการออกซิเจน ซึ่งจะเป็นตัวสร้างแก๊สไข่เน่าอยู่รอบๆ บริเวณก้อนนิ่ว เมื่อผู้ป่วยหายใจผ่านก้อนนิ่วทอนซิลนี้ออกมา จะส่งกลิ่นเหม็นออกมารุนแรงด้วยเช่นกัน

ใครมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่วทอนซิลบ้าง

โรคนิ่วทอนซิลสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย เพราะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของบริเวณต่อมทอนซิลนั้น ว่าเป็นโพรงหรือมีซอกหลืบช่องว่างที่จะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดสะสมได้มากน้อยเพียงใด และผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยจากโรคต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ภาวะไซนัสอักเสบ รวมทั้งผู้ป่วยภาวะกรดไหลย้อนด้วย

วิธีสังเกตนิ่วทอนซิลด้วยตัวเอง

เริ่มจากการส่องกระจกแล้วอ้าปากให้กว้างๆ แลบลิ้นออกมาให้ยาวที่สุด จากนั้นหายใจลึกๆ แล้วสังเกตบริเวณด้านข้างๆ ของลิ้นไก่ทั้งสองข้าง หรือบริเวณที่เป็นโพรงเหนือคอหอย จะมองเห็นเป็นก้อนสีขาวๆ อมเหลืองหรือสีเทาติดอยู่ที่บริเวณนั้น

นิ่วทอนซิลมีอันตรายหรือไม่

โรคนิ่วทอนซิลไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกายแต่อย่างใดมากนัก แต่อาจจะก่อให้เกิดความรำคาญกายและใจ รวมถึงทำให้เสียบุคลิกภาพอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บคอเพราะรู้สึกเหมือนมีบางอย่างติดอยู่ในลำคอ ถ้าก้อนนิ่วทอนซิลนี้ติดอยู่นานๆ จะมีแร่ธาตุประเภทแคลเซียมเข้าเคลือบกลายเป็นก้อนแข็งๆ ที่ทำให้เจ็บคอมากขึ้น จนกระทั่งทำให้มีอาการไอเรื้อรังหรือไอจนรู้สึกปวดร้าวไปถึงหูได้

วิธีรักษานิ่วทอนซิล

การรักษานิ่วทอนซิลสามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้

1.การนำออกด้วยตัวเอง ให้กลั้วคอแรงๆ ด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลือ หรือน้ำยาบ้วนปากที่ผสมเจือจางแล้ว หรืออาจจะใช้วิธีจามแรงๆ ขากเสมหะแรงๆ ก็อาจจะมีก้อนนิ่วทอนซิลหลุดออกมาได้บ้าง และยังสามารถใช้สำลีพันก้านเขี่ยให้ก้อนนิ่วทอนซิลหลุดออกมา โดยล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง แต่ไม่ควรใช้วัสดุที่มีปลายแหลมใดๆ เขี่ยเอง เนื่องจากอาจจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบนั้นเป็นแผลอักเสบ แล้วเกิดการติดเชื้อตามมาได้ในภายหลัง

2.การรักษาโดยการผ่าตัด เป็นวิธีที่ทำโดยแพทย์เท่านั้น โดยจะใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อน จากนั้นใช้กรด Trichloracetic acid หรือเลเซอร์ชนิด Laser tonsillotomy จี้บริเวณที่ต่อมทอนซิล เพื่อเป็นการเปิดขอบร่องของต่อมทอนซิลให้มีลักษณะกว้างขึ้น ป้องกันไม่ให้เป็นซอกหลืบที่จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเศษอาหารหรือแบคทีเรีย หรือจะใช้วิธีผ่าตัดเพื่อนำต่อมทอนซิลออก ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีที่รักษาให้หายขาดที่สุด

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคนิ่วทอนซิล

ควรรักษาความสะอาดภายในช่องปากอย่างพิถีพิถันให้มากขึ้น ด้วยการแปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรืออาจจะเพิ่มการแปรงฟันหลังมื้ออาหารด้วย ใช้ไหมขัดฟัน และบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ นอกจากนี้ควรดูแลและป้องกันหรือรักษาโรคที่เกี่ยวกับการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ หรือภาวะไซนัสอักเสบ รวมถึงโรคกรดไหลย้อนด้วยเช่นกัน

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคนิ่วทอนซิล

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันการเกิดโรคนิ่วทอนซิลได้ 100% เนื่องจากบริเวณซอกหลืบหรือช่องว่างของต่อมทอนซิลไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถ้าเราประสบปัญหาโรคนิ่วทอนซิลอย่างรุนแรง แพทย์อาจจะพิจารณาให้ทำการผ่าตัดขยายซอกหลืบในต่อมทอนซิลให้กว้างขึ้น หรือผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออกมา

โรคนิ่วทอนซิลอาจจะไม่ใช่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงมาก แต่ก็มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตที่สร้างความลำบากใจไม่น้อย ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกตตัวเองเป็นประจำเกี่ยวกับกลิ่นปากที่ผิดแปลกไปจากเดิมบ้างหรือไม่ หากมีอาการนี้ร่วมด้วยกับโรคที่กล่าวมา ก็อาจสันนิษฐานได้ว่าเรากำลังมีก้อนนิ่วทอนซิลได้ค่ะ 

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่