โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของการเกิดโรคแห่งโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งซึ่งเป็นโรคแห่งความเสื่อมที่พบได้ค่อนข้างบ่อย

โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งเป็นโรคของระบบประสาทส่วนกลางซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายเส้นใยประสาทที่พบได้ทั่วสมอง ไขสันหลัง และตลอดร่างกายของเรา ระบบประสาทประกอบจากเส้นใยประสาทที่มีหน้าที่ส่งผ่านกระแสไฟฟ้า โดยเส้นใยเหล่านี้จะถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อเยื่อไขมันเรียกว่า ไมอีลิน(myelin) ที่มีหน้าที่ช่วยในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้า ในโรคปลอกประสาทแข็ง ปลอกไมอีลินที่หุ้มเส้นประสาทไว้จะมีการอักเสบและค่อยๆถูกทำลายไปในที่สุด ทิ้งไว้เป็นเนื้อเยื่อปรุปะคล้ายแผลเป็น(sclerosis, plaque, lesion) ที่ขัดขวางการส่งกระแสประสาทระหว่างสมองและส่วนอื่นๆของร่างกาย ยิ่งไปกว่านั้นเส้นประสาทที่อยู่ภายในก็อาจถูกทำลายไปด้วย ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆของโรคปลอกประสาทแข็ง ได้แก่ รู้สึกชาหรือเสียวซ่า ปัญหาการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวด กล้ามเนื้อกระตุก และสายตาพร่ามัว

ความชุกและสถิติอื่นๆของโรคปลอกประสาทแข็ง

จากสมาคมโรคปลอกประสาทแข็งแห่งชาติ(National Multiple Sclerosis Society; NMSS) กล่าวว่าโรคปลอกประสาทแข็งพบได้มากกว่า 2.3 ล้านคนทั่วโลก ถือได้ว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างหากยาก ในคนจำนวนนี้พบว่ามากกว่า 10 เปอร์เซนต์ หรือระหว่าง 250,000 ถึง 350,000 ชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกา โรคนี้พบในผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชาย ถึงแม้ความต่างของเพศจะส่งผลน้อยมากในโรคปลอกประสาทแข็งบางประเภท

ใครจะเป็นโรคปลอกประสาทแข็ง?

ไม่ว่าใครก็เป็นโรคนี้ได้ แต่ผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวจะมีลักษณะบางประการที่คล้ายกัน ได้แก่

อายุ: ส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการครั้งแรกตอนช่วงอายุระหว่าง 20-40 ปี

ชนชาติ: ชาวคอเคเชี่ยนมีโอกาสเกิดโรคมากกว่าชนชาติอื่นถึง 2 เท่า

เพศ: ผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคมากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่า

ภูมิอากาศ: ประเทศเขตอบอุ่น เช่น อเมริกาตอนเหนือ แคนาดา และยุโรป มีโอกาสเกิดโรคมากกว่าประเทศเขตร้อนถึง 5 เท่า

พันธุกรรม: ผู้ที่มีญาติสายตรงที่เป็นโรคจะมีโอกาสเกิดโรคได้มากกว่าปกติ แม้หลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรงยังไม่ชัดเจนนัก

อะไรทำให้เกิดโรคปลอกประสาทแข็ง?

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าว แต่มีหลักฐานที่แสดงถึงความสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่อการพัฒนาของโรค นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าโรคปลอกประสาทแข็งเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง(เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน และโรคเบาหวานชนิดที่ 1) เดิมทีระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่ปกป้องร่างกายโดยการกำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย ก็จะเปลี่ยนมาโจมตีปลอกไมอีลินในระบบประสาทส่วนกลางแทน นักวิจัยบ้างก็สงสัยว่าการโจมตีเหล่านี้ถูกกระตุ้นด้วยการติดเชื้อไวรัสบางชนิด และบ้างก็พบว่ามีคนบางกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคได้ จึงคิดว่ามีองค์ประกอบของกรรมพันธ์ุเข้ามาเกี่ยวข้อง

ประเภทของโรคปลอกประสาทแข็ง

โรคปลอกประสาทแข็งมีรูปแบบต่างๆ ได้แก่

Relapsing-remitting MS (RRMS): ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นชุดเป็นช่วงๆ เรียกว่า attack, flare หรือ relapse โดยช่วงอาการ attack จะตามมาด้วยช่วง remission ที่มีอาการไม่รุนแรงเท่า อาจยาวนานเป็นเดือนๆ หรือปีๆก่อนจะเกิด relapse ขึ้น RRMS เป็นประเภทที่พบได้มากที่สุด ประมาณเป็น 80-90 เปอร์เซนต์ของผู้ป่วยโรคปลอกประสาทแข็ง ซึ่งจะพัฒนาต่อไปเป็น secondary-progressive MS

Secondary-progressive MS (SPMS): รูปแบบนี้มักเกิดขึ้นหลังช่วง relapse-remitting โดยอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วสังเกตได้จากอาการ attack เฉียบพลัน ผู้ป่วยมากกว่าครื่งที่เริ่มจากอาการ RRMS จะพัฒนาเป็น SPMS ใน 10 ปี และเพิ่มสูงถึง 90 เปอร์เซนต์ใน 25 ปี

Primary-progressive MS (PPMS): รูปแบบนี้มีลักษณะเด่นที่การค่อยๆทรุดลงของอาการ ผู้ป่วยมักไม่มีอาการรุนแรงเฉียบพลัน ถึงแม้ไม่มีระยะ remission ที่ชัดเจน แต่ผู้ป่วยอาจประสบช่วง plateau ชั่วคราว ซึ่งเป็นช่วงที่อาการค่อนข้างจะเบาลง พบได้ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทแข็งประมาณ 10-15 เปอร์เซนต์

Progressive-relapsing MS (PRMS): ผู้ป่วยจะอาการค่อยๆทรุดลงพร้อมทั้งมีอาการรุนแรงเฉียบพลันเป็นครั้งๆ เป็นรูปแบบที่พบได้ค่อนข้างยากกว่ารูปแบบอื่นๆ พบได้น้อยกว่า 10 เปอร์เซนต์ของผู้ที่เป็นโรคปลอกประสาทแข็ง

Johns Hopkins Medicine พบว่านอกจากโรคปลอกประสาทแข็งทั้ง 4 รูปแบบนี้แล้ว ยังมีผู้ป่วยจำนวนเล็กน้อยที่เป็นอาการแบบไม่รุนแรง ซึ่งจะเริ่มหลังจากมี attack ครั้งแรก และแทบจะไม่มีอาการตามมาเลย นอกจากนี้ NMSS พบว่าการจัดประเภทให้กับโรคที่ไม่รุนแรงนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เนื่องจากตัวโรคมีการพัฒนาที่หลากหลายรูปแบบมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เป็นโรคแบบรุนแรง สังเกตจากอาการทรุดอย่างรวดเร็ว ทำให้พิการหรืออาจเสียชีวิตได้

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคปลอกประสาทแข็ง

NMSS พบว่าปัญหาการขับถ่ายมักพบได้ทั่วไปกว่า 80 เปอร์เซนต์ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทแข็ง บางคนอาจมีปัญหาการอั้นปัสสาวะ ในขณะที่บางคนอาจปัสสาวะได้ไม่สุด ทำให้สุดท้ายเกิดปัญหาเรื่องการติดเชื้อที่ไตตามมา หากเชื้อโรคดังกล่าวเข้าไปตามกระแสเลือดก็จะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดตามมา ทำให้มีการอักเสบทั่วร่างกาย ทำให้อวัยวะอื่นๆวายได้ ซึ่งจากรายงานในวารสาร journal PLoS One ปี 2014 ถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากโรคปลอกประสาทแข็ง

โรคปลอกประสาทแข็งและภาวะซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้าพบได้ทั่วไปในผู้ที่เป็นโรคปลอกประสาทแข็ง นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ทราบถึงความสัมพันธุ์ระหว่างทั้งสองสิ่งนี้อย่างแจ่มแจ้งนัก จากมุมมองหนึ่งจะพบว่าภาวะซึมเศร้าอาจเป็นผลโดยตรงจากการโจมตีของระบบภูมิคุ้มกันที่ปลอกไมอีลินที่ห่อหุ้มเส้นประสาทเอาไว้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม รวมไปถึงภาวะซึมเศร้า โรคปลอกประสาทแข็งสามารถสารเคมีในร่างกายที่ควบคุมการปล่อยฮอร์โมนเช่นกัน เช่น ฮอร์โมนซีโรโทนินที่เกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้า ส่วนอีกมุมมองก็จะพบว่าภาวะซึมเศร้าเกิดจากความเครียดจากการรับมือกับโรคปลอกประสาทแข็ง นอกจากนี้ยังพบว่ายารักษาโรคปลอกประสาทแข็ง เช่น interferon beta ก็สามารถทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าด้วยเช่นกัน

การดำเนินโรค

NMSS พบว่าแม้โรคปลอกประสาทแข็งจะเป็นโรคของความเสื่อม แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เป็นจะพิการอย่างรุนแรง ประมาณ 1 ใน 3 คนของผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวไม่สามารถเดินได้เลย ในขณะที่อีกหลายคนใช้อุปกรณ์ช่วยเดินพวกไม้เท้า ไม้ค้ำยัน หรือสคูตเตอร์และรถเข็นผู้พิการอัตโนมัติสำหรับระยะทางไกลๆ

ผู้ป่วยโรคปลอกประสาทแข็งที่มีการดำเนินโรคที่ดีมักได้แก่

  • เป็นผู้หญิง
  • เริ่มเป็นโรคตอนอายุน้อยกว่า 30 ปี
  • มี attack ไม่บ่อย
  • เป็น RRMS
  • มีอาการไม่มาก

อายุคาดเฉลี่ยของโรคปลอกประสาทอักเสบ

โรคนี้ไม่ถึงกับชีวิตมากนัก ผู้ป่วยบางคนอาจมีอายุได้นานเท่าประชากรปกติ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความก้าวหน้าของการรักษาในปัจจุบันเพิ่มอายุคาดเฉลี่ยของผู้ป่วยโรคนี้ได้มากขึ้น จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Multiple Sclerosis and Related Disorders ปี 2014 พบว่าผู้ป่วยโรคปลอกประสาทอักเสบในสหรัฐอเมริกามีอายุคาดเฉลี่ยน้อยกว่าประชากรปกติเพียง 6 ปี จากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตที่เกี่ยวข้องกับตัวโรค โรคปลอกประสาทแข็งยังไม่มีการรักษาให้หายขาด แต่ยังมียามากมายที่จะช่วยลดการดำเนินของโรคบางรูปแบบ รวมถึงความถี่และความรุนแรงของการเกิดซ้ำ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Neurology ปี 2012 รายงานว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาเหล่านี้จะมีค่าอายุคาดเฉลี่ยที่สูงกว่าผู้ไม่ได้รับยา

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่