โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) คืออะไร?


โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ชื่อว่า ไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย (Neisseria gonorrhoeae) โดยเชื้อแบคทีเรียนี้เป็นเชื้อดื้อยา เรียกว่า ซุปเปอร์บั๊ก (Superbug) ทำให้การรักษาโรคหนองในแท้นั้นยากขึ้น

โรคหนองในแท้ติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางช่องปาก โดยอาจมีหรือไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิก็ได้ โดยเชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายจากการสัมผัสเยื่อบุต่างๆ เช่น เยื่อบุปากมดลูก เยื่อบุมดลูก และเยื่อบุปีกมดลูกในผู้หญิง เยื่อบุท่อปัสสาวะทั้งในผู้ชายและผู้หญิง นอกจากนี้ยังสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อบุปาก ช่องคอ ตา และทวารหนักได้อีกด้วย

โรคหนองในแท้ที่ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้คนๆ นั้นเสี่ยงต่อการรับเชื้อ และแพร่เชื้อเอชไอวี (HIV) มากขึ้น ทั้งนี้ โรคหนองในแท้ยังสามารถติดต่อผ่านทางเลือดได้ และยังทำให้เกิดภาวะที่อันตรายถึงชีวิตได้ คือ โรคหนองในแท้แบบแพร่กระจาย (Disseminated gonococcal infection หรือ DGI) โดยทำให้ข้ออักเสบ เส้นเอ็นอักเสบ และผิวหนังอักเสบ

พบได้บ่อยหรือไม่

หน่วยป้องกันและควบคุมโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา (The Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) รายงานว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยโรคหนองในแท้รายใหม่ประมาณ 820,000 รายต่อปี โดย 570,000 รายนั้นอยู่ในช่วงอายุ 15-24 ปี แต่ในความเป็นจริง CDC รายงานว่า มีผู้ป่วยโรคหนองในแท้เพียง 333,004 รายในปี ค.ศ. 2013 ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของการประมาณการติดเชื้อทั้งหมดที่เราสามารถตรวจพบและมีการรายงาน โรคหนองในแท้นี้ยังเป็นปัญหาต่อทั่วโลก ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก  (The World Health Organization หรือ WHO) ได้ประมาณไว้ว่า มีผู้ป่วยโรคหนองในแท้รายใหม่ 106 ล้าน รายต่อปี

โรคหนองในแท้ในผู้หญิง

จากการอ้างอิงของ CDC ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อโรคหนองในแท้มักจะไม่มีอาการใดๆ หรือถ้ามีอาการก็จะมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทำให้มักจะได้รับการวินิจฉัยที่ผิด เป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซะส่วนใหญ่

อาการของโรคหนองในแท้ในผู้หญิงที่พบได้ คือ

  • ตกขาวกลิ่นเหม็น
  • ปัสสาวะบ่อย หรือ ปัสสาวะแสบขัด
  • เจ็บช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
  • เจ็บคอ
  • มีไข้ และปวดท้องด้านล่างอย่างรุนแรง หากการติดเชื้อแพร่กระจายไปยังปีกมดลูก และบริเวณกระเพาะอาหาร

อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้หญิงที่เป็นโรคหนองในแท้นั้นมีอาการอะไร หรือรุนแรงแค่ไหน ผู้หญิงคนนั้นก็มีโอกาที่จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างหนึ่ง นั่นคือ การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic inflammatory disease หรือ PID) ซึ่งจะทำให้เกิด

  • ไข้และปวดท้อง
  • ฝีหนองภายในร่างกาย และปวดท้องน้อยเรื้อรัง
  • ทำให้เป็นหมัน หรือ เพิ่มความเสี่ยงต่อการคั้งครรภ์นอกมดลูก ถ้าหากปีกมดลูกถูกทำลายอย่างรุนแรง
  • หญิงที่ตั้งครรภ์สามารถแพร่เชื้อไปยังบุตรได้ ในระหว่างที่คลอดบุตร ซึ่งสามารถทำให้บุตรนั้นตาบอด ติดเชื้อที่ข้อ หรือทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้

โรคหนองในแท้ในผู้ชาย

ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อโรคหนองในแท้มักจะไม่มีอาการใดๆ ได้เช่นกัน

อาการของโรคหนองในแท้ในผู้ชายที่พบได้ คือ

  • ปัสสาวะบ่อย หรือ ปัสสาวะแสบขัด
  • หนองสีขาว เหลือง หรือเขียว ออกมาจากท่อปัสสาวะ โดยจะเกิดภายใน 14วันแรกของการติดเชื้อ
  • รูเปิดท่อปัสสาวะแดงหรือบวม
  • เจ็บคอ
  • และภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในแท้ในผู้ชายที่พบได้ คือ การอักเสบของท่อเก็บเชื้ออสุจิในถุงอัณฑะ (Epididymitis) ซึ่งจะทำให้เจ็บอัณฑะ เจ็บถุงอัณฑะ และในบางรายอาจทำให้เป็นหมันได้

การติดเชื้อหนองในแท้ที่ทวารหนักและช่องปาก

การติดเชื้อหนองในแท้ที่ทวารหนักและช่องปากนี้สามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง การติดเชื้อหนองในแท้ที่ทวารหนัก อาจจะไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ เลย แต่บางครั้งก็อาจทำให้เกิดอาการเจ็บ คัน เลือดออก มีสารคัดหลั่งไหลออกจากทวารหนัก รวมทั้งรู้สึกปวดเวลาลำไส้เคลื่อนไหว

การติดเชื้อหนองในแท้ที่ช่องปากก็อาจจะไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ เลยได้เช่นกัน แต่บางครั้งก็อาจจะทำให้มีอาการเจ็บคอได้ ถึงแม้ว่าการแพร่เชื้อของโรคหนองในแท้ที่ทวารหนัก และช่องปากจะพบได้น้อยมาก แต่ก็สามารถแพร่เชื้อผ่านทางการจูบ และการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องปากได้

การรักษาโรคหนองในแท้ และเชื้อดื้อยา (Superbug)

จากการอ้างอิงของ CDC รายงานว่า การดื้อยาของเชื้อหนองในแท้เป็นที่น่ากังวลมากที่สุด เนื่องจากเชื้อหนองในแท้นั้นสามารถพัฒนาตัวมันเองให้ทนทานต่อยาฆ่าเชื้อที่นำมาใช้รักษาโรคมากขึ้น และจากบทความของโรคติดเชื้อทั่วโลก (The Journal of Global Infectious Diseases) ปี ค.ศ. 2010 รายงานว่า ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา เชื้อหนองในแท้ได้ทนทานต่อยาฆ่าเชื้อหลายๆ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยาซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides) กลุ่มยาเพนิซิลิน (Penicillins) กลุ่มยาเตตร้าซัยคลิน (Tetracyclines) และกลุ่มยาควิโนโลน (Quinolones)

หลักในการรักษาโรคหนองในแท้ คือ การใช้ยาฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolones) แต่เชื้อที่ดื้อยานี้ก็เกิดขึ้นและแพร่กระจายไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1990 ถึง ค.ศ. 2009 ทำให้เหลือยาเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถใช้รักษาโรคหนองในแท้ได้ คือ กลุ่มยาเซฟาโลสปอริน (Cephalosporin)

ในปี ค.ศ. 2007 CDC แนะนำว่า ใครก็ตามที่ได้รับการรักษาโรคหนองในแท้ ควรได้รับการรักษาโรคหนองในเทียมร่วมด้วยเนื่องจากเป็นเชื้อที่สามารถพบร่วมกันได้ โดยเชื้อหนองในเทียม เป็นเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ คลามีเดียทราโคมาติส (Chlamydia trachomatis) และยังแนะนำว่าการรักษาโรคหนองในแท้ควรใช้ยากลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporin) โดยฉีดยาเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) หรือกินยาเซฟฟิซีม (Cefixime) ร่วมกับกินยาอะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) หรือกินยาดอกซีไซคลิน (Doxycycline) ซึ่งยาทั้งคู่นี้มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคหนองในแท้ทั้งคู่ แต่ยาอะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) มีประสิทธิภาพดีกว่า

อย่างไรก็ตามเชื้อหนองในแท้ก็ได้ทนทานต่อยาเซฟฟิซีม (Cefixime) มากขึ้นทำให้หน่วยป้องกันและควบคุมโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา (CDC) ต้องมาปรับปรุงแนวทางการรักษาโรคหนองในแท้อีกครั้งในปี ค.ศ. 2012 นั่นคือ การรักษาโรคหนองในแท้และหนองในเทียม ให้รักษาโดยการฉีดยาเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) 250 มก. 1 ครั้ง ร่วมกับกินยาอะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) 1 มก. 1 ครั้ง หรือกินยาดอกซีไซคลิน (Doxycycline) 100 มก. วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน ยกเว้นในรายที่ไม่สามารถทนต่อการใช้ยาเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) ได้

ในขณะที่ได้รับการรักษาโรคหนองในแท้อยู่ ผู้ที่ได้รับการรักษาควรละเว้น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางช่องปาก ถ้าหากเชื้อหนองในแท้ที่ดื้อต่อกลุ่มยาเซฟาโลสปอริน (Cephalosporin) แพร่หลายมากขึ้น หน่วยป้องกันและควบคุมโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้คิดไว้ว่าจะมีผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (PID) มากขึ้น 75,000 ราย โรคท่อเก็บเชื้ออสุจิอักเสบ (Epididymitis) มากขึ้น 15,000 ราย และผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี (HIV) มากขึ้น 222 ราย ภายในระยะเวลา 10 ปี

คำถามจากผู้ป่วยท่านอื่นเกี่ยวกับโรคหนองในแท้

มันมีอาการ เจ็บๆแสบๆคันๆตรงช่องคลอดมีเหมือนตกขาวไหลออกมาเป็นสีเขียวเยอะมากค่ะ มันมีอาการเสี่ยงจะเป็นหนองในมั้ยค่ะ

คำตอบ: สงสัยมีการติดเชื้อครับ ต้องไปพบแพทย์ทำการตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุื้อเพื่อที่จะได้ทำการรักษาต่อไปครับ ไม่แนะนำให้ซื้อยากินเองครับ - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

สอบถามครับหากรู้ตัวเองว่าเป็นหนองในเทียมควรปฏิบัติตัวอย่างไรและสามารถเป็นหนองในแท้ได้รึไมและควรทำอย่างไรจะมีวิธีรักษาเบื้องต้นอย่างไรบ้างครับ

คำตอบ: หนองในเทียมรักษาโดยการกินยาครับ แต่ไม่ควรซื้อยากินเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนอาการแยกยากกับหนองในแท้ การตรวจยืนยันคือนำหนองที่อวัยวะเพศไปย้อมสีครับ - ตอบโดย กิตติศัพท์ สินน้อย (นพ.)

เวลาปัสสะวะแสบมากค่ะ และมีน้ำขาวๆเหลืองๆ ออกตลอดอะค่ะ และตรงแคมเป็นตุ่มๆก่อนแล้วกลายเป็นเหมือนแผลอะค่ะ ปวดท้องน้อย ปวดใกล้ๆมดลูกทั้งสองข้างเลยค่ะ เป็นหนองในรึเปล่าคะ

คำตอบ: ให้ไปพบนรีแพทย์ค่ะ เพราะจากอาการที่เล่ามาสงสัยช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจต้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยค่ะ และอาจต้องให้คู่นอนมาตรวจด้วย และถ้ามีการติดเชื้อจริงแพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อมากินค่ะ - ตอบโดย นิชดา พงษ์ธัญญกรณ์ (พญ.)

อาการเริ่มต้นแสบตอนปัจสาวะ และมีหนองออกมานิดหน่อยตอนปัจสาวะเสร็จแบบนี้ซื้อยามากินจะหายไหมครับ

คำตอบ: อาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์ เพื่อเก็บปัสสาวะตรวจค่อ และ เก็บหนองที่ไหลออกมาไปตรวจด้วยว่าเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือว่าโรคหนองในซึงการใช้ยาฆ่าเชื้อต้องอยู่ในดุลยพินิจขอลแพทย์ด้วยค่ะ เพื่อป้องการการดื้อยานะค่ะ - ตอบโดย วลีรักษ์ จันทร (พว.)

คำตอบ 2: อาจการเช่นนี้แสดงว่ามีการติดเชื้อของท่อทางเดินปัสสาวะ ต้องไปพบแพทย์ครับ เพื่อตรวจวินิจฉัย ย้อมหนองหาเชื้อก่อโรค จะได้รักษาได้ถูกต้องครับ ไม่ควรไปหาซื้อยาทานเอง - ตอบโดย ชยากร พงษ์พยัคเลิศ (นพ.)

อ่านเพิ่มเติม: รวมคำถามที่ถูกถามบ่อยเกี่ยวกับโรคทางเพศสัมพันธ์ (STD) ทั้งหญิง และชาย

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ