Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคมะเร็งคาโปซิซาร์โคมาคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,309,025 คน

มะเร็งคาโปซิซาร์โคมา เป็นมะเร็งชนิดที่พบได้น้อยมาก มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส HHV-8 ซึ่งจะพบได้ในผู้ที่ติดเชื้อ HIV แล้วควบคุมการติดเชื้อได้ไม่ดี หรือผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยมะเร็งชนิดนี้จะส่งผลกระทบต่อผิวหนังและอวัยวะภายในร่างกายของผู้ป่วยอย่างรุนแรง 

มะเร็งคาโปซิซาร์โคมาสามารถแบ่งได้ 4 ชนิดหลัก แต่ละชนิดจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มของผู้ป่วยที่แตกต่างกัน และมีวิธีการรักษาแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. มะเร็งคาโปซิซาร์โคมาที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี (HIV-related Kaposi's sarcoma) เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี โรคนี้สามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ยาต้านการติดเชื้อเอชไอวี (Antiretroviral Therapy: ART) เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวีแบ่งตัวเพิ่มจำนวน และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมาฟื้นตัว ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยรังสีรักษา หรือการใช้ยาเคมีบำบัด ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็นโรคและความกว้างของมะเร็งที่เป็นโรค รวมถึงอาการที่เป็นด้วย
  2. คลาสสิกคาโปซิซาร์โคมา (Classic Kaposi's sarcoma) พบได้บ่อยในวัยกลางคน และผู้สูงอายุชาวเมดิเตอเรเนียน หรือชาวตะวันออกกลาง คาดว่าผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่อ่อนแอต่อเชื้อไวรัส HHV-8 อย่างไรก็ตามโรคนี้มักไม่จำเป็นต้องรับการรักษา เว้นแต่อาการของโรคจะแย่ลงอย่างชัดเจน มักรักษาโดยการใช้รังสีรักษา และผ่าตัดตุ่มต่างๆ ออก
  3. คาโปซิซาร์โคมาที่สัมพันธ์กับการปลูกถ่ายอวัยวะ (Transplant-related Kaposi's sarcoma) เป็นภาวะแทรกซ้อนของการปลูกถ่ายอวัยวะที่พบได้น้อย มักเกิดขึ้นเพราะผู้ป่วยได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่ายเข้าไปใหม่ ทำให้ติดเชื้อไวรัส HHV-8 ปกติแล้วจะรักษาด้วยการลดขนาดยา หรือหยุดยากดภูมิคุ้มกัน หากสามารถทำได้ แต่ถ้าไม่ประสบความสำเร็จอาจต้องใช้รังสีรักษาหรือยาเคมีบำบัดแทน
  4. Endemic African Kaposi's sarcoma เป็นมะเร็งคาโปซิซาร์โคมาที่พบได้ในคนเชื้อชาติแอฟริกัน และเป็นมะเร็งชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในภูมิภาคนี้ ผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยว่าเป็นโรคนี้ทุกรายต้องตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการใช้ยาต้านเอชไอวี ส่วนผู้ป่วยไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเอชไอวี จะรักษาด้วยยาเคมีบำบัด และในบางรายอาจต้องใช้รังสีรักษา

อาการของโรคมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในระยะเริ่มแรกคือ มีตุ่มขนาดเล็ก แบน กดไม่เจ็บ มีสีแดงหรือสีม่วงคล้ายรอยฟกช้ำตามช่องปากหรือตามผิวหนัง เมื่อเวลาผ่านไปตุ่มเหล่านี้อาจเจริญเติบโตเป็นก้อนเนื้อที่เรียกว่าโนดูล (Nodules) และอาจรวมเข้ากับตุ่มอื่นๆ ได้

นอกจากผิวหนังภายนอกแล้ว อาจพบความผิดปกติที่อวัยวะภายในต่างๆ เช่น ต่อมน้ำเหลือง ปอด และระบบย่อยอาหาร จนทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการบวมที่แขนหรือขา 
  • หายใจลำบาก 
  • ไอเป็นเลือด 
  • เจ็บหน้าอก
  • คลื่นไส้ อาเจียน 
  • ปวดท้อง 
  • ท้องเสีย

สาเหตุของมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา

มะเร็งคาโปซิซาร์โคมา เกิดจากไวรัสที่ชื่อว่า Human Herpesvirus 8 (HHV-8) หรือที่เรียกว่า Kaposi's sarcoma-associated herpesvirus (KSHV) ไวรัสชนิดนี้ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ผ่านทางน้ำลาย หรือติดต่อจากแม่สู่ลูกขณะคลอดบุตร

ไวรัส HHV-8 เป็นไวรัสชนิดที่พบได้บ่อย แต่คนส่วนใหญ่ที่ติดไวรัสชนิดนี้จะไม่เป็นมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา เว้นแต่จะมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เชื้อไวรัส HHV-8 แบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากในเลือดจนควบคุมไม่ได้ จึงทำให้เกิดก้อนเนื้อหรือเนื้องอกขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งคาโปซิซาร์โคมาสูง

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์

หากพบว่าตนเองมีอาการที่อาจมีสาเหตุมาจากมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา และเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการที่เป็นและตรวจดูผิวหนังเพื่อดูลักษณะของตุ่มราบที่มองเห็นว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร มีสีผิดปกติอย่างไรบ้าง หากแพทย์สงสัยว่าคุณเป็นมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา ก็อาจต้องทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ดังนี้

  • การตรวจการติดเชื้อเอชไอวี (HIV Test) การตรวจนี้จะทำในผู้ที่ยังไม่เคยตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่
  • การเก็บตัวอย่างผิวหนังไปตรวจ (Skin Biopsy) การใช้ตัวอย่างเซลล์จากผิวหนังบริเวณที่มีอาการไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง
  • การส่องกล้องตรวจ (Endoscopy) การใช้อุปกรณ์ที่เป็นท่อขนาดเล็ก ยืดหยุ่นได้ และมีกล้องอยู่ปลายท่อ โดยสอดเข้าไปผ่านลำคอเพื่อดูว่าปอด หรือ ระบบย่อยอาหารได้ผลกระทบจากโรคมะเร็งชนิดนี้หรือไม่
  • การสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography (CT) Scan) เพื่อดูว่าต่อมน้ำเหลืองหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้รับผลกระทบจากมะเร็งหรือไม่

หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยมะเร็งคาโปซิซาร์โคมาจะสามารถควบคุมโรคได้เป็นเวลาหลายปี ซึ่งที่ผ่านมาก็พบผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโรคมะเร็งชนิดอื่น

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
มะเร็งคาโปซิซาร์โคมา (Kaposi’s sarcoma)
มะเร็งคาโปซิซาร์โคมา (Kaposi’s sarcoma)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่