Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

การติดเชื้อแคมปีโลแบคเตอร์ คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,462,414 คน

เชื้อ Campylobacter เป็นกลุ่มของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในลำไส้ผ่านทางอาหาร การติดเชื้อ Campylobacter มักเกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ปีกดิบหรือปรุงไม่สุก หรือเกิดการปนเปื้อนเชื้อในขั้นตอนเตรียมอาหาร เช่น การรับประทานผักที่หั่นบนเขียงเดียวกับเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ Campylobacter ที่ไม่ได้ล้าง เป็นต้น รวมถึงการบริโภคนมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ และการดื่มน้ำที่ปนเปื้อน

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค CDC กล่าวว่า ในแต่ละปีภายในสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อ Campylobacter ประมาณ 1.3 ล้านคน และมีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 13,000 ราย และเสียชีวิต 120 ราย เชื้อสายพันธุ์นี้ยังสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ว่ายน้ำในน้ำที่ปนเปื้อนได้ด้วย 

เชื้อ Campylobacter jejuni เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่ แต่สายพันธุ์อื่น เช่น C. fetus และ C. Coli ก็ทำให้เกิดการติดเชื้อได้บ่อยเช่นกัน

อาการของการติดเชื้อ Campylobacter

บางคนที่มีการติดเชื้อชนิดนี้อาจไม่มีอาการใดๆ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการ มักจะมีอาการเป็นเวลาประมาณ 2-5 วัน หรืออาจนานถึง 10 วันได้

อาการของการติดเชื้อ Campylobacter ที่สามารถพบได้ มีดังนี้

ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง การติดเชื้อชนิดนี้อาจเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ชัก เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ข้ออักเสบ และกลุ่มอาการ Guillain-Barre syndrome (GBS) ได้ แต่ก็พบได้น้อย โดยกลุ่มอาการ GBS นี้เป็นภาวะที่ทำให้เป็นอัมพาตอย่างฉับพลันที่แขนและขาเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ และมักเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่รักษาการติดเชื้อ Campylobacter จนหายดีแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์

 กรมควบคุมโรค (CDC) มีการรายงานว่าพบผู้ป่วยกลุ่มอาการ GBS ที่เกิดจากการติดเชื้อ Campylobacter ในอัตรา 1 ใน 1000 และคาดว่า 40% ของผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มอาการ GBS อาจเกิดจากการติดเชื้อ Campylobacter

การรักษาการติดเชื้อ Campylobacter

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้ส่วนมากมักหายได้เองโดยไม่ต้องรับการรักษาใดๆ นอกจากการให้สารน้ำที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยป้องกันการขาดน้ำจากอาการท้องเสียและอาเจียน โดยแนะนำให้รับประทานน้ำ 8-10 แก้วทุกวันหรืออย่างน้อย 1 แก้วหลังจากการถ่ายเหลว นอกจากนี้การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ หลายมื้อตลอดทั้งวันแทนการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ 3 มื้อ ก็อาจจะช่วยได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาหารที่มีรสเค็มและมีธาตุโพแทสเซียมสูง 

ทั้งนี้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Campylobacter จะจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะหากเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงและผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากโรคหรือจากการใช้ยา เป็นต้น โดยในการรักษานั้นจะใช้ยาอะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) หรือยาในกลุ่มฟลูโรควิโนโลน (Fluroquinolone) เช่น ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)

การดื้อยาของเชื้อ Campylobacter

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค CDC พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของการดื้อยาของเชื้อ Campylobacter ต่อยา Azithromycin และยา Ciprofloxacin เพิ่มขึ้น ทำให้ยาดังกล่าวไม่สามารถใช้รักษาให้หายได้ โดยจากการทดสอบในกุ่มตัวอย่าง พบว่าประมาณ 23% ของผู้ที่มีการติดเชื้อมีการดื้อยา Ciprofloxacin และประมาณ 2% ที่ดื้อต่อยา Azithromycin ดังนั้นในการรักษาการติดเชื้อขั้นรุนแรงจึงจำเป็นต้องทำการทดสอบเชื้อก่อโรคก่อนด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าควรใช้ยายาชนิดใดในการรักษา

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่