Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

เจ็บหน้าแข้ง (Shin Splints)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 642,061 คน

อาการเจ็บหน้าแข้ง คืออาการเจ็บปวดบริเวณหน้าขาส่วนล่างที่เป็นท่อนขาระหว่างเข่ากับข้อเท้า อาการนี้มีอีกชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า ภาวะ Medial Tibial Stress Syndrome (MTSS)

อาการเจ็บหน้าแข้งสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ กับผู้ที่มีกิจกรรมทางร่างกายระดับปานกลางถึงหนักเป็นประจำ เช่น การเล่นกีฬาเทนนิส ฟุตบอล หรือบาสเก็ตบอลเป็นเวลานานๆ

โฆษณาจาก HonestDocs
กว่า 100 โปรแกรมตรวจสุขภาพ ลดสูงสุด 40%

รายการตรวจครบทุกช่วงวัย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 989108042

อาการเจ็บหน้าแข้งเป็นภาวะบาดเจ็บสะสม (Cumulative Stress Disorder) ที่เกิดจากการถูกทุบหรือมีแรงกดซ้ำๆ ที่กระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อของขาส่วนล่างจนขัดขวางการฟื้นตัวกับการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกายลง บางครั้งอาจพบอาการเจ็บหน้าแข้งที่มีความรุนแรงมากจนทำให้ดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ไม่ได้เลย

อาการเจ็บหน้าแข้ง เป็นอย่างไร?

ผู้ที่มีอาการเจ็บแข้ง มักจะมีอาการต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย

  • อาการปวดทื่อๆ ที่หน้าขาส่วนล่าง
  • อาการปวดระหว่างออกกำลังกาย
  • อาการปวดข้างๆ กระดูกหน้าแข้ง
  • อาการปวดกล้ามเนื้อ
  • อาการเจ็บปวดตามแนวด้านในขาส่วนล่าง
  • อาการกดเจ็บหรือปวดเมื่อยตามแนวขาส่วนล่าง
  • อาการบวมในขาส่วนล่าง หากมีจะไม่ค่อยรุนแรงมาก
  • อาการชาและอ่อนแรงที่ขา

สาเหตุของอาการเจ็บหน้าแข้ง

อาการเจ็บหน้าแข้ง มักเป็นผลจากการที่เนื้อเยื่อ กระดูกและกล้ามเนื้อหน้าแข้งได้รับแรงในปริมาณมากเกินไป จึงทำให้กล้ามเนื้อบวมและเพิ่มแรงกดกระดูกมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดและการอักเสบข

บางครั้งอาจพบอาการเจ็บหน้าแข้งที่เป็นจากภาวะกระดูกร้าว โดยภาวะนี้เกิดจากแรงกระแทกต่อเนื่องจนทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นที่กระดูกขา แต่ภาวะนี้สามารถหายได้เองจากการฟื้นตัวตามธรรมชาติของร่างกาย เว้นแต่ร่างกายจะไม่ได้พักจนไม่มีเวลาพอจะฟื้นตัว ซึ่งอาจทำให้รอยร้าวเหล่านั้นมีมากขึ้นจนทำให้กระดูกหักในเวลาต่อมา

มีกิจกรรมมากมายที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออาการเจ็บหน้าแข้ง ได้แก่

  • ความผิดปกติทางสรีรวิทยาของร่างกาย เช่น อาการเท้าแบน (Flat Foot)
  • กล้ามเนื้อที่ต้นขาหรือบั้นท้ายอ่อนแรง
  • ร่างกายขาดความยืดหยุ่น
  • ใช้เทคนิคฝึกร่างกายที่ไม่เหมาะสม
  • การวิ่งลงเนิน
  • การวิ่งบนพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ
  • การวิ่งบนพื้นแข็ง เช่น บนถนนคอนกรีต
  • การวิ่งหรือออกกำลังกายขณะสวมใส่รองเท้าที่เสื่อมสภาพหรือไม่เหมาะสม
  • การเล่นกีฬาที่มีการหยุดและดันร่างกายเร็วไป เช่น ฟุตบอล หรือสกีลงเนิน

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์?

ควรไปพบแพทย์หากอาการเจ็บแข้งไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป หรือหากพบอาการอื่นๆ ดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
กว่า 100 โปรแกรมตรวจสุขภาพ ลดสูงสุด 40%

รายการตรวจครบทุกช่วงวัย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 989108042
  • มีอาการเจ็บปวดรุนแรงที่หน้าแข้งหลังจากล้มหรือประสบอุบัติเหตุ
  • เมื่อสัมผัสหน้าแข็งจะรู้สึกถึงความร้อนภายใน
  • หน้าแข้งมีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด
  • มีอาการเจ็บที่แข้งแม้ว่ากำลังพักผ่อนอยู่

การวินิจฉัยอาการเจ็บหน้าแข้ง

แพทย์จะสามารถวินิจฉัยอาการเจ็บหน้าแข็งได้ระหว่างการตรวจร่างกาย โดยจะมีการสอบถามเกี่ยวกับประเภทของกิจกรรมทางร่างกายที่เกิดขึ้นและความบ่อยที่ทำกิจกรรมนั้นๆ

หากแพทย์สงสัยว่าอาการเจ็บหน้าแข็งอาจเกิดจากภาวะกระดูกร้าว หรือภาวะอื่นๆ แพทย์ก็อาจพิจารณาให้มีการทดสอบเพิ่มเติม เช่น การถ่ายภาพและเอกซเรย์ เป็นต้น

การรักษาอาการเจ็บหน้าแข้ง

ปกติแล้วการรักษาอาการเจ็บแข้ง สามารถทำได้ด้วยการหยุดพักจากกิจกรรมทางร่างกายบางอย่างเพื่อให้ขาได้เวลาพักบ้าง โดยหลังการพักผ่อนไม่กี่ชั่วโมงหรือ 1-2 วันจะรู้สึกได้ทันทีว่าอาการเจ็บจะลดลง หรือเกือบหายเป็นปกติ

ระยะเวลาการพักฟื้นที่แนะนำ คือประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งในช่วงนี้สามารถออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน หรือว่ายน้ำได้บ้าง และควรปฏิบัติดังต่อไปนี้เพื่อให้อาการดีขึ้น

  • ยกขาให้สูง
  • ประคบน้ำแข็งเพื่อลดอาการบวม
  • รับประทานยาต้านอักเสบที่หาซื้อได้ทั่วไป เช่น Ibuprofen (Advil) หรือ Naproxen Sodium (Aleve)
  • สวมใส่ผ้ารัดยาง
  • ใช้โฟมนวดตัว (Foam Roller)

หากการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าแข็งรุนแรงมากและมีอาการต่อเนื่องหลายเดือน แพทย์อาจรักษาด้วยการการผ่าตัดหน้าแข้ง (Fasciotomy) ซึ่งจะมีการกรีดเข้าเนื้อเยื่อ Fascia ที่ปกคลุมกล้ามเนื้อน่อง เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดหน้าแข้งลงบ้าง

วิธีป้องกันอาการเจ็บหน้าแข้ง

วิธีป้องกันอาการเจ็บแข้งที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อน่องขากับกล้ามเนื้อสะโพก โดยเฉพาะส่วนกล้ามเนื้อขาหนีบ (Hip Abductors) และควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • สวมใส่รองเท้าที่พอดีและมีการรองรับที่ดี
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยรับแรงกระแทกต่าง ๆ
  • เลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักหบนพื้นผิวแข็งหรือไม่เรียบ
  • วอร์มร่างกายก่อนออกกำลัง
  • ยืดเส้นยืดสายร่างกายให้ถูกวิธี
  • บริหารนิ้วเท้าเป็นประจำเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อน่อง
  • ไม่ฝืนออกกำลังกายขณะมีความเจ็บปวด

ที่มาของข้อมูล

Shannon Johnson, shin splints (https://www.healthline.com/health/shin-splints), 16 มิถุนายน 2017

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทำไม่ ต้องอ้วนลงพุ่งค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดกลังปวดเอว.เอ็นข้อศอกอักเสบเรื้อรังไม่หายสักที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การปวดหลังเป็นประจำทุกวันเกิดจากอะไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่