เมลาโทนิน (Melatonin) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 465,761 คน

เมลาโทนิน รู้จักในอีกชื่อนึงว่า "ฮอร์โมนแดคคิวล่า" เพราะถูกหลั่งออกมาเฉพาะในเวลากลางคืน

เมลโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากต่อมไพเนียลที่อยู่ในบริเวณส่วนกลางของสมอง ในช่วงเวลากลางวันต่อมไพเนียลจะไม่ได้ทำงาน แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน ต่อมไพเนียลจะทำการหลั่งเมลาโทนินออกมาสู่กระแสเลือดทำให้ร่างกายรู้สึกง่วง ตามที่ National sleep foundation กล่าว ระดับของเมลาโทนินจะคงอยู่ในกระแสเลือดของเราเป็นเวลา 12 ชั่วโมงแล้วจะค่อยๆ ลดลงพร้อมกับการกลับมาของแสงอาทิตย์

หากคุณได้รับแสงสว่างในเวลากลางคืนหรือได้รับแสงไม่เพียงพอในเวลากลางวัน จะมีผลให้วัฎจักรของเมลาโทนินไม่สมดุลและอาจจะทำให้การหลั่งเมลาโทนินผิดปกติ ซึ่งระหว่างการทำงานวิจัยเพิ่มเติม มีนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่า ระดับเมลาโทนินจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นของเรา ในกรณีนี้ สามารถอธิบายได้ว่าทำไมคนสูงอายุถึงนอนไวและตื่นเช้ากว่าในตอนที่เป็นเด็ก

หน้าที่อื่นๆ ของเมลาโทนิน

  • ช่วยในการควบคุมวงจรการสืบพันธุ์ของเพศหญิง เช่น ช่วงเวลาที่มีประจำเดือนและช่วงเริ่มต้นเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
  • มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งบางข้อมูล กล่าวว่า เมลาโตนินนั้นช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนั้นแข็งแรงมากขึ้น

อาหารเสริมเมลาโทนิน

ในประเทศสหรัฐอเมริกา อาหารเสริมเมลาโตนินจากการสังเคราะห์ขึ้นเป็นฮอร์โมนเสริมชนิดเดียวที่สามารถจำหน่ายได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ แต่เช่นเดียวกับอาหารเสริมชนิดอื่น อาหารเสริมเมลาโทนินนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันในด้านความปลอดภัยและในด้านประสิทธิภาพการทำงานจากองค์กรอาหารและยา

หากคุณคิดจะใช้เมลาโทนินเสริม ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อน ปัจจุบันยังคงมีการทำงานวิจัยถึงผลลัพธ์จากการใช้อาหารเสริมเมลาโตนิน ซึ่งบางงานวิจัยกล่าวถึงโรคดังต่อไปนี้ที่สามารถช่วยในการรักษาได้ ดังนี้

ข้อควรรู้ก่อนทานฮอร์โมนเมลาโทนิน

หากคุณกำลังคิดอยากจะลองทานฮอร์โมนเมลาโทนินเพื่อช่วยให้หลับง่ายขึ้นล่ะก็ ลองดูข้อมูลดังต่อไปนี้ก่อนว่าฮอร์โมนที่ว่านั้นช่วยให้หลับได้จริงหรือมีผลข้างเคียงหรือไม่

เมลาโทนิน: ฮอร์โมนธรรมชาติ

การที่เราสามารถนอนหลับได้เป็นปกติในตอนกลางคือนั้นสำคัญมากต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากคุณต้องต่อสู้กับอาการนอนไม่หลับอยู่ทุกๆ คืน คุณอาจกำลังต้องการรับฮอร์โมนเมลาโทนินเพื่อช่วยให้คุณหลับง่ายขึ้น คุณรู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วร่างกายของเราผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินออกมากอยู่แล้ว ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวถือเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่ร่างกายของมนุษย์ผลิตขึ้นมาโดยต่อมไพเนียลที่มีขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าวและมีตำแหน่งอยู่บริเวณกลางสมอง ซึ่งในช่วงระหว่างวันต่อมไพเนียลจะไม่ทำงานและจะตรวจพบฮอร์โมนดังกล่าวได้น้อยมาก แต่เมื่อถึงเวลากลางคืนต่อมไพเนียลจะเปิดสวิตช์ทำงานและเริ่มผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน โดยพบว่าฮอร์โมนเมลาโทนนินจะเริ่มทำงานประมาณสามทุ่ม ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เรารู้สึกง่วงนอนนั่นเอง ฮอร์โมนดังกล่าวจะทำงานประมาณ 12 ชั่วโมงในแต่ละวัน และจะหยุดทำงานก่อนที่เช้าวันใหม่จะเริ่มขึ้นและระดับฮอร์โมนจะลดต่ำลง

การรับฮอร์โมนเมลาโทนินไม่ได้เป็นการรักษาอาการนอนไม่หลับ

ในขณะที่ฮอร์โมนเมลาโทนินอาจถูกนำมาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ แต่ทว่าฮอร์โมนดังกล่าวไม่สามารถนำมารักษาโรคนอนไม่หลับได้ มันจะเพียงตัวช่วยกระตุ้นให้คุณสามารถหลับง่ายขึ้นเท่านั้น แต่จะไม่ได้ช่วยให้คุณหลับยาวขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้นฮอร์โมนนี้จึงถูกนำมาใช้กับผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน (Jet Lag), ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าเฉพาะฤดูกาล (SAD), เพื่อควบคุมเวลาการนอนหลับของผู้ที่ทำงานกะกลางคืน,เพื่อป้องกันหรือลดปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับของผู้ป่วยหลังผ่าตัด และเพื่อช่วยลดอาการปวดศีรษะแบบเรื้อรัง หากร่างกายของคุณตอบสนองอย่างดีต่อฮอร์โมนเมลาโทนิน คุณจึงไม่จำเป็นต้องรับฮอร์โมนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องแต่อย่างใดและจะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาด้วย เพราะหากคุณใช้ฮอร์โมนนี้มากหรือนานเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เพราะทำให้ร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนและต้องรับในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนมากๆ เข้า จะทำให้คุณนอนหลับยากขึ้นกว่าเดิม

สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณจะได้เสมอไป

หลายคนที่มีปัญหาในการนอนหลับมีการใช้ฮอร์โมนเมลาโทนินที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาโดยที่ไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เนื่องจากฮอร์โมนดังกล่าวเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่ไม่ได้มีอันตรายร้ายแรง ดังนั้นคุณสามารถหาซื้อในปริมาณที่มากได้ แต่ฮอร์โมนที่ซื้อมาคุณไม่มีทางทราบได้เลยว่ามีส่วนประกอบของสารอื่นๆ ด้วยหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นสารที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ นอกจากนี้ การใช้ฮอร์โมนในปริมาณ 0.3 หรือ 0.5 มก. ในเวลากลางคืนจะช่วยกระตุ้นการนอนหลับ แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่สูงขึ้นจะทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนในเวลากลางวัน มีอาการมึนงง  สมรรถภาพทางด้านร่างกายลดลง และเป็นสาเหตุให้อุณหภูมิของร่างกายลดลง เนื่องจากฮอร์โมนเมลาโทนินไม่ได้ถูกวางข้อกำหนดของการใช้ไว้อย่างชัดเจน ปริมาณที่วางขายในท้องตลาดจึงมีอยู่หลากหลาย จากผลการศึกษาพบว่า ฮอร์โมนเมลาโทนินที่มาในรูปแบบของอาหารเสริมมักมีปริมาณที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม การทานอาหารเสริมเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนประกอบในตัวอาหารเสริมนั้นๆ ด้วย

ปริมาณการใช้ฮอร์โมนเมลาโทนินที่ถูกละเลย

เนื่องจากฮอร์โมนเมลาโทนินเป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ การจำหน่ายจึงมีหลากหลายปริมาณ ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถทราบได้ว่าปริมาณเท่าไดจึงจะเหมาะกับการใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคนอนไม่หลับหรือมีปัญหาการนอนหลับ ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณฮอร์โมนที่เหมาะสม แล้วจึงหามาใช้เองได้ โดยควรเลือกยาที่ผลิตจากแล็ปที่น่าเชื่อถือและผลิตจากฮอร์โมนมนุษย์ ไม่ใช่ฮอร์โมนจากสัตว์เพราะอาจมีสิ่งเจือปนและเป็นอันตรายได้ และหากคุณทานยาดังกล่าวแล้วเกิดอาการแพ้ ควรหยุดยานั้นทันทีและรีบพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง

ยังไม่มีใครทราบได้ถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

หากเราใช้ฮอร์โมนเมลาโทนินในระยะสั้นๆ อาจไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และถือว่าปลอดภัย แต่บางคนเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ฮอร์โมน คือ ปวดหัว มีภาวะฝันร้าย มีอาการมึนงงจากการใช้ยาเมื่อตื่นนอน อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการศึกษาที่ชัดเจนว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ฮอร์โมนในระยะยาวเป็นอย่างไร เนื่องจากการศึกษาวิจัยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ และผลข้างเคียงที่ศึกษาพบคือ อาการตัวเย็น ปวดตามข้อ ท้องร่วง การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน และปวดศีรษะ เป็นต้น

การใช้ฮอร์โมนเมลาโทนินอาจเป็นอันตรายได้กับวัยแรกรุ่น

เนื่องจากฮอร์โมนเมลาโทนินจะทำงานในหลายส่วนของร่างกายและสมอง รวมไปถึงกับต่อมใต้สมองซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับพัฒนาการในวัยแรกรุ่น ผู้เชี่ยวชาญเตือนผู้ปกครองให้ปรึกษากุมารแพทย์เกี่ยวกับปัญหาการนอนก่อนให้บุตรหลานรับฮอร์โมนดังกล่าว เนื่องจาก โดยปกติแล้วฮอร์โมนเมลาโทนินจะมีปริมาณลดลงตามธรรมชาติในช่วงวัยแรกรุ่นและการใช้ฮอร์โมนกับเด็กวัยนี้โดยไม่ควบคุมดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นผู้ปกครองควรหันมาให้ความสำคัญกับสาเหตุของอาการนอนไม่หลับของเด็กและพยายามขจัดปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุนั้นๆ มากกว่า โดยฮอร์โมนเมลาโทนินถือว่าปลอดภัยและมักถูกใช้กับเด็กที่มีความผิดปกติทางด้านการสื่อสารและอารมณ์ (Autism) มากกว่าอย่างไรก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้กครองต้องปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะให้บุตรหลานรับฮอร์โมนใดๆ เข้าสู่ร่างกาย

การใช้ฮอร์โมนไม่ใช่ทางออกเพียงทางเดียวในการแก้ปัญหาการนอนหลับ

ก่อนที่จะเริ่มใช้ฮอร์โมนหรืออาหารเสริมใดๆ เพื่อแก้ปัญหาการนอนหลับ คุณควรพิจารณาก่อนว่าอาจมีวิธีการแก้ปัญหาอื่นๆ ด้วยเช่นกัน มีการรักษาต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างปกติ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เข้านอนในเวลาเดียวกันทุกคืน งดใช้อุปกรณ์ที่ให้กำเนิดแสงสีฟ้าก่อนเข้านอน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็ปเลต โทรทัศน์ เป็นต้น และหลีกเลี่ยงการนอนงีบช่วงบ่ายหรือตอนเย็น นอกจากนี้ คุณอาจลองรักษาด้วยวิธีการธรรมชาติ ด้วยการจิบชาคาโมมายล์ หรือทานสมุนไพรจากรากของต้นวาเลอเรียน เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.rd.com/health/cond...

เมลาโทนินฮอร์โมน

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระนี้คืออะไร ทำหน้าที่อะไรในร่างกาย คำแนะนำสำหรับการรับประทานเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เคล็ดลับและข้อควรระวังน่ารู้ สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

ฮอร์โมนที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระนี้ ผลิตโดยต่อมไพเนียล ในสมองขณะที่เรานอนหลับพักผ่อนมีหน้าที่ช่วยในการรักษาจังหวะเวลาชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ด้วยหน้าที่หลักของมันคือการควบคุมนาฬิกาชีวิตภายในร่างกายของเรา (วงจรการนอนหลับและการตื่น) ผมจึงพบว่า มันได้ผลมากในการรักษาอาการเจ็ตแล็ก (อาการนอนไม่หลับเมื่อต้องเดินทางเปลี่ยนสถานที่ซึ่งอยู่ต่างเขตเวลากัน) และอาการนอนไม่หลับ เมื่อเราอายุมากขึ้น ระดับของเมลาโทนินจะลดลง การรับประทานเมลาโทนินเสริมอาจช่วยชะลอกระบวนการชรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันเซลล์สมองจากการทำลายโดยปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ รวมถึงโรคอัลไซเมอร์ เมลาโทนินยังช่วยลดอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ และช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยการกระตุ้นเซลล์ที่ทำหน้าที่ต้านเซลล์มะเร็ง จึงช่วยหยุดการแพร่กระจายของมะเร็งได้

คำแนะนำสำหรับการรับประทานเป็นอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร:

เมลาโทนินพบในอาหารเช่นมะเขือเทศ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงได้รับการวางจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา แม้ว่าแท้จริงแล้วมันจะเป็นฮอร์โมนก็ตาม คำแนะนำของผมสำหรับการรับประทานเพื่อป้องกันอาการเจ็ตแล็กคือ 1-3 มก. (ในรูปที่ใช้อมใต้ลิ้น) ปล่อยให้ละลายใต้ลิ้นครึ่งชั่วโมง ก่อนเวลาที่คุณต้องการจะนอนในสถานที่ที่คุณเดินทางไป หากคุณรับประทานในรูปอัดเม็ดหรือแคปซูล ซึ่งทำงานได้ไม่เร็วนัก ผมแนะนำให้รับประทาน 1-3 มก. หนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนเวลาที่คุณต้องการจะนอน สำหรับอาการนอนไม่หลับ แนะนำขนาด 1-5 มก. ก่อนเข้านอน (เริ่มที่ 1 มก. และค่อยๆ เพิ่มหากจำเป็น ไม่ควรเกินกว่า 5 มก.) ในการรับประทานเพื่อชะลอความชรา ผมแนะนำ 0.5-1 มก. (ในรูปที่ใช้อมใต้ลิ้น) ก่อนเข้านอน

เคล็ดลับ:

หากคุณติดนิสัยชอบหาอะไรรองท้องก่อนนอน กล้วยก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะมันช่วยเพิ่มการสร้างเมลาโทนินในร่างกายได้

ยาบางตัว รวมถึงยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDS ซึ่งมีขายทั่วไป มีผลลดการสร้างเมลาโทนินของสมอง แอสไพรินขนาดมาตรฐานเพียงหนึ่งเม็ด สามารถลดการสร้างเมลาโทนินลงได้มากถึงร้อยละ 75 หากคุณรับประทานยาเหล่านี้ พยายามรับประทานยามื้อสุดท้ายหลังอาหารมื้อเย็น ยาอื่นที่มีผลยับยั้งการสร้างเมลาโทนินของสมอง เช่น ยานอนหลับพวกแวเลียมและซาแนกซ์ กาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาแก้หวัด ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน กลุ่มบีตาบล็อกเกอร์ หรือแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ยาลดความอ้วนและสเตียรอยด์ เช่น เพรดนิโซน

ข้อควรระวัง: 

เมลาโทนินอาจทำให้คุณรู้สึกง่วงมาก และควรรับประทานก่อนจะเข้านอน ไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรหลังจากรับประทานเข้าไป หากคุณรับประทานยาอื่นเป็นประจำ มีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เป็นเบาหวาน มีปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุลจากโรคอื่น หรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือนและกำลังรับฮอร์โมนทดแทน คุณไม่ควรรับประทานเมลาโทนินก่อนปรึกษาแพทย์ประจำตัว และเนื่องจากเมลาโทนินอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันของคุณมากเกินไปได้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านร่างกายตัวเอง หรือรับประทานยากดภูมิคุ้มกันอยู่ ไม่ควรรับประทานเมลาโทนินเด็ดขาด!

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อยากทราบชื่อยาแก้เครียดค่ะ ต้องการไปหาซื้อตามร้านขายยา
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมจึงไม่ควรใช้ melatonin ในผู้ป่วยโรคซึมเศ้รา
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่