คุณเป็นโรคโลหิตจางหรือไม่?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 934,546 คน

เมื่อคุณเป็นโรคโลหิตจาง ร่างกายของคุณจะไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงให้เพียงพอได้ คุณจะไม่ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและอาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ภาวะโลหิตจาง (หรือรู้จักกันว่าเป็น iron-poor blood) เป็นความผิดปกติที่เห็นได้ทั่วไป ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อความบกพร่องในเซลล์เม็ดเลือดแดงไปขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

สาเหตุของโรคโลหิตจางที่พบบ่อยที่สุด คือ การมีระดับของธาตุเหล็กในเลือดต่ำ หรือ เป็นภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กนั่นเอง หากปราศจากธาตุเหล็ก เซลล์เม็ดเลือดแดงของคุณอาจมีระดับโปรตีนที่เรียกว่า ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) ต่ำ ซึ่งเป็นตัวที่นำเอาออกซิเจนจากปอดไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย คุณจะเริ่มหายใจไม่สะดวกอยู่ภายใน

ปกติ เซลล์เม็ดเลือดแดงในผู้หญิงมีจำนวน 12 กรัมต่อเดซิลิตร (g/DL) และในผู้ชายมีจำนวน 15 กรัมต่อเดซิลิตร ถ้าผลตรวจของคุณอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติ เป็นไปได้ว่าแพทย์จะทำการทดสอบเลือดอื่นๆ อีกเพื่อพิจารณาถึงรากฐานของปัญหาที่แท้จริง คนที่มีภาวะโลหิตจางจะรู้สึกเหนื่อยและหมดแรง และสุขภาพโดยรวมจะเริ่มย่ำแย่ลง ในกรณีที่รุนแรง เช่น คนที่เป็นโรคโลหิตจางแต่ไม่ได้รับการรักษาอาจประสบปัญหาการสูญเสียอวัยวะสำคัญเนื่องจากขาดออกซิเจนได้

สาเหตุของโรคโลหิตจาง

ผู้เป็นโรคโลหิตจางเนื่องมาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ การสูญเสียเลือด การลดความสามารถในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ของร่างกาย หรือการเจ็บป่วยที่นำไปสู่การทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงที่เพิ่มขึ้น

การสูญเสียเลือด – เมื่อปริมาณเลือดที่สูญไปมีจำนวนมากกว่าความสามารถในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไป นั่นหมายความว่าคุณอาจเป็นโรคโลหิตจางได้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่ประจำเดือนมามากและคนที่มีเลือดออกภายในเนื่องจากมีแผลหรือปัญหาของระบบทางเดินอาหารมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจาง บางครั้งการสูญเสียเลือดประเภทนี้ก็เป็นภัยเงียบและไม่มีอาการ จนกระทั่งโรคโลหิตจางปรากฏผลในการทดสอบเลือด การมีเลือดออกภายนอกจาการผ่าตัดหรือการบาดเจ็บก็สามารถทำให้เป็นโรคโลหิตจางได้เช่นกัน

การสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ – ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีเลือดออก แต่เซลล์เม็ดเลือดแดงเก่าๆ ก็จำเป็นต้องได้รับการทดแทนด้วยเซลล์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยส่วนหนึ่งสามารถส่งผลให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงได้น้อยเกินไปหรือไม่เซลล์เม็ดเลือดแดงก็ไม่มีฮีโมโกลบินอย่างเพียงพอ ซึ่งปัจจัยเหล่านั้น ประกอบด้วย

  • อาหาร ถ้าอาหารของคุณมีธาตุเหล็ก กรดโฟลิก วิตามินบี 12 และสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็น การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงของคุณก็จะติดๆ ขัดๆ ได้
  • เงื่อนไขทางการแพทย์ การเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไต และโรคเอดส์สามารถแทรกแซงความสามารถในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ก็สามารถเป็นโรคโลหิตจางได้เช่นกัน
  • โรคทางพันธุกรรม เด็กสามารถสืบทอดภาวะต่างๆ ได้ เช่น โลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (aplastic anemia) ซึ่งทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงให้เพียงพอได้ ภาวะทางพันธุกรรมอย่างโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (sickle cell anemia) และโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (hemolytic anemia) ยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • การทำลายเม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้น โรคบางชนิดสามารถส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดแดงและทำลายพวกมัน ยกตัวอย่างเช่น การเป็นโรคโลหิตจางเนื่องจากการเจ็บป่วยที่ส่งผลกระทบต่อม้าม ซึ่งม้ามเป็นอวัยวะที่โดยปกติแล้วจะกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ชำรุดออกไปจากร่างกาย ม้ามที่เป็นโรคหรือขยายใหญ่ขึ้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงมากเกินจำเป็น

สัญญาณและอาการของโรคโลหิตจาง

คนที่เป็นโรคโลหิตจางส่วนใหญ่มักมีอาการเมื่อยล้า เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะรู้สึกเหนื่อยหลังจากทำงานหนักมาทั้งวันหรือออกกำลังกายอย่างหนักมา แต่เมื่อคุณเป็นโรคโลหิตจาง คุณจะรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากออกแรงในช่วงเวลาที่สั้นลงๆ เพราะเซลล์ในร่างกายขาดออกซิเจน เมื่ออาการโลหิตจางแย่ลง ร่างกายของคุณจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างเห็นได้ชัด ผิวจะซีด เล็บจะเปราะและหากได้รับบาดแผลจากของมีคม จะใช้เวลาในการห้ามเลือดนานกว่าที่เคย

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

อาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโลหิตจาง ประกอบด้วย

  • หายใจถี่
  • หงุดหงิด
  • อ่อนแอ
  • มีอาการเวียนศีรษะ
  • มือเท้าเย็น
  • หัวใจเต้นแรงหรือเต้นผิดปกติ
  • ไม่มีสมาธิหรือคิดอย่างแจ่มชัดไม่ได้
  • เจ็บหน้าอก
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

อาการเหล่านี้ค่อนข้างมีน้อยในช่วงแรกเริ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีโรคโลหิตจางอ่อนๆ หรือปานกลาง ร่างกายของเราจะมีการปรับตัวเป็นอย่างมากและพยายามที่จะทดแทนการสูญเสียของออกซิเจนในเลือด แต่เมื่อโรคโลหิตจางหนักขึ้น ร่างกายของคุณจะปรับตัวได้น้อยลงและอาการต่างๆ จะเริ่มเห็นชัดขึ้น คุณควรจะไปพบแพทย์หากคุณกำลังมีอาการเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม โรคโลหิตจางมักถูกตรวจพบขณะกำลังตรวจหาโรคอื่นๆ เนื่องจากโรคโลหิตจางค่อนข้างแสดงอาการน้อยหรือแทบไม่มีอาการเลย การวินิจฉัยโรคโลหิตจางมักทำได้ ดังนี้

  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เป็นการทดสอบเลือกที่วัดส่วนประกอบที่แตกต่างกันทั้งหมดของเลือด
  • ประวัติโรคและครอบครัวซึ่งสามารถชี้ให้เห็นว่าคุณเป็นโรคโลหิตจางเพราะโรคหรือเงื่อนไขทางพันธุกรรมหรือไม่
  • การทดสอบทางกายภาพที่สามารถบอกได้ว่าคุณหายใจหรือมีการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติเนื่องจากเป็นโลหิตจางหรือไม่
  • การทดสอบเลือดอื่นๆ ที่จะตรวจสอบการขาดแคลนธาตุเหล็กหรือวิตามินและตรวจเซลล์เม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินในระยะที่ใกล้ยิ่งขึ้น

ถ้าคุณรู้สึกอ่อนแอเสมอๆ หรือมีอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโลหิตจาง สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือไปพบแพทย์นั่นเอง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

โรคเลือดจางกับเม็ดเลือดแดงผิดปรกติอันตรายไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พบภาวะซีดเล็กน้อยมีโอกาสเป็นโรคโลหิตจางไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่