Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HONESTDOCS

โรคโมโนนิวคลิโอสิส คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,949,255 คน

“โมโนนิวคลิโอซิส” (Mononucleosis) หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับโรคนี้เท่าไรนัก แต่รู้ไหมว่าเรามีโอกาสเป็นโรคนี้สูงมาก (และคุณอาจเคยเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว) จากสถิติทั่วโลกพบว่าเด็กอายุ 5 ปี ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ถึง 50% และผู้ที่มีอายุ 25 ปี ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้สูงถึง 90 - 95% ส่วนในไทยพบว่าเด็กอายุ 15 ปีเคยติดเชื้อชนิดนี้มากกว่า 90% ด้วยอัตราการติดเชื้อที่สูงขนาดนี้ เราจึงมองข้ามโรคนี้ไม่ได้แล้ว

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

โรคโมโนนิวคลิโอซิสคืออะไร?

โรคโมโนนิวคลิโอซิส หรือ โรคไข้และต่อมน้ำเหลืองโต (Glandular fever หรือ Mono) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอ็ปสไตน์-บาร์หรืออีบีวี [Epstein-Barr (EBV)] หรือไวรัสเฮอร์ปีสในมนุษย์ 4 หรือเอชเอชวี-4 [Human Herpesvirus 4 (HHV-4)] โดยเชื้อชนิดนี้จะแพร่กระจายผ่านน้ำลาย ทำให้มีอีกชื่อนึงว่า Kissing disease หมายถึงโรคที่ติดต่อกันผ่านการจูบ แต่การติดเชื้อนี้มักไม่ค่อยรุนแรงนัก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องพบแพทย์ แต่มีน้อยรายที่เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

สาเหตุของโรคโมโนนิวคลิโอซิส

โรคโมโนนิวคลิโอซิสส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส EBV แต่บางครั้งก็อาจมาจากการติดเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น ฮิวแมน ซัยโตเมกาโลไวรัส (Human Cytomegalovirus) แต่เป็นส่วนน้อย โดยเชื้อไวรัส EBV จะแพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่งของร่างกาย โดยเฉพาะน้ำลาย และมูกต่างๆ จึงสามารถติดต่อผ่านการจูบ ไอ จาม การใช้สิ่งของร่วมกัน การรับประทานอาหารร่วมกัน หรือการดื่มน้ำแก้วเดียวกัน นอกจากนี้ยังติดต่อผ่านทางเลือด น้ำอสุจิและการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะได้อีกด้วยแต่พบได้น้อย

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัส EBV เชื้อจะเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดขาว จากนั้นจะแพร่สู่ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นต่อมที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย จึงเป็นเหตุให้ต่อมน้ำเหลืองบวม

หากผู้ใดติดเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้ว เชื้อจะอยู่ในร่างกายไปตลอดชีวิต (คล้ายโรคเริม) และจะกำเริบขึ้นมาเมื่อร่างกายอ่อนแอ

เชื้อไวรัส EBV จะอยู่ในน้ำลายผู้ที่เคยติดเชื้อนานนับเดือน แม้ว่าอาการต่างๆ จะหายไปแล้วก็ตาม และยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้นานหลายปี ด้วยเหตุที่ติดต่อได้ง่ายและระยะการแพร่เชื้อที่นาน จึงทำให้อัตราการติดเชื้อของคนทั่วโลกสูงมาก ตามที่กล่าวไปข้างต้น

อาการของโรคโมโนนิวคลิโอซิส

อาการของโรคโมโนนิวคลิโอซิส มักไม่ร้ายแรงนัก แต่สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยอาการต่างๆ มีดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

อาการหลักของโรคโมโนนิวคลิโอซิส

อาการของโรค มักเกิดหลังจากการติดเชื้อประมาณ 1-2 เดือน อาการที่เด่นชัด เช่น มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เจ็บคอ คออักเสบ มีผื่นขึ้น หากคลำที่คอหรือข้อพับแขนอาจเจอต่อมน้ำเหลืองโต (จึงเป็นสาเหตุของชื่อโรคไข้ต่อมน้ำเหลือง) ต่อมทอนซิลโต และตับและหรือม้ามโต เป็นต้น แต่หากเป็นการติดเชื้อในเด็กเล็กอาจแสดงอาการน้อยมาก หรือไม่แสดงอาการเลย

อาการของโรคโมโนนิวคลิโอซิส มีลักษณะคล้ายคลึงกับอาการคออักเสบ การแยกแยะความต่างของ 2 โรคนี้คือต้องคลำที่ท้องเพื่อตรวจว่าม้ามโตหรือไม่ หรืออาจเจาะเลือดเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ

ตามปกติโรคโมโนนิวคลิโอซิสไม่ใช่โรคที่รุนแรง จึงไม่จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ร่างกายสามารถเยียวยาตัวเองได้ภายในเวลา 3 – 4 วัน แตกต่างจากโรคคออักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา

จากที่กล่าวไปว่าโรคนี้ไม่อันตรายถึงชีวิต เว้นแต่บางกรณีที่ต่อมทอนซิลโตมากจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการหายใจลำบาก หายใจเข้า - ออก เสียงดัง กลืนลำบาก หรือมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย เริ่มปวดท้องรุนแรง ปวดศีรษะรุนแรง และมีอาการตึงต้นคอร่วมด้วย หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการเหล่านี้ต้องรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาทันที

ทั้งนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการม้ามโตมากและเปราะบาง แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทกที่หน้าท้อง เช่น การเล่นกีฬา เพื่อป้องกันม้ามแตก

อาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ปวดกล้ามเนื้อ หนาวสั่น เหงื่อออก ไม่อยากอาหาร เจ็บปวดรอบหรือหลังดวงตา รอบตาบวม คอแดงและมีเมือก เกิดจุดแดงหรือม่วงบนเพดานปาก กดบริเวณท้องแล้ว เกิดภาวะดีซ่าน (ผิวหนังและตาขาวกลายเป็นสีเหลือง) อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นก่อนมีอาการหลักเพียงไม่กี่วัน

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

ทั้งนี้ผู้ป่วยมากกว่า 1 ใน 10 ราย อาจมีอาการเหนื่อยล้ารุนแรง ซึ่งอาการนี้อาจยาวนานกว่า 6 เดือน นับตั้งแต่ติดเชื้อเริ่มแรก ซึ่งแพทย์ยังไม่สามารถหาสาเหตุของอาการนี้ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านเชื่อว่าอาการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของอาการล้าเรื้อรัง (CFS) ที่ทำให้ร่างกายล้าต่อเนื่อง โดยการเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ฟื้นฟูความแข็งแรงของร่างกาย จะช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าลงได้

การวินิจฉัยโรคโมโนนิวคลีโอซิส

แพทย์จะสอบถามอาการเบื้องต้นว่ามีไข้ เจ็บคอ หรือไม่ จากนั้นจะเริ่มตรวจร่างกาย เพื่อมองหาสัญญาณที่เด่นชัดของโรค เช่น การบวมของต่อมที่คอ ตับ และม้าม เป็นต้น หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อไวรัส EBV แพทย์มักจะตรวจเลือดเพื่อยืนยันการติดเชื้ออีกครั้ง

การรักษาโรคโมโนนิวคลีโอซิส

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคโมโนนิวคลีโอซิส ส่วนใหญ่จึงรักษาตามอาการ เช่น หากมีไข้ จะให้ยาลดไข้อย่างพาราเซตามอนหรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)อย่างอิบูโพรเฟน เป็นต้น

แต่หากผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ต่อมทอนซิลบวมค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก มีภาวะโลหิตจางรุนแรง มีภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือมีอาการเกี่ยวกับสมองหรือเส้นประสาท อย่างเช่นภาวะไข้สมองอักเสบแพทย์อาจใช้ยาปฏิชีวนะกับยาคอร์ติโคสเตียรอยด์กับภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ Epstein- Barr Virus 

การติดเชื้อ EBV นั้นนอกจากทำให้เกิดโรคโมโนนิวคลิโอซิสแล้ว ยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย แต่ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้นับว่ามีโอกาสเกิดได้น้อยมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่ต้องกังวลมากนัก โดยภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวประกอบด้วย

  1. การติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง (ภาวะนี้จะไม่รุนแรงเท่ากรณีเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายถึงชีวิต)
  2. สมองบวม
  3. เส้นประสาทตาบวม
  4. ไขสันหลังบวม
  5. กล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอัมพาต
  6. อัมพาตด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย
  7. Guillain-Barre syndrome (กลุ่มอาการ/โรค กิลแลง-บาร์เร) คือกลุ่มอาการที่เกิดจากการที่เส้นประสาทหลายเส้นอักเสบพร้อมกันอย่างเฉียบพลัน ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน ซึ่งในรายที่รุนแรง อาจถึงขั้นเป็นอัมพาต
  8. เลือดและไขกระดูก มีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมามากกว่าปกติ
  9. ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และเกิดการติดเชื่ออื่นๆ ได้
  10. เซลล์เม็ดเลือดลดลง ผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะเซลล์เม็ดเลือดแดงลดลง ซึ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย และเซลล์เม็ดเลือดขาวลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่นๆ เกล็ดเลือด ทำให้เลือดออกและฟกช้ำได้ง่ายขึ้น แต่อาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อย และจะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
  11. ม้ามฉีก ผู้ป่วยเกือบครึ่งจะมีภาวะม้ามโต ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ กับสุขภาพ แต่จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการม้ามฉีก แต่ถือว่าโอกาสต่ำมากโดยเกิดขึ้น 1 จาก 500 - 1,000 รายเท่านั้น สัญญาณหลักของม้ามฉีกคือ ความเจ็บปวดรุนแรงที่หน้าท้องด้านซ้าย นับว่าเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต เพราะจะทำให้เลือดออกภายในอย่างรุนแรง ดังนั้นแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยงดเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอาจมีโอกาสเกิดการกระแทกบริเวณหน้าท้อง

เชื้อไวรัส Epstein-Barr Virus กับมะเร็ง 

โรคมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัส EBV ประกอบด้วย

  1. Burkitt lymphoma (มะเร็งในระบบน้ำเหลือง)
  2. Nasopharyngeal carcinoma (มะเร็งคอหอยส่วนบน)
  3. Hodgkin lymphoma and non-Hodgkin lymphoma (มะเร็งต่อมน้ำเหลือง)
  4. มะเร็งเนื้อเยื่อและมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด T-cell

เชื้อ Epstein-Barr Virus กับภาวะอื่นๆ

นอกจากการป่วยเป็นโรคโมโนนิวคลิโอซิสแล้ว การติดเชื้อไวรัส EBV ยังสามารถทำให้เกิดภาวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ปอดอักเสบ
  2. แผลเป็นบริเวณปอด
  3. ตับอักเสบ
  4. ตับอ่อนบวม
  5. กล้ามเนื้อหัวใจบวม
  6. มีปื้นขาวบนลิ้น
  7. ต่อมทอนซิลมีหนอง
  8. มีการติดเชื้อในโพรงจมูก
  9. ต่อมน้ำเหลืองบวม
  10. ติดเชื้อแบคทีเรียที่กระดูก Mastoid ด้านหลังหู

การติดเชื้อเหล่านี้มักจะเกิดกับผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำมาก ๆ เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์หรือติดเชื้อ HIV ผู้ที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่กำลังรักษาด้วยเคมีบำบัดอยู่

การปฏิบัติตัวเมื่อป่วยเป็นโรคโมโนนิวคลีโอซิส

แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวดังนี้

  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ
  • พักผ่อนให้มาก เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง
  • หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอแนะนำให้กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
  • หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่ต้องกระทบกระแทก เนื่องจากม้ามของผู้ป่วยจะบวมและเปราะบาง อาจเสี่ยงต่อภาวะม้ามฉีก ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะเป็นผลเสียต่อตับที่อ่อนแอจากการติดเชื้ออยู่แล้ว
  • หลีกเลี่ยงการจูบ การรับประทานอาหารหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เพราะเชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่งต่างๆ ได้
  • ค่อยๆ ให้ผู้ป่วยเริ่มออกกำลังกายเบาๆ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย

หากคุณมีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำและเริ่มป่วยเป็นไข้และต่อมน้ำเหลืองโต คุณควรเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ และเพื่อให้แพทย์คอยสอดส่องสุขภาพของคุณอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงการรักษาภาวะติดเชื้อทุติยภูมิต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น


ที่มาของข้อมูล

"About Infectious Mononucleosis". CDC. January 7, 2014. Archived from the original on 8 August 2016. Retrieved 10 August 2016.

Luzuriaga, K; Sullivan, JL (May 27, 2010). "Infectious mononucleosis". The New England Journal of Medicine. 362 (21): 1993–2000. doi:10.1056/NEJMcp1001116. PMID 20505178

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, “โรคโมโนนิวคลิโอสิส” ที่ติดต่อผ่านการจูบ (https://med.mahidol.ac.th/rama...), 28 March 2017.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
ไวรัสเอ็บสไตบาร์
ไวรัสเอ็บสไตบาร์

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่