Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS

ไวรัสซิก้าคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,329,373 คน

โรคไข้ซิก้า เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิก้า ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยเป็นยุงชนิดเดียวกันกับที่เป็นพาหะนำ โรคไข้เลือดออก (Dengue fever) โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) และโรคไข้เหลือง (Yellow Fever)

โรคไข้ซิก้าถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1947 ในลิงรีซัส (Rhesus Monkeys) จากป่าซิก้า (Zika forest) ในประเทศอูกันดา (Uganda) โดยประวัติระบุว่ามนุษย์ติดเชื้อซิก้าครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1952 และมีการระบาดของไวรัสซิก้าเกิดขึ้นในบริเวณทวีปอเมริกา แอฟริกา เอเชีย และบริเวณแถบแปซิฟิก โดยการระบาดครั้งแรกเกิดขึ้นที่เกาะแย๊พ (Federated States of Micronesia)
ในปี ค.ศ. 2007 (อ้างอิงจาก องค์การอนามัยโลก World Health Organization, WHO) ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสซิก้า 1 ใน 5 รายจะมีอาการป่วยเป็นโรคไข้ซิก้า

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

สาเหตุของโรคไวรัสซิก้า

ไข้ซิก้าเกิดจากยุงลายที่เป็นพาหะ ซึ่งเคยระบาดหนักในแถบละตินอเมริกา แต่ด้วยการคมนาคมจึงทำให้เกิดเชื้อไวรัสแพร่กระจายในหลายประเทศ จนองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศให้การระบาดของไวรัสซิก้าเป็นภาวะฉุกเฉินทันที ในประเทศไทยเราพบผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่ง แต่ในขณะนี้ยังไม่เกิดการระบาดในวงกว้าง

ไวรัสซิก้าแพร่กระจายโดยการกัดของยุงตระกูลเอดีส์ (ยุงลาย) (Aedes mosquitoes) ยุงชนิดนี้มักจะออกหากินช่วงเวลากลางวันและกลางคืน เมื่อยุงกัดและดูดเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อไวรัส เชื้อจะติดไปกับตัวยุง และจะแพร่กระจายต่อผ่านการกัดนั่นเอง 

นอกจากนี้ไวรัสซิก้ายังสามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ในระหว่างตั้งครรภ์ (แต่ยังไม่มีรายงานระบุว่ามีการติดต่อผ่านทางการให้นมลูก) แม้ว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้จะแพร่กระจายผ่านทางยุงเป็นหลัก แต่รายงานจากกรมควบคุมโรค (CDC) มีการระบุว่า สามารถติดต่อผ่านทางการให้เลือดได้เช่นกัน รวมทั้งการวิจัยทางการแพทย์ยังพบว่า สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางช่องคลอดได้อีกด้วย

ระยะฟักตัวของโรคไวรัสซิก้า

หลังจากเกิดการติดเชื้อ จะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-14 วันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยอาการที่เห็นได้ชัดคือในช่วง 2-5 วันแรกคือ ผู้ป่วยจะมีผื่นคัน มีไข้ มีอาการปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ตามกล้ามเนื้อและข้อ ตาแดง ปวดศีรษะ ซึ่งอาการของโรคโดยรวมนั้นคล้ายกับโรคไข้เลือดออก แต่ไม่รุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิต

อาการของโรคไวรัสซิก้า

ผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้าส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ มีเพียงประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการเท่านั้น ทั้งนี้อาการที่คล้ายคลึงกับอาการของไข้เลือดออก ได้แก่

โดยปกติแล้วอาการเหล่านี้มักจะไม่รุนแรงนัก และจะทุเลาลงภายใน 2-7 วัน แต่บางรายก็อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบการทำงานของสมองผิดปกติได้ ดังนั้นหากสงสัยว่าอาจป่วยเป็นโรคไข้ซิก้าควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

การตั้งครรภ์และการติดเชื้อไวรัสซิก้า

แม้ว่าเชื้อไวรัสซิก้าจะไม่รุนแรง แต่หากผู้ป่วยกำลังตั้งครรภ์อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ เพราะอาจทำให้เกิดความผิดปกติกับศีรษะของเด็กทารกในครรภ์ กรมควบคุมโรคให้คำแนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์ควรงดเว้นการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดหรือสงสัยว่ามีการระบาดของเชื้อไวรัสซิก้า หากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้าสู่พื้นที่เหล่านั้นจริง ๆ ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าเพื่อวางแผนรับมือโดยการป้องกันยุงซึ่งเป็นพาหะของโรค

ผลกระทบต่อทารกในครรภ์

  • ทำให้ทารกพิการ
  • ทำให้ทารกมีศีรษะเล็กกว่าปกติ

ภาวะไมโครเซฟาลี (Microcephaly) / ภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด คืออะไร ?

ไมโครเซฟาลี (Microcephaly) เป็นความผิดปกติที่ทารกมีศีรษะขนาดเล็กตั้งแต่แรกเกิด ร่วมกับการที่สมองมีการเจริญเติบโตช้ากว่าทารกทั่วไป ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ทารกเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็กได้ ไมโครเซฟาลีนับว่าเกี่ยวข้องกับมารดาที่ติดเชื้อไวรัสซิก้าระหว่างตั้งครรภ์ โดยในปี ค.ศ. 2015 มีรายงานจากประเทศบราซิลถึงเรื่องภาวะไมโครเซฟาลีที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการระบาดของไวรัสซิก้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้บราซิลกลายเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่มีนโยบายแนะนำให้ผู้หญิงเว้นช่วงการตั้งครรภ์ไประยะหนึ่ง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง “กิลแลง-บาร์เร” (Guillain-Barre Syndrome)

โรคกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre Syndrome) เป็นความผิดปกติที่หาได้ยากชนิดหนึ่ง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันมีการทำลายเซลล์ประสาทของตนเอง ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาจเป็นอัมพาต (Paralysis) ได้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสซิก้าด้วยเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขของบราซิล (The Brazilian Ministry of Health) มีรายงานเกี่ยวกับอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคกิลแลง-บาร์เร กรมควบคุมโรคได้ประกาศยืนยันว่า การติดเชื้อซิก้านั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างมากเกี่ยวกับโรคกิลแลง-บาร์เร แต่รายละเอียดหรือสาเหตุการเกิดนั้นยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการของโรคไวรัสซิก้า

หากมีอาการที่คล้ายกับอาการของโรคซิก้า ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเพิ่งจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิก้า แพทย์จะสั่งตรวจเพิ่มเติมโดยการเจาะเลือดหรือตรวจปัสสาวะเพื่อหาเชื้อไวรัสซิก้าหรือเชื้อไวรัสที่ก่อโรคอื่น ๆ เช่น โรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา

การรักษาโรคไวรัสซิก้า

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาไวรัสซิก้าได้ แพทย์จะใช้วิธีรักษาตามอาการ โดยแนะนำให้ปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินยาลดไข้ บรรเทาปวดตามอาการ (พาราเซตามอล)
  • ไม่ควรกินยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ / NSAIDs (Non-steroidal anti-inflammatory drugs) โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน โดยตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ได้แก่ แอสไพริน (Aspirin), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)

ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำด้วย

ถ้าหากติดเชื้อไวรัสซิก้าแล้วจะหายได้ไหม ?

ประมาณ 80% ของผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้ามักไม่อาการแสดงใด ๆ ส่วนผู้ที่แสดงอาการ โดยมากมักคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ (Flu-like symptoms) แต่จะหายได้เองภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะเชื้อไวรัสซิก้าจะคงอยู่ในกระแสเลือดได้เป็นระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แต่บางกรณีก็อาจอยู่ได้นานมากกว่านั้น

การป้องกันโรคไวรัสซิก้า

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใดที่ใช้ป้องกันเชื้อไวรัสซิก้าได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด หากคุณกำลังจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของไวรัสซิก้า กรมควบคุมโรคแนะนำดังต่อไปนี้

  • ใช้ยากันแมลง (ที่ได้รับการตรวจสอบว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม/ EPA-registered) โดยไม่ควรใช้ยากันแมลงกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 เดือน
  • ใส่เสื้อและกางเกงขายาว
  • พักอาศัยในที่ที่มีหน้าต่างปิดมิดชิด
  • หากจำเป็นต้องนอนนอกอาคาร ให้ใช้มุ้งกันยุง
  • คลุมเปล / รถเข็นเด็กทารกด้วยตาข่ายกันยุง

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสซิก้า ต้องหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัดซ้ำ ภายในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อต่อไป

สถาณการณ์ของโรคไวรัสซิก้า และการประกาศภาวะฉุกเฉิน

1 ก.พ. 2559 WHO - องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคซิกาเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกๆ ประเทศร่วมมือกันตรวจหาผู้ติดเชื้อ และเร่งมือพัฒนาวัคซีนเพื่อวิจัยโรคให้เร็วขึ้น ซึ่งการประกาศภาวะฉุกเฉินในครั้งนี้ จะประกาศเฉพาะใน 23 พื้นที่ที่มีการติดเชื้อไวรัสในวงกว้าง ได้แก่

  1. บราซิล
  2. โคลอมเบีย
  3. โดมินิกัน
  4. นิการากัว
  5. เอลซัลวาดอร์
  6. เฟรนช์เกียนา
  7. กัวเตมาลา
  8. เฮติ
  9. ฮอนดูรัส
  10. มาร์ตีนิก
  11. เม็กซิโก
  12. ปานามา
  13. ปารากวัย
  14. ซูรินาม
  15. เวเนซุเอลา
  16. เปอร์โตริโก
  17. บาร์เบโดส
  18. โบลิเวีย
  19. เอกวาดอร์
  20. กัวเดอลุป
  21. กายอานา
  22. หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา
  23. เกาะเซนต์มาร์ติน

Update: 30 สิงหาคม 2559 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา ที่ จ.เชียงใหม่จำนวน 7 คนในชุมชนบ้านแม่โจ้ และสามารถควบคุมพื้นที่แพร่กระจายได้แล้ว หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเทศไทยแม้จะพบผู้ติดเชื้อ แต่สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นระบาด โดยกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยได้ออกมาประกาศว่า ไวรัสซิกา สามารถพบได้ในทั่วประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมียุงลายและเป็นเขตร้อนชื้น แต่ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกจนทำให้ทารกเกิดความพิการ แต่เพื่อความไม่ประมาทกระทรวงสาธารณสุขจึงประกาศให้ โรคติดต่อไข้ซิก้าเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ หมายถึง เป็นโรคที่รุนแรงและอันตราย สามารถติดต่อกันได้ง่าย รวมทั้งหากเกิดการติดต่ออาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงควรแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้เพื่อเฝ้าระวัง


ที่มาของข้อมูล

WHO expects Zika virus to spread through Americas, except Canada and Chile (http://www.dw.com/en/who-expec...), 15 February 2019

Zika Virus (https://www.cdc.gov/zika/index...), 15 February 2019

Zika virus (https://www.who.int/news-room/...), 15 February 2019

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป