ไวรัสซิก้า Zika Virus คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

ในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกัน หรือวิธีการรักษาการติดเชื้อไวรัสซิก้าได้เลย!

ซิก้า” เป็นการติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะนำโรค โรคนี้ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1947 ในลิงรีซัส(Rhesus Monkeys)จากป่าซิก้า(Zika forest)ในประเทศอูกันดา(Uganda) โดยมีประวัติระบุว่ามีการติดเชื้อซิก้าในมนุษย์เป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1952 มีการระบาดของไวรัสซิก้าเกิดขึ้นในบริเวณทวีปอเมริกา แอฟริกา เอเชีย และบริเวณแถบแปซิฟิก โดยการระบาดครั้งแรกเกิดขึ้นที่ทวีปอเมริกาในช่วงปีค.ศ.2015 อ้างอิงจากกรมการควบคุมโรค(Centers for disease control and prevention / CDC) ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสซิก้า 1 ใน 5 รายจะมีอาการป่วยเป็นโรค

*รูปดังต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสซิก้า(Zika virus)

ไวรัสซิก้า(Zika virus)แพร่กระจายได้อย่างไร?

ไวรัสซิก้าจะถูกแพร่กระจายโดยการกัดของยุงตระกูลเอดีส์(ยุงลาย) (Aedes mosquitoes) ยุงชนิดนี้มักจะออกหากินในช่วงเวลากลางวัน และเป็นยุงชนิดเดียวกันกับที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก(Dengue fever)  โรคชิคุนกุยา(Chikungunya) และโรคไข้เหลือง (Yellow Fever) ยุงจะได้รับเชื้อเมื่อมันไปกัดและดูดเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อไวรัสอยู่แล้ว โดยยุงที่มีเชื้อไวรัสเหล่านี้จะนำเชื้อไปแพร่กระจายต่อผ่านการกัดนั่นเอง นอกจากนี้ไวรัสซิก้ายังสามารถติดต่อผ่านจากแม่ไปสู่ลูกได้ในระหว่างตั้งครรภ์หรือในช่วงการคลอด แต่ยังไม่มีรายงานระบุว่ามีการติดต่อผ่านทางการให้นมลูกแต่อย่างใด แม้ว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยปกติแล้วจะแพร่กระจายผ่านทางยุงและการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกรมควบคุมโรค(CDC) ว่ามีการติดต่อผ่านทางการให้เลือดได้ด้วยเช่นเดียวกัน มีการวิจัยทางการแพทย์เพิ่มเติมที่ระบุว่าการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หรือทางช่องคลอดได้อีกด้วย ในความเป็นจริงแล้ว ไวรัสซิก้าจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในน้ำเลี้ยงอสุจิ(Semen)เป็นระยะเวลานานกว่าอยู่ในเลือดเสียอีก

อาการของโรคซิก้า (Zika Symptoms)

อาการของโรคซิก้า ได้แก่

ผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้าส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเลยด้วยซ้ำ

การตั้งครรภ์ และการติดเชื้อไวรัสซิก้า

กรมควบคุมโรค(CDC) ให้คำแนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์ควรงดเว้นการเดินทางเข้าพื้นที่ที่มีการระบาดหรือสงสัยว่ามีการระบาดของเชื้อไวรัสซิก้า ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้าสู่พื้นที่เหล่านั้นจริงๆ ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าเพื่อวางแผนรับมือโดยการป้องกันยุงซึ่งเป็นพาหะของโรค

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิก้า สามารถหาดูได้ใน “CDC’s Zika travel information page”

ภาวะไมโครเซฟาลี(Microcephaly) /ภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด  คืออะไร?

ไมโครเซฟาลี(Microcephaly) เป็นความผิดปกติโดยกำเนิดที่ทารกเกิดมามีความผิดปกติคือมีศีรษะขนาดเล็กตั้งแต่แรกเกิด โดยทั่วไปมักทำให้เกิดความผิดปกติในการเจริญเติบโตของเด็ก และในบางครั้งเกิดการเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็กได้ ไมโครเซฟาลี(Microcephaly) ถูกพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับมารดาที่ติดเชื้อไวรัสซิก้าระหว่างตั้งครรภ์ ในปีค.ศ.2015 มีรายงานจากประเทศบราซิลถึงเรื่องภาวะไมโครเซฟาลี(Microcephaly)ที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการระบาดของไวรัสซิก้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้บราซิลกลายเป็นหนึ่งในหลายๆประเทศที่มีนโยบายแนะนำให้ผู้หญิงเว้นช่วงการตั้งครรภ์ไปก่อนระยะหนึ่ง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง “กิลแลง-บาร์เร” (Guillain-Barre Syndrome)

โรคกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre Syndrome) เป็นความผิดปกติที่หาได้ยากชนิดหนึ่ง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันมีการทำลายเซลล์ประสาทของตนเอง ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง และในบางครั้งเกิดเป็นอัมพาต(Paralysis)ขึ้นมา ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสซิก้าด้วยเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขของบราซิล(The Brazilian Ministry of Health) ได้มีรายงานเกี่ยวกับอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre Syndrome) กรมควบคุมโรค(CDC) ได้ประกาศยืนยันว่า การติดเชื้อซิก้านั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างมากเกี่ยวกับโรคกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barre Syndrome) แต่รายละเอียดหรือสาเหตุการเกิดนั้นยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

การวินิจฉัย

หากคุณมีอาการที่คล้ายกับอาการของโรคซิก้า รีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเพิ่งจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิก้า แพทย์จะสั่งการตรวจเพิ่มเติมโดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสซิก้าหรือเชื้อไวรัสที่ก่อโรคอื่นๆ เช่น โรคไข้เลือดออก(Dengue fever) และโรคชิคุนกุนยา(Chikungunya)

การรักษา

ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ในการรักษาไวรัสซิก้าได้ แพทย์จะแนะนำให้คุณปฏิบัติตนดังต่อไปนี้ เพื่อลดอาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ(Dehydration)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินยาลดไข้ บรรเทาปวดตามอาการ (พาราเซตามอล)
  • ไม่ควรกินยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ / NSAIDs(Non-steroidal anti inflammatory drugs) โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน โดยตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ได้แก่ แอสไพริน(Aspirin) ไอบูโพรเฟน(Ibuprofen)

ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่คุณกินอยู่เป็นประจำด้วย

ถ้าหากติดเชื้อไวรัสซิก้าแล้วจะหายได้ไหม?

ในคนส่วนใหญ่ ไวรัสซิก้าจะก่อให้เกิดอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่(Flu-like symptoms)เพียงช่วงระยะสั้น และมักมีอาการไม่รุนแรง และประมาณ 80%ของผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้าจะไม่มีอาการแสดงใดๆเลย สำหรับผู้ที่มีอาการจากการติดเชื้อ อาการเหล่านี้โดยมากมักจะหายได้เองภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ สำหรับตัวเชื้อไวรัสซิก้า โดยปกติจะยังคงอยู่ในกระแสเลือดได้เป็นระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีก็อาจอยู่ได้นานมากกว่านั้น

การป้องกัน

ยังไม่มีวัคซีนใดๆที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อไวรัสซิก้าได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าวิธีการป้องกันตนเองที่ดีที่สุดคือ ป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด หากคุณกำลังจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของไวรัสซิก้า กรมควบคุมโรค(CDC) แนะนำดังต่อไปนี้

  • ใช้ยากันแมลง(ที่ได้รับการตรวจสอบว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม/ EPA-registered) โดยไม่ควรใช้ยากันแมลงกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 เดือน
  • ใส่เสื้อและกางเกงขายาว
  • พักอาศัยในที่ๆมีหน้าต่างปิดมิดชิด
  • หากจำเป็นต้องนอนนอกอาคาร ให้ใช้มุ้งกันยุง
  • คลุมเปล / รถเข็นเด็กทารกด้วยตาข่ายกันยุง

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อไวรัสซิก้า หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัดภายในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อต่อไป

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่