ไลเคนพลานัส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 368,883 คน

โรคไลเคนพลานัสคือ โรคที่ก่อให้เกิดผื่นคันที่ไม่ใช่การติดเชื้อที่สามารถเกิดกับส่วนใดของร่างกายก็ได้ เช่น: แขน ขา และต้นขา ปาก (รอยไลเคนพลานัสในช่องปาก) เล็บและหนังศีรษะ อวัยวะเพศภายนอกและภายในของสตรี และองคชาติ

สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคไลเคนพลานัสยังคงเป็นปริศนา ซึ่งภาวะนี้ไม่ใช่โรคติดเชื้อและไม่ส่งต่อทางสายพันธุกรรม ไม่สามารถแพร่กระจายให้ผู้อื่นได้ และไม่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

แพทย์มักจะวินิจฉัยไลเคนพลานัสจากการตรวจสอบผื่นและสอบถามอาการของคุณ สำหรับไลเคนพลานัสในช่องปากนั้นมักจะถูกวินิจฉัยพบโดยทันตแพทย์ระหว่างการตรวจฟัน

ใครสามารถเป็นโรคไลเคนพลานัสได้บ้าง?

คาดกันว่าโรคไลเคนพลานัสเกิดกับผู้คนทั่วโลกประมาณ 1-2% และมักพบได้มากในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

โรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนังจะเกิดกับผู้ชายและผู้หญิงเท่ากัน แต่สำหรับโรคไลเคนพลานัสในช่องปากนั้นจะเกิดกับผู้หญิงมากที่สุด ส่วนการเกิดโรคขึ้นที่ปากจะเกิดขึ้นประมาณ 50% ของผู้ป่วยโรคไลเคนพลานัส (รอยโรคไลเคนพลานัส)

การรักษาโรคไลเคนพลานัส

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคไลเคนพลานัสให้หายขาด มีเพียงการรักษาจัดการกับอาการของโรคและเพื่อทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นการใช้ครีมหรือขี้ผึ้งสเตียรอยด์ในการควบคุมอาการคันและผื่น

กรณีไลเคนพลานัสบนผิวหนังส่วนมากจะหายไปเองภายในเวลา 6-9 เดือน โดยผื่นมักจะอยู่ไม่นานไปกว่า 18 เดือน แต่สำหรับไลเคนพลานัสช่องปากกับไลเคนพลานัสที่เกิดบริเวณอวัยวะเพศนั้นอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น

โรคไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อน

ไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อนเป็นอีกหนึ่งชนิดของไลเคนพลานัสที่หายากและจะแสดงอาการนาน ภาวะเช่นนี้จะก่อให้เกิดแผลในช่องปากและบริเวณอวัยวะเพศที่เจ็บปวด และสามารถเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ในบางกรณีไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อนที่เกิดขึ้นระยะยาวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย

อาการของโรคไลเคนพลานัส

ไลเคนพลานัสจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบริเวณของร่างกายที่ติดโรค โดยพื้นที่ร่างกายที่มักได้รับผลกระทบจากไลเคนพลานัสมากที่สุดคือ: ผิวหนัง ช่องปาก องคชาติ อวัยวะเพศหญิงภายนอกและช่องคลอด

โรคไลเคนพลานัสบนผิวหนัง

อาการของโรคไลเคนพลานัสบนผิวหนังมีดังนี้:

เกิดผื่นนูนสีแดงแกมม่วงปูดออกมาและมีส่วนบนแบน ปุ่มที่เกิดขึ้นมักมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-5 mm และอาจมีร่างแหสีขาว (Wickham's striae) พาดอยู่ด้วย

ปื้นสะเก็ดที่มักเกิดขึ้นรอบข้อเท้า

คันที่ผิวหนัง

โรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนังมักจะเกิดขึ้นรอบข้อเท้า ข้อมือ แผ่นหลังส่วนล่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วภาวะนี้สามารถเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งใดของร่างกายก็ได้

โรคไลเคนพลานัสชนิดหนา (hypertrophic) จะเกิดขึ้นบริเวณหน้าแข้ง และโรคไลเคนพลานัสรูปร่างคล้ายวงแหวนมักจะเกิดขึ้นบนรอยย่นของผิวหนัง อย่างเช่นบนรักแร้

หลังจากที่ผื่นนูนหายไปแล้ว ผิวหนังที่เคยติดโรคอาจจะเปลี่ยนสีได้

โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก  (รอยโรคไลเคนพลานัสในช่องปาก)

อาการของโรคไลเคนพลานัสในช่องปากมีดังนี้: มีลายสีขาวบนลิ้นและกระพุ้งแก้ม มีปื้นสีขาวและแดงในช่องปาก มีอาการแสบร้อนหรือไม่สบายช่องปากขณะดื่มหรือทานอาหาร เหงือกแดงและเจ็บปวด

กรณีไลเคนพลานัสในช่องปากที่ไม่รุนแรงอาจไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวดใด ๆ ก็ได้

โรคไลเคนพลานัสที่องคชาติ

อาการของโรคไลเคนพลานัสที่องคชาติมีดังนี้: มีปื้นสีขาวหรือสีม่วงรูปวงแหวนบนปลายองคชาติ มีผื่นนูนสีสดที่ยอดแบนเกิดขึ้น มีผื่นที่ไม่ก่อให้เกิดอาการคัน

โรคไลเคนพลานัสที่อวัยวะเพศภายนอกและช่องคลอดของผู้หญิง

อาการของโรคไลเคนพลานัสที่อวัยวะเพศภายนอกและช่องคลอดมีดังนี้: ปวดเมื่อย แสบร้อนรอบอวัยวะเพศ ภายนอกปกคลุมด้วยลายสีขาวที่อาจเป็นสีขาวซีด แดง หรือชมพู หากช่องคลอดติดโรค จะทำให้การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่สร้างความเจ็บปวดขึ้นมา หากว่าชั้นผิวหนังภายนอกเสียหายหรือชื้นจะทำให้เกิดปื้นสีแดงขึ้น อาจเกิดรอยแผลเป็นจนทำให้รูปร่างของช่องคลอดเพี้ยนไป มีของเสียเหนียวสีเขียวหรือเหลืองออกมา ซึ่งอาจมีเลือดปนด้วย ช่องเปิดของช่องคลอดตีบลง

โรคไลเคนพลานัสที่บริเวณอื่น

โรคไลเคนพลานัสสามารถเกิดกับบริเวณอื่นนอกเหนือจากข้างต้นได้ด้วย เช่น:

เล็บมือ: ทำให้เล็บบาง หนาขึ้น ร่น หรือมีสีเข้มขึ้นได้ บางกรณีอาจทำให้เล็บลอกหรือหยุดงอกได้

หนังศีรษะ: เกิดปื้นสีแดงรอบกระจุกผม ในบางกรณีอาจทำให้เกิดภาวะผมร่วงถาวรได้

สาเหตุของโรคไลเคนพลานัส

สาเหตุการเกิดโรคไลเคนพลานัสขึ้นนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ก็คาดกันว่าเป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หรือความผิดปรกติของการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่มีต่อยาบางประเภท

โรคไลเคนพลานัสไม่ใช่โรคติดเชื้อ ไม่ส่งต่อทางพันธุกรรม และไม่แพร่ไปยังผู้อื่น

ปฏิกิริยาที่มีต่อยา

ปฏิกิริยาที่ร่างกายตอบสนองต่อยาบางประเภทอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคไลเคนพลานัสขึ้นก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น:

การฉีดทอง: เป็นการใช้ยาปรับเปลี่ยนโรครูมาตอยด์ (DMARD) ที่เป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ เพื่อลดอาการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวดที่ข้อต่อ

ยาต้านมาลาเรียชนิดเม็ด: ยาที่ใช้ป้องกันโรคมาลาเรีย (โรคเขตร้อนที่มียุงเป็นพาหะนำโรค)

การวินิจฉัยโรคไลเคนพลานัส

แพทย์หรือทันตแพทย์สามารถวินิจฉัยพบโรคไลเคนพลานัสได้จากการตรวจร่างกายบริเวณที่มีอาการของโรค

โรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนัง

แพทย์จะวินิจฉัยโรคไลเคนพลานัสบนผิวหนังได้จากการสังเกตลักษณะของผื่น แต่กระนั้นภาวะไลเคนพลานัสก็อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะผิวหนังอื่น ๆ แทนได้ เช่นโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดง แห้ง แตก และคัน

หากแพทย์ไม่มั่นใจกับการวินิจฉัยผิวหนัง อาจมีการเจาะตัวอย่างผิวหนังไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ก็ได้

หากว่าจำต้องมีการเก็บตัวอย่างผิวหนังไปตรวจ คุณจะได้รับยาชาเฉพาะที่ก่อนเพื่อทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บปวด ณ บริเวณที่ถูกดำเนินการ

โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก

แพทย์หรือทันตแพทย์จะวินิจฉัยไลเคนพลานัสในช่องปากได้จากการสังเกตอาการภายในช่องปากของคุณ

อาจมีการเจาะตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยก็ได้ ซึ่งจะเป็นการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อภายในปากและส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์เช่นเดียวกับกระบวนการตรวจไลเคนพลานัสบนผิวหนัง อีกทั้งต้องมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เช่นเดียวกัน

การรักษาโรคไลเคนพลานัส

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคไลเคนพลานัส มีเพียงการรักษาบรรเทาอาการต่าง ๆ และกำจัดผื่นเท่านั้น สำหรับไลเคนพลานัสที่ไม่รุนแรงก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาก็ได้

หลักการดูแลตนเอง

หัวข้อต่อไปนี้คือหลักปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยภาวะไลเคนพลานัส เพื่อบรรเทาและป้องกันการทรุดของโรค

โรคไลเคนพลานัสที่ผิวหนัง

เลี่ยงการชำระล้างร่างกายด้วยสบู่หรือฟองอาบน้ำ: ให้ใช้น้ำอุ่นธรรมดาแทน

ป้องกันไม่ให้แชมพูสระผมโดนผิวหนังที่เป็นโรค

ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง

โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก

เลี่ยงการรับประทานอาหารเผ็ดหรือที่เป็นกรดสูงอย่างเช่นน้ำผลไม้บางประเภท เนื่องจากกรดจะไปทำให้บริเวณที่เป็นโรคในช่องปากระคายเคืองขึ้นมา

เลี่ยงการทานอาหารที่มีความคม อย่างเช่นขนมปังกรอบ

เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

หากมีความเจ็บปวดในช่องปากจากภาวะไลเคนพลานัส พยายามทานอาหารเหลวหรืออ่อนอย่างเช่นมันฝรั่งบดหรือข้าวต้มแทน

หากเป็นไปได้ให้ใช้ยาสีฟันที่คุณใช้เป็นประจำต่อไป

เลี่ยงการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมเพราะอาจจะแรงเกินไปสำหรับปากของคุณได้

พยายามรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี

ให้เข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพของฟันและเหงือก

โรคไลเคนพลานัสที่อวัยวะเพศ

เลี่ยงการชำระล้างร่างกายด้วยสบู่หรือฟองอาบน้ำ: ให้ใช้น้ำอุ่นธรรมดาหรือสารที่ใช้แทนสบู่แทน

ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นกับบริเวณอวัยวะเพศก่อนและหลังขับถ่าย

ประคบเย็น ณ บริเวณที่เป็นโรคเพื่อลดอาการคันและบวม (ห้ามประคบน้ำแข็งกับผิวหนังโดยตรง ให้พันน้ำแข็งด้วยผ้าเช็ดตัวหรือถุงชาก่อน)

สำหรับผู้หญิงไม่ควรสวมกางเกงที่คับแน่นเกินไป

โรคไลเคนพลานัสที่เล็บ ผม และผิวหนัง

มีการใช้ยาและการรักษามากมายที่แนะนำสำหรับจัดการกับโรคไลเคนพลานัสบนผิวหนัง เล็บ และผม ดังนี้:

ครีมและขีผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์

ครีมและขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นยาทาที่มีส่วนผสมของคอร์ติโคสเตียรอยด์ (ฮอร์โมนเทียม) และถูกใช้เพื่อการรักษาการอักเสบของภาวะผิวหนัง ซึ่งยาประเภทนี้มักจะถูกเรียกว่ายาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่จะช่วยลดการอักเสบและอาการแดงของผิวหนังที่เกิดจากโรคไลเคนพลานัส ยกตัวอย่างยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ชนิดแรงเช่น โคลเบทาโซล โพรพิโอเนต ซึ่งมีฤทธิ์บรรเทาอาการคันได้ดีมาก

การรักษาปุ่มแดงหรือม่วงควรจะหยุดทันทีที่ผื่นเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลหรือเทา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อการอักเสบลดน้อยลงมาก หากยังคงใช้ยาทาไปเรื่อย ๆ หลังจากนี้จะทำให้ผิวหนังบางลง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์มีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้: ประเภทและความรุนแรงของการรักษาที่ใช้ ระยะเวลาที่ดำเนินการรักษา ธรรมชาติของภาวะที่กำลังทำการรักษาอยู่

ผลข้างเคียงของคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่มีดังนี้: ผิวหนังแดงหรือแสบร้อน ผื่นผิวหนัง ผิวหนังบาง ผิวแตกลาย โรคผื่นอักเสบสัมผัส: ภาวะที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง ผมขึ้นมากเกินไป ผิวหนังสีสว่างขึ้น

ก่อนใช้ยาให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์และคำแนะนำให้ชัดเจนและครบถ้วนทุกครั้ง

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเม็ด

ในบางกรณีแพทย์จะทำการจ่ายยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเม็ดในการรักษาโรคไลเคนพลานัสรุนแรง หรือเมื่ออาการของโรคไม่ตอบสนองต่อครีมหรือขี้ผึ้งเท่าไรนัก

ผลข้างเคียงของยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเม็ดที่ใช้ในระยะสั้นมีดังนี้: ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น นอนไม่หลับ คั่งน้ำ (ไม่สามารถขับปัสสาวะได้ตามปกติ) อารมณ์เปลี่ยนแปลง อย่างเช่นรู้สึกฉุนเฉียวหรือวิตกกังวล

การรักษาวิธีอื่น

การรักษาโรคไลเคนพลานัสบนผิวหนังอื่น ๆ มีดังนี้:

การใช้ยาต้านฮิสตามีน: มักใช้รักษาอาการของภูมิแพ้ อย่างเช่นคันผิวหนัง ในกรณีที่คุณเป็นภาวะไลเคนพลานัสที่ผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการคัน ยาตัวนี้สามารถใช้เพื่อลดอาการดังกล่าวได้

การรักษาด้วยแสง: มีการรักษาด้วยแสงสองวิธีคือการใช้แสงอัลตราไวโอเล็ต B (UVB) และ psoralen

plus ultraviolet A (PUVA) โดย UVB จะเป็นวิธีรักษาด้วยแสงที่ใช้กันมากที่สุด แต่ PUVA จะนำมาใช้กับกรณีผู้ป่วยไลเคนพลานัสที่เป็นรุนแรงหรือลุกลามมากจนไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ

การใช้ยาอาซิเทรติน: ยาตัวนี้จะจ่ายโดยผู้เชี่ยวชาญ และจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยไลเคนพลานัสที่เป็นรุนแรงเท่านั้น ยาเม็ดตัวนี้จะมีผลข้างเคียงหลายอย่างและอาจไม่เข้ากับยาตัวอื่น

โรคไลเคนพลานัสในช่องปาก

กรณีผู้ป่วยไลเคนพลานัสในช่องปากที่เป็นไม่รุนแรงก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา สำหรับกรณีที่เป็นรุนแรงนั้นจะมีการรักษาดังนี้:

การใช้ยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของยาระงับประสาทเพื่อทำให้ช่องปากชาชั่วคราวจนทำให้รับประทานอาหารได้สะดวกขึ้น

สเปรย์ น้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน หรือยาอมคอร์ติโคสเตียรอยด์

เจลหรือน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อเพื่อช่วยป้องกันการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก

ในกรณีผู้ป่วยไลเคนพลานัสรุนแรง อาจมีการใช้ยาเม็ดคอร์ติโคสเตียรอยด์ในระยะสั้น

การป้องกันโรคไลเคนพลานัสทำได้ยากมาก แต่ก็สามารถช่วยคงสภาพเยื่อบุช่องปากให้มีสุขภาพดีด้วยการปฏิบัติตนดังนี้: เลิกสูบบุหรี่ (หากคุณสูบ) เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ๆ ทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงการทานผักผลไม้มาก ๆ ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีอยู่เสมอ ด้วยการแปรงฟันวันละสองครั้ง และตรวจสภาพช่องปากกับทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อจัดการกับปัญหาฟันหรือปากให้เร็วที่สุด

การรักษาวิธีอื่น

หากการรักษาด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ไม่สามารถควบคุมอาการของคุณ แพทย์อาจทำการจ่ายยากดภูมิคุ้มกันแก่คุณเพื่อจำกัดปฏิกิริยาคุ้มกันอัตโนมัติของร่างกายที่คาดว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะไลเคนพลานัสแทน

การรักษาประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของร่างกายได้ได้รับผลกระทบจากโรคไลเคนพลานัส

การใช้ยาภายนอก (ยาที่ใช้รักษาไลเคนพลานัสที่ผิวหนัง): เช่นการใช้ขี้ผึ้งทาโครลิมัสและครีมพิเมโครลิมัสกับผิวหนังโดยตรง

การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (ใช้รักษาไลเคนพลานัสในช่องปาก): ยาที่ใช้มักอยู่ในรูปของยาเม็ดหรือแคปซูล และสามารถใช้เพื่อรักษาไลเคนพลานัสในช่องปากที่เป็นรุนแรงได้

การรักษาเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ชี้แจงคุณอีกที

คุณอาจต้องเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำหากต้องรับยากดภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในช่วงแรกของการรักษา

ภาวะแทรกซ้อนของโรคไลเคนพลานัส

ภาวะไลเคนพลานัสก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างเช่นผิวหนังเปลี่ยนสี และในบางกรณี การเป็นไลเคนพลานัสแบบกัดกร่อนก็อาจเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งบางประเภทอีกด้วย

การเกิดสีคล้ำตามผิวหนัง

หลังจากที่คุณหายจากผื่นของภาวะไลเคนพลานัส ผิวหนังที่ติดโรคอาจมีสีที่เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งอาจเป็นสีน้ำตาลหรือเทาที่คงอยู่นานหลายเดือน ภาวะเช่นนี้เรียกว่าการเกิดจุดด่างดำหลังการอักเสบ และมักจะมองเห็นได้ชัดในผู้ที่มีสีผิวเข้มอยู่แล้ว

โรคไลเคนพลานัสชนิดกัดกร่อน ภาวะไลเคนพลานัสแบบกัดกร่อนคือภาวะไลเคนพลานัสประเภทหนึ่งที่มีอาการเรื้อรังระยะยาวและทำให้มีแผลเจ็บปวดขึ้น และก่อให้เกิดอาการแสบร้อนและไม่สบายบริเวณอวัยวะเพศ

บางกรณีหรือผู้ป่วยไลเคนพลานัสแบบกัดกร่อนประมาณ 2% จะประสบกับภาวะมะเร็งบางประเภทอย่างเช่น: มะเร็งช่องปาก มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งองคชาติ

ซึ่งการตรวจร่างกายด้วยตัวเองและการสังเกตหาความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้คุณสามารถพบปัญหาต่าง ๆ ได้เร็ว โดยการมองหาตำแหน่งที่เป็นแผลในช่องปากหรือบนอวัยวะเพศที่เป็นมานานหรือไม่ยอมหายเอง ซึ่งหากพบคุณต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

คุณควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่าฟันและเหงือกของคุณมีสุขภาพดี และคอยสังเกตปื้นหรือแผลในช่องปากหรือบนอวัยวะเพศตลอดเวลาและรีบทำการรักษาความผิดปรกติที่พบทันที สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปนั้น ควรเข้ารับการตรวจฟันทก ๆ 3 ถึง 24 เดือนตามกรณีบุคคล

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ผิวหนังเป็นจ้ำๆ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นรองช้ำมีวิธีรักษาไหมคะ นอกจากแช่น้ำอุ่น
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่