ความรู้สุขภาพ

ปากแห้ง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อปากแห้ง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 490584086 %281%29

เชื่อว่าหลายคนย่อมเคยประสบกับปัญหาปากแห้ง ซึ่งมักเป็นปัญหาที่คอยกวนใจเป็นที่สุด โดยเฉพาะผู้หญิงที่เมื่อทาลิปสติกแล้วไม่ออกมาสวยเรียบเนียนเท่าที่ควร ดังนั้นจะดีกว่าไหมหากเราสามารถดูแลอาการปากแห้งได้อย่างถูกวิธี และรับมือป้องกันเพื่อไม่ให้อาการดังกล่าวแวะเวียนมากวนใจบ่อยๆ ที่สำคัญสาเหตุที่ทำให้ปากแห้งก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่หนาวเย็น หรือการดื่มน้ำที่ไม่เพียงพออย่างที่เข้าใจกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ได้อีกด้วย

ปากแห้ง

ปากแห้งเกิดจากปริมาณน้ำลายที่มีน้อย หรือที่เรียกว่าภาวะ Xerostomia ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมน้ำลายไม่สามารถทำการผลิตน้ำลายเพื่อใช้ในการรักษาความชุ่มชื้นในปากได้เป็นปกติ จึงทำให้มีอาการปากแห้ง รวมทั้งทำให้รู้สึกไม่สบายในปาก เกิดอาการคอแห้ง กระหายน้ำ และตามมาด้วยภาวะขาดน้ำ ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดจากผลข้างเคียงจากการที่ผู้ป่วยใช้ยาบางชนิด แต่เมื่อผู้ป่วยมีอายุที่มากขึ้น สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปากแห้งก็ไม่ค่อยรุนแรงมาก และสามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่หลากหลาย แต่หากผู้ป่วยมีอาการของโรคปากแห้งที่ผิดปกติ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

สาเหตุที่ทำให้ปากแห้ง

อย่างที่ทราบกันดีว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปากแห้งนั้น เนื่องจากต่อมน้ำลายในปากไม่มีการผลิตน้ำลายออกมา ดังนั้นภายในปากจึงไม่มีความชุ่มชื้นที่เพียงพอ สำหรับการทำงานที่ผิดปกติของต่อมน้ำลายจนทำให้เกิดปากแห้งนั้นมีสาเหตุจากสิ่งต่อไปนี้

เกิดจากภาวะขาดน้ำ สาเหตุนี้อาจเกิดจากการป่วยและจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การเสียเหงื่อในปริมาณมาก เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย ถูกไฟไหม้ และเป็นไข้

เกิดจากผลข้างเคียงของการใช้ยา อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปากแห้งก็คือ ผลข้างเคียงจากการใช้ยา เนื่องจากยาบางชนิดมีส่วนทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก และยาแก้ปวด

เกิดจากผลข้างเคียงของโรคประจำตัว โรคประจำตัวบางชนิดก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปากแห้งได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง โรคพาร์กินสัน โรคเบาหวาน โรคซิสติกไฟโบรซิส โรคอัลไซเมอร์ โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือดจาง โรคไขข้ออักเสบ และการติดเชื้อในช่องปาก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย เช่น กลุ่มอาการโจเกรนและการติดเชื้อเอชไอวี

เกิดจากเส้นประสาทเสียหาย เส้นประสาทเกิดความเสียหาย บางครั้งเกิดจากการผ่าตัดหรือการได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะและบริเวณคอ และการที่เส้นประสาทได้รับความเสียหาย ก็สามารถทำให้เกิดภาวะปากแห้งได้เช่นเดียวกัน

เกิดจากผลข้างเคียงของการเป็นโรคมะเร็ง เมื่อผู้ป่วยมะเร็งได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ก็อาจทำให้เกิดการกระทบต่อการผลิตน้ำลาย แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่อาการที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้ป่วยได้รับการรักษา และในส่วนของรังสีบำบัดซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยได้รับการฉายแสงที่บริเวณศีรษะและคอ ก็สามารถสร้างความเสียหายต่อต่อมน้ำลายได้เช่นกัน แต่จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหรือถาวรนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของรังสีและบริเวณที่รับการรักษานั่นเอง

เกิดจากการใช้สารเสพติด ในกลุ่มผู้ที่ใช้สารเสพติดไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาเสพติด สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้เกิดอาการปากแห้งได้ง่ายมาก และยังทำให้อาการปากแห้งมีความรุนแรนและสร้างความเสียหายต่อฟันได้ โดยเฉพาะสารเสพติดอย่างยาบ้า กัญชา และเมทแอมเฟตามีน

เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของวัย คนทุกวัยย่อมสามารถเป็นโรคปากแห้งได้ แต่สำหรับวัยสูงอายุนั้นจะมีภาวะของการเกิดโรคปากแห้งสูง เนื่องจากการใช้ยาต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของสมรรถภาพของร่างกาย การมีโรคประจำตัว การป่วย และการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย    

อาการของโรคปากแห้ง

ในส่วนของอาการของโรคปากแห้งที่พบทั่วไปในชีวิตประจำวัน เกิดจากภาวะขาดน้ำและความเครียดวิตกกังวล แต่สำหรับอาการปากแห้งที่เกิดขึ้นแบบต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเป็นโรคและการเจ็บป่วยจากการเป็นโรคบางชนิด ทั้งนี้อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บคอ คอแห้ง เสียงแหบ มีความรู้สึกแห้งและเหนียวภายในปาก มีแผลในปากและมีรอยแตกที่มุมปากหรือริมฝีปาก รู้สึกกระหายน้ำบ่อย ลิ้นแห้ง แดง และหยาบ มีกลิ่นปาก มีอาการแสบในปากโดยเฉพาะที่บริเวณลิ้น เกิดปัญหาในการพูด การรับรู้รสชาติ การเคี้ยวและกลืนอาหาร รวมทั้งการใส่ฟันปลอม  

วิธีรักษาโรคปากแห้ง

สำหรับการรักษาโรคปากแห้งในทางการแพทย์นั้น จะขึ้นอยู่กับสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ซึ่งแพทย์ได้มีการแนะนำและให้การรักษาด้วยวิธีดังนี้

  • ในกรณีที่แพทย์ได้มีการวินิจฉัยและพบว่ายาที่ผู้ป่วยใช้นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ปากแห้ง แพทย์จะมีการปรับเปลี่ยนปริมาณยาที่ใช้ หรือบางกรณีอาจมีการเปลี่ยนให้ใช้ยาชนิดอื่น ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดภาวะปากแห้งนั่นเอง
  • แพทย์อาจมีการสั่งยาไพโลคาร์พีน ซึ่งเป็นยาที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งยาชนิดนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการปากแห้งจากการรับการรักษาด้วยการฉายรังสี รวมทั้งผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการโจเกรน นอกจากนี้ยาไพโลคาร์พีนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ทำให้ปวดศีรษะหรือมีเหงื่อออกในจำนวนมาก ดังนั้นผู้ป่วยที่ใช้ยาตัวนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อยู่เสมอ
  • รักษาด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในปาก ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีทั้งชนิดที่สั่งโดยแพทย์และชนิดที่ผู้ป่วยสามารถหาซื้อมาใช้ได้เอง เช่น น้ำยาบ้วนปาก น้ำลายเทียม หรือจะเป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นและหล่อเลี้ยงภายในปาก ซึ่งจะมีทั้งในรูปแบบที่เป็นสเปรย์ เจล และยาอม

วิธีป้องกันปากแห้ง

1.ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อยควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว

2.หมั่นทำให้ปากมีความชุ่มชื้น โดยการจิบน้ำเย็นหรือเครื่องดื่มต่างๆ ที่ปราศจากน้ำตาล รวมทั้งการอมน้ำแข็งก็จะช่วยได้

3.ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีรสชาติเผ็ดและเค็มจัด เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดการระคายเคืองในปาก

4.เคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอมที่ปราศจากน้ำตาลก็ช่วยป้องกันปากแห้งได้ เนื่องจากวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายออกมาได้มากขึ้น

5.เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และการสูบบุหรี่

6.ในกรณีที่มีอาการปากแห้งมาก ควรสอบถามเภสัชเพื่อซื้อน้ำลายเทียมมาใช้ ซึ่งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำอย่างเคร่งครัด

7.ไม่ควรซื้อยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกมาทานเอง เพราะอาจทำให้อาการที่เป็นอยู่เดิมจะยิ่งแย่ลง หรือหากจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าว ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัช

8.ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์และควรใช้ไหมขัดฟันด้วย ทั้งนี้ก็ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันปัญหาฟันผุ

9.สำหรับใครที่มักหายใจทางปาก ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและฝึกหายใจทางจมูกบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการปากแห้งได้ง่าย

10.เลือกใช้เครื่องทำความชื้นเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศในขณะที่นอนหลับ

11.หมั่นไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพในช่องปากและฟัน

12.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเลียปากบ่อยๆ เพราะน้ำลายจะดูดเอาความชุ่มชื้นออกจากปาก ทำให้ปากแห้ง แตกและดำคล้ำง่าย แต่หากเลี่ยงพฤติกรรมการเลียปากได้ อาการปากแห้งก็จะลดลง และทำให้ปากคงความชุ่มชื้นไว้ดังเดิมได้

13.ควรเลือกใช้ลิปสติกที่มีส่วนผสมจากมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นหรือบำรุงผิวริมฝีปากไปพร้อมๆ กัน และควรเลือกใช้ลิปที่มีส่วนผสมจากสารกันแดด เพราะแสงแดดจะทำลายผิวปากให้หมองคล้ำ ซึ่งจะทำให้ปากแห้งด้วยนั่นเอง

14.ใช้ลิปบาล์มทาบำรุงริมฝีปากอยู่เสมอ

15.หลีกเลี่ยงการสครับผิวริมฝีปากบ่อยๆ เพราะการสครับจะยิ่งทำให้ปากแห้งหนักมากขึ้น

วิธีดูแลตนเองเมื่อปากแห้ง

หากประสบกับปัญหาปากแห้ง ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ อย่างน้อยควรดื่มให้มากกว่าวันปกติ จิบน้ำเย็นหรือเครื่องดื่มที่ปราศจากน้ำตาลบ่อยๆ
  • อมลูกอมหรือจะเคี้ยวหมากฝรั่งก็ได้ เพราะวิธีนี้ช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายสามารถผลิตน้ำลายออกมาได้มากขึ้น แต่ก็ควรเลือกแต่ลูกอมหรือหมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาล
  • หากผู้ป่วยมีอาการริมฝีปากแห้งและแตก ควรบำรุงริมฝีปากด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ รวมทั้งควรงดสูบบุหรี่ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะยิ่งทำให้อาการปากแห้งแย่ลงกว่าเดิม

ปากแห้ง ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาปากแตกลอกเป็นขุย และยังง่ายต่อการดำคล้ำอีกด้วย เพราะริมฝีปากเป็นส่วนที่จะช่วยสร้างเสน่ห์และบุคลิกให้แก่คนเราได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบแต่งหน้าทาปาก แต่หากริมฝีปากแตกแห้ง ย่อมทำให้การทาลิปติกไม่สวย และทำให้คุณหมดความมั่นใจในการพูดคุยกับผู้คนได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ดังนั้น แม้ว่าปากจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่การดูแลให้สุขภาพดีอยู่เสมอ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้อวดยิ้มสวยซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนมั่นใจในตัวเองได้ดีอยู่เสมอ 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่