Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การรักษา

ปวดข้อ อาการกวนใจที่ปล่อยไว้ไม่ดีแน่!

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 18 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ปวดข้อ อาการกวนใจที่ปล่อยไว้ไม่ดีแน่!

อาการ ปวดข้อ (Joint pain) เป็นอาการที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ และอาการปวดอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรังก็ได้ ความรุนแรงของอาการปวดข้อนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยหลายอย่าง ทำให้หลายครั้ง อาการปวดก็รบกวนการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และอาจถึงขั้นทำให้เคลื่อนไหวลำบาก ซึ่งสร้างความทรมานแก่ผู้ป่วย และส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย

ลักษณะของอาการปวดข้อ

อาการปวดข้อนั้นเกิดขึ้นได้กับข้อต่อทั่วร่างกาย ตั้งแต่ข้อต่อเล็กๆ อย่างนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ ไปจนถึงข้อต่อขนาดใหญ่ อย่างข้อไหล่ ข้อเข่า และข้อสะโพก ซึ่งความรุนแรงก็อาจแตกต่างกันไป บางคนอาจปวดเฉพาะเวลาขยับข้อต่อดังกล่าว และปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือบางคนอาจรู้สึกปวดตลอดเวลา นอกจากนี้ อาการปวดข้อยังอาจมาพร้อมกับอาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับสาเหตุของโรคได้ เช่น มีไข้จากการติดเชื้อ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย ข้อต่อบวม แดง ร้อน เป็นต้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

สาเหตุของอาการปวดข้อ

อาการปวดข้อเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  • เกิดอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้ม โดยอาการปวดจะเกิดกับข้อต่อที่กระทบกระเทือนเท่านั้น
  • เป็นความเสื่อมตามอายุ ซึ่งอาการปวดพบได้กับข้อต่อทั่วร่างกาย โดยเฉพาะข้อเข่า และข้อกระดูกสันหลัง จะพบอาการปวดบ่อยในผู้สูงอายุ
  • การทำงาน/ออกแรงที่ข้อต่อซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ จะพบอาการปวดข้อมือ ข้อนิ้ว และข้อหัวไหล่ได้บ่อย
  • การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้ข้อต่อเฉพาะส่วนถูกใช้งานมาก เช่น คนเล่นเทนนิสอาจพบอาการปวดข้อไหล่กับข้อศอกได้
  • ข้อต่อรับน้ำหนักมากเกินไป พบในคนที่ยกของหนักบ่อยๆ หรือคนที่มีน้ำหนักตัวมาก
  • มีการติดเชื้อที่ข้อต่อ ทำให้ข้ออักเสบ ซึ่งเชื้อโรคมักลุกลามมาจากแผลที่ผิวหนัง
  • เป็นอาการจากการติดเชื้อบางชนิด เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือแบคทีเรียโรคหนองใน
  • เป็นโรคออโตอิมมูน หรือโรคภูมิต้านทานตัวเอง เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
  • เป็นโรคเกาต์ (Gout) หรือเกาต์เทียม
  • มีความผิดปกติของกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน หรือมะเร็งกระดูก
  • เป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ Isoniazid 

การรักษาอาการปวดข้อ

การรักษาอาการปวดข้อจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การประคับประคองตามอาการ และการรักษาที่ต้นเหตุของอาการ

  • การประคับประคองอาการ มีหลายวิธี เช่น
  • การรักษาที่ต้นเหตุของอาการ วิธีการรักษานั้นขึ้นอยู่กับโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น หากอาการปวดเกิดจากโรคไข้หวัดใหญ่ จะให้ยาต้านไวรัสและยาแก้ปวดลดไข้ หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ก็จะให้ยาปฏิชีวนะ หรือหากเกิดจากข้อต่อเสื่อม ก็ต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อบริหารข้อต่อ รวมถึงอาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัด
  • ใช้ยาบรรเทาอาการปวด ซึ่งมีทั้งรูปแบบยากิน ยาทา ยาพ่น และแผ่นแปะแก้ปวด ซึ่งสามารถลดอาการได้ในระยะหนึ่ง
  • ทานยาคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งใช้เมื่อเกิดกล้ามเนื้อหดเกร็ง ทำให้ข้อต่อถูกกดทับและมีอาการปวด
  • ทำกายภาพบำบัด เพื่อบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่อ รวมถึงช่วยให้การเคลื่อนไหวข้อต่อดีขึ้น

การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการปวดข้อ

  • พักใช้ข้อต่อที่มีอาการปวด โดยเฉพาะหากข้อบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือจากการทำงาน
  • หากมีอาการข้ออักเสบ บวมแดง แบบเฉียบพลัน ให้ประคบเย็นที่ข้อต่อเพื่อลดอาการบวม และบรรเทาอาการปวด
  • หากมีอาการข้ออักเสบเรื้อรัง ให้ใช้การประคบร้อนวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เลือดไหลเวียนบริเวณข้อต่อได้ดี และช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
  • หากมีอาการปวดข้อรุนแรง สามารถทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ได้
  • ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อบริหารข้อต่อ ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  • รักษา/ควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของอาการปวดอย่างเหมาะสม

การป้องกันอาการปวดข้อ

  • ระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนข้อต่อ หากต้องเล่นกีฬาหรือทำงานที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น สนับ/ตัวพยุงข้อ
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงที่ข้อ หรือการทำงานที่ต้องใช้ข้ออย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักเป็นประจำ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี เพื่อบริหารข้อต่อให้แข็งแรงและยืดหยุ่น
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและข้อ เช่น นมที่มีแคลเซียมสูง 


5 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป