Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

ประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำอย่างไร? แบบไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?

จะวันมามาก หรือมาน้อย ก็สบายใจไร้กังวล หากประจำเดือนของคุณเป็นปกติ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,637,670 คน

ประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำอย่างไร? แบบไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 10/04/2562

ประจำเดือน หรือ "วันนั้นของเดือน" คือ สิ่งที่ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกคนต้องเจอะเจอทุกเดือนๆ แต่ละคนก็มีอาการและลักษณะที่แตกต่างกันไป บางคนก็ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดี แต่บางคนกว่าจะผ่านไปได้ก็ทุลักทุเลไม่น้อย บ้างถึงกับต้องลาหยุดก็มี  ความทุลักทุเลที่เกิดขึ้นจนกระทบชีวิตประจำวันนั้นอาจหมายความ "ประจำเดือนของคุณไม่ปกติก็เป็นได้"  ดังนั้นผู้หญิงทุกคนควรต้องเรียนรู้ว่าประจำเดือนแบบไหนที่เรียกว่า "ไม่ปกติ" ไม่ควรมองข้าม เพราะหากมีปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

ประจำเดือนคืออะไร

หลังจากผู้หญิงมีการตกไข่ตามรอบแต่ไม่มีการปฏิสนธิของตัวอ่อน เยื่อบุโพรงมดลูกที่่หนาขึ้นจากผลของฮอร์โมนจะหลุดลอกออกทางช่องคลอดเป็นของเหลวที่เรียกว่า "ประจำเดือน" หรือที่บางคนเรียกว่า "เลือดประจำเดือน" นั่นเอง  ส่วนใหญ่ประจำเดือนจะเกิดขึ้นทุก 21-35 วัน และเกิดขึ้นราวรอบละ 3-7 วัน  ช่วงที่มีประจำเดือนมักจะมาพร้อมกับอาการที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางกายและใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้องประจำเดือน อารมณ์แปรปรวน ไม่สบายตัว ไม่สบายใจ ท้องอืด ท้องเสีย  ผู้หญิงแต่ละคนมีลักษณะประจำเดือนแตกต่างกัน บางคนอาจมีเลือดประจำเดือนมามากในระยะเวลาสั้นๆ แต่บางคนก็มาแบบกระปริบกระปรอยเป็นระยะเวลานาน   บางคนอาจมาไม่ปกติด้วยซ้ำ

สิ่งที่ควรรู้คือ ถ้าประจำเดือนขาดหายไป นั่นไม่ได้บ่งชี้ว่า "คุณตั้งครรภ์เสมอไป" แต่อาจเป็นอาการ หรือสัญญาณของความผิดปกติบางอย่างในร่างกายของคุณก็ได้ 

จะรู้ได้อย่างไรว่า ประจำเดือนเราปกติหรือไม่?

ให้ลองถามตัวคุณเองก่อนว่า :

  • ประจำเดือนมาเป็นประจำไหม
  • ปริมาณประจำเดือนต่อรอบมากน้อยแค่ไหน มีกี่วัน
  • ประจำเดือนมานานเกิน 8 วัน ต่อรอบหรือไม่ 
  • แต่ละวันคุณใช้ผ้าอนามัยกี่ชิ้นต่อวัน
  • เมื่อคุณเปลี่ยนผ้าอนามัย เลือดประจำเดือนมีมากแบบชุ่มโชก หรือเปียกแค่เล็กน้อย
  • ประจำเดือนครั้งสุดท้ายมากี่วัน
  • ประจำเดือนเป็นเลือดก้อนปนออกมาด้วยหรือไม่  
  • ประจำเดือนมีกลิ่น หรือมีไข้ร่วมด้วยหรือไม่ 
  • สีของประจำเดือนิดปกติหรือไม่ 

คุณไม่จำเป็นต้องจดบันทึกข้อมูลเหล่านี้ เพียงแค่อาศัยการสังเกตก็เพียงพอแล้ว

ลักษณะของประจำเดือนบ่งชี้เกี่ยวกับสุขภาพได้มากมาย  มาดูกันว่าประจำเดือนสามารถบอกอะไรเกี่ยวกับร่างกายและสุขภาพของคุณได้บ้าง

1. อาการปวดท้องประจำเดือน 

ช่วงมีประจำเดือนจะมาพร้อมกับอาการปวดท้องทั้งแบบปวดบีบและปวดเกร็ง จากการการสำรวจพบว่า ประมาณร้อยละ 70 ของผู้หญิง ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดบริเวณท้องน้อยและมีอาการท้องอืดระหว่างช่วงมีประจำเดือน  การที่เรารู้สึกปวดท้องในทุกๆ เดือนนั้น เกิดจากการหดรัด หรือการเกร็งของกล้ามเนื้อมดลูกรอบๆ เยื่อบุมดลูด เมื่อเยื่อบุมดลูกหลุดลอกออกมาในแต่ละเดือนจะทำให้สารที่คล้ายฮอร์โมนชื่อว่า "โพรสตาแกลนดิน (Prostsglandin)" หลั่งออกมาและทำให้เกิดอาการปวด หรืออาการอักเสบตามมา ยิ่งร่างกายหลั่งสารโพรสตาแกลนดินออกมามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้การบีบรัดตัวเกิดขึ้นมากเท่านั้น พูดง่ายๆ ปวดท้องมากขึ้นนั่นเอง  แต่หากว่าคุณมีอาการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรงบ่อยมากๆ หรือทุกเดือนระหว่างมีประจำเดือน แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทาง เพราะอาการปวดนี้อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติบางประการ เช่น เยี่อบุมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกในมดลูก ความผิดปกติแต่กำเนิดของช่องคลอด หรือปากมดลูก  แผลที่ช่องคลอด  การติดเชื้อ

2. ปริมาณของประจำเดือน

โดยทั่วไปประจำเดือนจะมามากในช่วงวันแรกๆ และค่อยๆ น้อยลงจนหยุดในที่สุด ปริมาณประจำเดือนในผู้หญิงแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน โดยทั่วไปเลือดประจำเดือนต้องมาไม่เกิน 80 ซีซีต่อ 1 รอบ 

จะรู้ได้อย่างไรว่าประจำเดือนแบบไหนเรียกว่ามามากหรือมาปกติ?

  • หากคุณเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 2 หรือ 3 ชั่วโมง โดยที่ผ้าอนามัยเปียกชุ่มทุกครั้ง หรือปริมาณเลือดรวมของการมีประจำเดือนมากกว่า 80 ซีซีต่อ 1 รอบ  จัดว่า คุณมีประจำเดือนมามาก
  • หากคุณเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงและยังคงเป็นแบบนี้อย่างต่อเนื่องไปอีก 7-8 วัน คุณจะไม่จัดว่า เป็นผู้ที่มีประจำเดือนมามาก แต่จะจัดว่าเป็นเป็นผู้ที่มีประจำเดือนมา “ผิดปกติ” ซึ่งอาจเกิดจากการขาด หรือมีมากเกินไปของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
  • หากคุณเปลี่ยนผ้าอนามัย 2-3 ชิ้นต่อวัน จัดว่า มีประจำเดือนปกติ
  • หากประจำเดือนมาน้อยกว่า 5 ซีซีต่อรอบ โดยไม่ได้ใช้ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมน จัดว่า มีประจำเดือนปกติ
  • หากประจำเดือนมากะปริดกะปรอย มาๆ หยุดๆ ทั้งเดือน ถือว่าผิดปกติ 

ประจำเดือนมามากผิดปกติอาจเกิดจาก การติดเชื้อ, โรคฮีโมฟิเลีย, เลือดจาง, ฮอร์โมนไม่สมดุล, เนื้องอก หรือก้อนเนื้องอกในสมอง ดังนั้น ถ้าคุณมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของปริมาณเลือดประจำเดือน ให้พบแพทย์ทันที 

3. สีของประจำเดือน

สีประจำเดือนจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนกันในแต่ละครั้งแต่ละเดือนขึ้นอยู่กับความเก่าใหม่ของเลือด เลือดที่ออกมาในช่วงต้นๆ จะมีสีแดงคล้ำเล็กน้อย  และต่อมากลายเป็นสีแดงสด แต่บางรายอาจเริ่มต้นรอบด้วยประจำเดือนสีแดงสดและเข้าสู่ช่วงท้ายของประจำเดือนสีก็จะเข้มขึ้นอาจคล้ายสีน้ำตาล   หากมีสีผิดปกติร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ อาจเกิดจากโรค เช่น ประจำเดือนสีจาง เหมือนน้ำล้างเนื้ออาจเกี่ยวกับโลหิตจาง   ประจำเดือนสีเหมือนน้ำเหลืองอาจเกี่ยวข้องกับเนื้องอก หรือมะเร็ง 

4. รอบประจำเดือน

ประจำเดือน มีความหมายตรงตัวว่า มีเดือนละ 1 ครั้ง โดยปกติรอบประจำเดือนจะอยู่ที่ 24 ถึง 38 วัน โดยเริ่มนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน หากประจำเดือนมาซ้ำในช่วงเวลาเดิม จะถือว่ารอบประจำเดือนปกติ  หากมาถี่กว่านี้ หรือมานานกว่านี้ถือว่าผิดปกติ   ทั้งนี้ในแต่ละรอบควรใกล้เคียงกัน หรือห่างกันไม่เกิน 7-9วัน   กรณีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์แต่ประจำเดือนขาดหายบ่อยครั้ง  อาจบ่งชี้ว่า คุณมีโรคของต่อมไทรอยด์ หรือระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดก้อนซีสต์ในรังไข่ได้   แต่บางครั้งก็อาจมีสาเหตุมาจากความเครียดก็ได้   ดังนั้นหากประจำเดือนขาดหายบ่อยครั้ง จึงควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

5. จำนวนวันที่มีประจำเดือน

โดยทั่วไปผู้หญิงจะมีประจำเดือนนาน 2 ถึง 6 วัน โดยประจำเดือนจะมามากในช่วง 3 ถึง 4 วันแรก แต่ถ้าหากมีเลือดประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น นานเกิน 8 วัน  ควรปรึกษาแพทย์

การที่ประจำเดือนไม่ปกตินั้นอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ เช่น ฮอร์โมนผิดปกติ  เป้นโรคเลือด มีการอักเสบติดเชื้อ เป็นมะเร็ง  มีเนื้องอก  มีซีสต์ หรือถุงน้ำในรังไข่  มีการอักเสบติดเชื้อที่ปากมดลูก อย่างไรก็ดี หากเกิดความผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณ ไม่ควรนิ่งเฉย หรือใช้ความเชื่อในการตัดสิน เช่น ยิ่งประจำเดือนมีมาก ยิ่งหมดเร็ว  ประจำเดือนเป็นเลือดเสีย ถ้ามีสีคล้ำๆ ตลอดรอบเดือนก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา  แต่ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจึงเหมาะสมที่สุด    

ที่มาของข้อมูล

  1. Jyotsana Rao, What Does Your Menstrual Cycle Say About Your Health (https://www.webmd.com/women/ss/slideshow-period-related-to-health), 18 September 2017
  2. Abnormal Menstruation (http://www.med.cmu.ac.th/dept/obgyn/2011/index.php?option=com_content&view=article&id=264:abnormal-menstruation&catid=39&Itemid=360), 13 November 2010

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล
ดูในแอป