คลามายเดีย Chlamydia คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 702,184 คน

คลามายเดีย (Chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรียที่ถูกรายงานว่าพบได้บ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา

คลามายเดีย เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ คลามายเดีย แทรโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่งในสหรัฐอเมริกา การติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว จะเกิดบริเวณเซลล์เยื่อบุผิว (Epithelial cells) ซึ่งหมายถึง เซลล์ที่บุบริเวณผิวนอกของร่างกาย และผิวภายในของอวัยวะกลวง รวมถึงต่อมต่าง ๆ ในร่างกาย

โฆษณาจาก HonestDocs
ส่งยาคุมถึงบ้าน ไม่เขิน ไม่เสียเวลา

กินยาคุมอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องท้อง

คลิก

แบคทีเรียชนิดนี้สามารถติดเชื้อที่เซลล์เยื่อบุผิวของอวัยวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

คลามายเดีย มักถูกเรียกว่าเป็นการติดเชื้อแบบซ่อนเร้น เพราะส่วนมาก ผู้ติดเชื้อมักไม่แสดงอาการ แต่ถึงกระนั้น ผู้ติดเชื้อก็สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ ทำให้โรคนี้มีอัตราการติดเชื้อสูง

อัตราการติดเชื้อของโรคคลามายเดีย

ถึงแม้การติดเชื้อ เอชพีวี (HPV : Human Papilloma Virus) จะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา แต่คลามายเดีย กลับเป็นโรคที่ได้รับการรายงานผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ จากข้อมูลของกองควบคุมโรค (CDC : Centers for Disease Control and Prevention) ในปี 2014 มีรายงานผู้ติดเชื้อคลามายเดียถึง 1,441,7789 รายในสหรัฐอเมริกา ในจำนวนนี้ส่วนมาก เป็นผู้หญิง มีจำนวนถึง 1,006,441 ราย แต่จำนวนที่แท้จริงของผู้ติดเชื้อคลามายเดียน่าจะมากกว่าที่รายงานมาก ข้อมูลจากวารสารโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually Transmitted Diseases) ในปี 2013 ระบุว่า แต่ละปี ในสหรัฐอเมริกาน่าจะมีผู้ติดเชื้อคลามายเดียอย่างน้อย 2.86 ล้านคน โดยส่วนมากมักเป็นกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยเฉพาะผู้หญิงอายุน้อย ซึ่ง CDC ประมาณว่าผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี จำนวน 1 คนใน 20 คน อาจติดเชื้อคลามายเดีย

นอกจากนี้ ยังมีอัตราการติดเชื้อแตกต่างกัน ในแต่ละเชื้อชาติในสหรัฐอเมริการ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มคนผิวขาวที่ไม่มีเชื้อสายละติน (non-Hispanic white) พบว่า :

  • (non-Hispanic black) ติดเชื้อบ่อยกว่าประมาณ 6.2 เท่า
  • ชนพื้นเมืองอเมริกัน และชนพื้นเมืองอะลาสก้า ติดเชื้อบ่อยกว่า 3.7 เท่า
  • ชนพื้นเมืองฮาวาย และชนพื้นเมืองหมู่เกาะแปซิฟิก ติดเชื้อบ่อยกว่า 3.5 เท่า
  • คนเชื้อสายละติน (Hispanic) ติดเชื้อบ่อยกว่า 2.1 เท่า

ส่วนในคนเอเชีย พบว่ามีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่าคนผิวขาว

คุณติดเชื้อคลามายเดียได้อย่างไรบ้าง

โดยทั่วไป คลามายเดีย สามารถติดต่อได้โดยการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด หรือทางทวารหนักโดยไม่มีการป้องกัน แต่ก็สามารถติดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากได้ด้วย โดยเกิดจากสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ เช่น สารคัดหลั่งในช่องคลอด น้ำกาม หรือน้ำหล่อลื่นของเพศชาย (pre-cum : pre-ejaculatory fluid) สัมผัสกับเยื่อบุผิวชนิดเยื่อเมือก เช่น บริเวณภายในช่องคลอด รูเปิดของท่อปัสสาวะ ทวารหนัก ปาก หรือดวงตา คลามายเดีย สามารถติดต่อกันได้ แม้องคชาติ หรือลิ้น ไม่ได้ผ่านเข้าไปในช่องคลอด หรือทวารหนักทั้งหมด หรือแม้ไม่ได้หลั่งน้ำกามก็ตาม นอกจากนี้ การใช้อุปกรณ์ช่วยสำเร็จความใคร่ (sex toy) ร่วมกัน และเด็กที่คลอดทางช่องคลอด จากแม่ที่ติดเชื้อ ก็อาจติดเชื้อคลามายเดียได้เช่นกัน นอกจากนี้ เชื้อคลามายเดียยังสามารถแพร่จากส่วนหนึ่ง ไปยังอีกส่วนของร่างกายได้ เช่น ผู้หญิง สามารถแพร่เชื้อจากช่องคลอดไปทวารหนัก หรือจากทวารหนักไปยังช่องคลอด โดยการเช็ดทำความสะอาด หรือสามารถแพร่ไปยังดวงตาได้ หากสัมผัสดวงตาหลังสัมผัสส่วนที่ติดเชื้อโดยไม่ได้ล้างมือ แต่การจูบ การใช้ของใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกัน หรือการนั่งบนโถชักโครกร่วมกัน ไม่ทำให้ติดเชื้อคลามายเดีย เนื่องจากเชื้อไม่สามารถอยู่นอกร่างกายได้เป็นเวลานาน

ภาวะแทรกซ้อนของคลามายเดีย

หากไม่รักษา คลามายเดียสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ในผู้หญิง คลามายเดียสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (pelvic inflammatory disease) ซึ่งเป็นการแพร่กระจายของเชื้อไปยังมดลูก หรือท่อนำไข่ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะดังต่อไปนี้  :

  • เกิดความเสียหายอย่างถาวรต่อท่อนำไข่ มดลูก และเนื้อเยื่อโดยรอบ
  • อาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง
  • ภาวะมีบุตรยากชนิดที่เกิดจากปัญหาที่ท่อนำไข่ เรียกว่า tubal factor infertility
  • ท้องนอกมดลูก คือการตั้งครรภ์ที่ตัวอ่อนฝังตัวอยู่ภายนอกมดลูก ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อแม่ได้

การติดเชื้อคลามายเดียระหว่างตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หรือทารกน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติได้ ในผู้ชาย คลามายเดียสามารถแพร่กระจายไปยังลูกอัณฑะ และท่อนำอสุจิ (epididymis) ได้ ทำให้เกิดการอักเสบของท่อนำอสุจิ (epididymitis) นอกจากนี้ ในผู้ชายที่ติดเชื้อคลามายเดียจำนวนน้อย อาจเกิดภาวะข้ออักเสบจากการตอบสนองของร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่าง ๆ ดวงตา หรือท่อปัสสาวะ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่