ไวรัสตับอักเสบเอ (HAV: Hepatitis A Virus)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 29, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที

จัดเป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่ง แต่การฟื้นไข้เป็นไปได้ดี ใช้เวลาระยะหนึ่งก็จะหาย ไม่ลุกลามเป็นชนิดเรื้อรังหรือตับแข็ง กล่าวง่ายๆ คือ กรณีทั่วๆ ไปแม้จะเรียกว่าตับอักเสบแต่คนที่เป็นโรคนี้ ใช้เวลาสักระยะอาการก็จะดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะด้าน ไม่มีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ลักษณะของไวรัสตับอักเสบเอ

ลักษณะเด่นของไวรัสตับอักเสบเอ

          เชื้อตัวนี้ทนสภาวะความเป็นกรดได้ดี นี่เองที่ทำให้มันเข้าสู่กระเพาะ โดนกรดในกระเพาะก็ยังไม่เป็นไร ถูกส่งต่อไปยังลำไส้ก็ยังมีฤทธิ์ จากนั้นเมื่อเข้าสู่ตับแล้วก็คือจุดหมายของมัน เมื่อถึงตอนนี้มันจะเพิ่มปริมาณ ทำให้ตับเกิดอาการป่วย

          นอกจากทนกรดได้ดีแล้ว มันยังทนความแห้ง ความร้อนได้ดี (แต่ถ้าโดนความร้อนเกิน 85 องศาเซลเซียส สัก 1 นาที มันก็จะสิ้นฤทธิ์) แต่ไม่ทนสารฟอร์มาลีนและรังสียูวี

          ลักษณะเด่นอีกอย่างคือ ถ้าเป็นแล้วจะไม่เป็นซ้ำ เพราะร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันได้ตลอดชีวิต

การติดต่อ

          จากภาพ เห็นได้ชัดว่าทวีปแอฟริกา เอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย อเมริกากลางและใต้ จัดว่าเป็นเขตที่มีการติดต่อไวรัสนี้มากกว่าแถบอื่นๆ

          แต่ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้ว มีระบบการบำบัดน้ำเสีย ไม่มีการถ่ายอุจจาระลงน้ำ จึงช่วยลดปัญหานี้ไปได้นานแล้ว ผู้คนเหล่านี้เมื่อต้องเดินทางไปยังดินแดนที่มีไวรัสดังกล่าว ก็ล้วนแต่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนทั้งสิ้น ในทางกลับกัน พวกอพยพ หรือหลบหนีเข้าเมือง กลายเป็นคนที่นำเอาโรคนี้เข้าประเทศ

หากต้องเดินทางไปยังแหล่งที่มีความเสี่ยงของโรคนี้ ควรฉีดยาป้องกันไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นหลังจากเดินทางกลับมา ตนเองก็จะกลายเป็นตัวแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นอย่างรวดเร็ว

          ตามหลักแล้ว จัดว่าเป็นการติดต่อจากคนสู่คน โดยมีอาหารการกินที่เปื้อนเชื้อนี้เป็นสื่อ ไวรัสตัวนี้ปนอยู่ในอุจจาระของผู้ป่วน จากนั้นด้วยสาเหตุเป็นต้นว่า ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระลงในน้ำ ล้างมือไม่สะอาด ทำให้มันปนเปื้อนอยู่ในอาหาร น้ำดื่ม ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำต่างๆ โดยเฉพาะหอยนางรม (ที่ไม่ได้ปรุงให้สุกดี) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อไวรัสตัวนี้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว

          ยิ่งถ้าเป็นคนปรุงอาหารให้คนเป็นกลุ่มกิน เช่น คนปรุงอาหารในโรงเรียนหรือโรงงาน ก็ยิ่งทำให้การแพร่เชื้อเป็นไปได้มาก ดังนั้นจึงกลายเป็นโรคระบาด อีกทั้งส่วนมากแล้วยังพบว่า แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่ทราบว่า ตนเองเป็นแล้วไปแพร่เชื้อให้ใคร ที่ไหน เมื่อไรก็ไม่รู้

ตัวอย่างการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสตับอักเสบเอ เกินขึ้นที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ปี 1988 มีจำนวนผู้ติดเชื้อนี้ประมาณ 3 แสนคน

การนำอาหารจากประเทศที่จัดว่ามีเชื้อตัวนี้เข้ามาในประเทศ ก็อาจทำให้คนกินติดเชื้อได้ ดังนั้นการปรุงอาหารสุกจึงเป็นการป้องกันที่ดีทางหนึ่ง

เนื่องจากเป็นการติดต่อทางปาก ดังนั้นกลุ่มที่เสี่ยงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ คือ คนรอบข้าง โยเฉพาะสมาชิกในบ้านของผู้ป่วย ถ้าพบว่ามีคนในบ้านเป็น คนอื่นๆ ต้องตรวจและฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน เป็นดีที่สุด

อาการ

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังไม่ปรากฏอาการขึ้นมาทันที ยังต้องใช้ระยะฟักตัวประมาณ 1 เดือน (ระยะฟักตัว หมายถึง ระยะตั้งแต่เชื้อเข้าสู่ร่างกายจนปรากฏอาการ) แล้วก็ทำให้เกิดตับอักเสบชนิดเฉียบพลัน คือ

เริ่มจากมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ปวดท้องปวดเมื่อยตัว ท้องเสีย เบื่ออาหาร ทำให้บางครั้งแม้แต่คนไข้เองก็ยังคิดว่าตนเองเป็นแค่ไข้หวัด จึงเพียงซื้อยามากินเอง ระยะนี้กินเวลาประมาณ 15 วัน

ต่อจากอาการคล้ายไข้หวัด คราวนี้เป็นโรคดีซ่าน ซึ่งจะเห็นว่า ตาขาวมีสีเหลืองผิดปกติ ระยะเป็นดีซ่านนี้ ยังต้องกินเวลาอีกประมาณ 15-30 วัน จากนั้นก็จะเริ่มทุเลา หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ก็ยังต้องอยู่เฉยๆ สักระยะจนกว่าจะหาย

แต่บางรายถ้าสภาพร่างกายแย่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็อาจทำให้อาการทรุดลงถึงขั้นมีอาการตับโต อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้เป็นประมาณ 7-10 วัน หรือถ้านานกว่านั้นก็อาจถึง 15 วัน จากนั้นอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับ

นอกจากนี้ บางรายก็ยังมีอาการน้ำดีตกค้างอยู่ในตับร่วมด้วย หรือเป็นดีซ่านนานกว่าที่ควร บางรายมีโรคไตวายแทรกซ้อนหรือเป็นโรคหิตจาก แต่หาได้น้อยมากที่จะกลายเป็นชนิดเรื้อรังภายหลัง และมีแค่ไม่กี่รายหรือประมาณ 1% เท่านั้น ที่โชคร้ายกลายเป็นชนิดร้ายแรง (fulminant hepatitis)

การรักษา

เมื่อเกิดอาการของตับอักเสบเฉียบพลัน ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อนอนพักรักษาตัว และตรวจว่าการทำงานของตับเป็นอย่างไรบ้าง มีโรคแทรกซ้อนหรือไม่

ทั้งนี้ช่วงแรกที่เป็น มักมีอาการเบื่ออาหาร ช่วงนี้จึงควรเลี่ยงโปรตีน เพื่อไม่ให้ตับเหนื่อยมากกว่านี้ โดยกินโปรตีนน้อยกว่า 60 กรัมต่อวัน และคาร์โบไฮเดรตประมาณ 1,800 kcal สำหรับใช้เป็นพลังงานในแต่ละวัน

สำหรับคนที่เบื่ออาหารจนกินไม่ลง จะมีการให้น้ำเกลือและสารอาหารอื่นๆ ชดเชย โรคนี้สำคัญที่สุดคือ ต้องพักผ่อนอยู่เฉยๆ และปฏิบัติตามที่แพทย์ระบุไว้เป็นหลัก ไม่ต้องใช้ยาอะไรเป็นพิเศษ จัดว่าเป็นแล้วหายได้ถ้าพักผ่อนเพียงพอ เพื่อให้เซลล์ตับสร้างเซลล์ชดเชยแทนเซลล์ที่เสียไป

หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับมาพักฟื้นที่บ้านต้องอยู่เฉยๆ อีกประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นจึงจะใช้ชีวิตตามปกติ

การป้องกัน

วิธีป้องกัน มีได้ 3 วิธี

กินอาหารปรุงสุกดี

ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และน้ำดื่ม ถ้าไม่ไว้ใจควรกินที่บ้าน ส่วนน้ำดื่มควรต้มสุกแล้วใส่ขวดติดตัวออกจากบ้าน

ล้างมือให้สะอาด

เพราะถ้ามือเปื้อนเชื้อแล้วใช้มือหยิบอาหารที่ปรุงสุก โอกาสติดก็ยังเป็นไปได้สูง

ฉีดวัคซีนป้องกัน

เรียกว่า HA วัคซีน วิธีนี้ป้องกันได้เกือบ 100% แต่การฉีดวัคซีนป้องกันก็ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน เหมาะกับกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น เช่น ฉีดให้ทหารที่ต้องเดินทางไปยังถิ่นที่มีการระบาดของโลก คนที่มีโอกาสอยู่ร่วมกับผู้ป่วย พ่อครัวที่ต้องปรุงอาหารให้กับคนหมู่มาก เป็นต้น

คำถามยอดนิยม

ถามต้องไปประเทศที่ระบุว่ามีการแพร่เชื้อนี้ จึงฉีดวัคซีนป้องกันไว้  แต่เพราะไม่มีเวลาว่าง ไม่มีโอกาสฉีดต่อ สรุปว่าทำได้ครั้งเดียว จะเป็นอะไรหรือไม่?

ตอบ จำเป็นต้องฉีด 2 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายมีความต้านทานต่อเนื่อง กรณีฉุกเฉิน ฉีดเข็มที่ 2 ต่อจากเข็มแรก หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ก็ได้

ใครก็ตามถ้าทราบว่าอาจไม่มีเวลามาฉีดตามกำหนด ควรสอบถามกับแพทย์ ถ้าไม่ว่างมาฉีดเข็มที่ 2 ตามกำหนด ควรเลื่อนมาได้อีกเมื่อไร แบบนี้จะดีกว่าไม่มาตามนัดเสียเฉยๆ

ถาม ฉีดวัคซีนแล้ว มีผลนานแค่ไหน?

ตอบ ชนิดฉีด 3 ครั้ง สำหรับการอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน มีผลต่อเนื่อง 5 ปี

          ถาม :ตอนนี้ตั้งครรภ์อยู่ ทราบว่าไวรัสชนิดนี้ติดต่อได้ทางอาหารการกิน แล้วภาชนะที่ใช้ถ้าใช้ร่วมกันหรือล้างไม่สะอาด จะติดต่อไหม?

          ตอบ: การติดต่อ ตามหลักแล้วต้องเป็นของที่ไม่ผ่านความร้อนนานเพียงพอ หรือเป็นของดิบ ไม่ใช่จากการใช้ภาชนะร่วมกัน

          เพื่อเป็นการป้องกัน แนะนำให้เอาจานและถ้วยกระดาษไปใช้ดีกว่า หรือถ้าจำเป็น ควรไปตรวจกับแพทย์เพื่อให้หายสงสัย

          ถาม: จำเป็นต้องไปประเทศเพื่อนบ้าน ควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอีกเสบชนิดเอเพียงอย่างเดียวพอหรือไม่?

          ตอบ: เอาเป็นว่า ประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นถิ่นของโรคบางอย่างเช่น โรคพิษสุนัขบ้า แนะนำให้ฉีดป้องกันโรคตับอักเสบชนิดเอและบีรวมทั้งวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า

          ถาม: ถ้าตัวร้อน มีไข้ ตรงกับวันที่ต้องฉีดวัคซีน ควรทำอย่างไรดี?

          ตอบ: ตัวร้อน มีไข้ ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการของโรคต่างๆ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องระงับการฉีดวัคซีน และรักษาโรคที่เป็นก่อน

          ยิ่งถ้าตัวร้อนชัดเจน แสดงว่ามีอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อนัดวันใหม่หรือขอคำปรึกษา

          ถาม: ฉีดวัคซีนแล้วออกกำลังต่อเลยได้หรือไม่?

          ตอบ: วันนั้น ถ้าฉีดแล้วสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ไม่ควรออกกำลังหรือใช้แรงหักโหม

          อีกทั้งไม่ควรอาบน้ำด้วยน้ำร้อนจัดๆ อย่าขัดถูบริเวณที่ฉีดแรงๆ ควรแค่ลูบเบาๆ หรือเว้นบริเวณนี้

          ถาม: ตารางระยะเวลาการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ มีอะไรบ้าง?

          ตอบ: ชนิดฉีด 2 เข็ม เริ่มจากฉีดเข็มแรก จากนั้นอีก 4 สัปดาห์ จึงฉีดเป็นเข็มที่ 2

          ถาม: ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้ว สามารถกินหอยนางรมสดได้ ใช่หรือไม่?

          ตอบ: ถึงฉีดป้องกันไวรัสตับอักเสบชนิดเอแล้ว ก็ใช่ว่าจะกินอาหารสดๆ ดิบๆ ได้อย่างวางใจ เพราะของแบบนี้ยังทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ มีอาการท้องเสียรุนแรง อาเจียน เป็นต้น

          ถาม : กลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว แต่เพราะเป็นแม่บ้านต้องทำอาหาร ขอถามว่า ถ้ามีดบาดนิ้วเลือดไหลลงอาหาร จะทำให้คนกินติดโรคหรือไม่?

          ตอบ : ถ้าเป็นไวรัสตับอักเสบเอ แพทย์ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วแสดงว่าไม่ติดต่อ กรณีนี้จึงไม่มีปัญหา วางใจได้

          ถาม : รักษาโรคตับอักเสบชนิดเอหายแล้ว กลับไปดื่มเหล้าอย่างเดิมได้หรือไม่?

          ตอบ : ถ้าเป็นโรคไวรัสชนิดนี้แล้วรักษาหายขาดจริง ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อย่าลืมว่าตับเคยป่วย อีกทั้งแอลกอฮอล์ก็ทำให้ตับเสียหาย จึงเป็นการทำร้ายตับอยู่ดี

ถาม: มีเพื่อนสนิท ตอนนี้ป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ นอนพักอยู่ในโรงพยาบาล ถ้าอีกหน่อยต้องอยู่ด้วยกัน ควรระวังเรื่องอะไรบ้าง?

ตอบ : กรณีของไวรัสตัวนี้ มีเส้นทางติดเชื้อทางปาก คือ กินอาหารหรือน้ำที่ปรุงไม่สุกดี ยิ่งถ้าอยู่บ้านเดียวกัน ก็มีความเสี่ยงติดเชื้อ ดังนั้นควรแยกใช้ของส่วนตัว รวมทั้งภาชนะใส่อาหาร แต่ถ้ารักษาหายแล้ว เป็นอันว่า เจ้าตัวสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เพื่ออนามัยที่ดี ป้องกันการติดต่อของโรคต่าง ๆ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ควรแยกใช้เป็นของส่วนตัว เป็นดีที่สุด

ถาม: ปัจจุบันตั้งครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ ไปตรวจสุขภาพพบว่าตนเองติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จึงได้รักษาตัวจนแพทย์กล่าวว่า ตอนนี้กำลังจะหายแล้ว อยากทราบว่า สามีและลูกสาวรวมทั้งทารกในครรภ์ จะได้รับผลกระทบหรือไม่?

          ตอบ : ไวรัสตัวนี้ติดต่อทางปาก คือ อาหารที่มีเชื้อปน ดังนั้นคนในบ้านทั้งสามีและบุตรจึงมีความเสี่ยง ทางที่ดีควรให้ทั้งคู่ไปตรวจ ส่วนทารกในครรภ์ไม่แน่ใจว่าติดต่อหรือไม่ก็ต้องให้แพทย์ตรวจจนแน่ใจว่าปลอดภัยดี

          ถาม: ถ้าต้องไปต่างประเทศนานเป็นปี จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอกี่เข็ม

          ตอบ : ฉีดเข็มแรก ประมาณ 1 เดือน ต่อมาฉีดเข็มที่ 2 จากนั้นจึงไปต่างประเทศได้ ผ่านไปอีก 6-12 เดือน ฉีดเข็มที่ 3 รวม 3 เข็ม

          เข็มที่ 3 นี้กลับมาฉีดที่เดิม หรือฉีดต่อที่โรงพยาบาลประเทศที่ตนเองอยู่ขณะนั้นก็ได้ เพียงแต่ต้องให้แพทย์เป็นคนทำการติดต่อระหว่างโรงพยาบาลเดิมกับใหม่

          ถาม : ฉีดแล้วสามารถป้องกันได้นานแค่ไหน?

          ตอบ : ชนิด 3 เข็ม ปกติแล้วมีผล 5 ปี แต่ทางที่ดีตอนฉีดควรสอบถามกับแพทย์เป็นดีที่สุด เนื่องจากสภาพผู้รับการฉีด หรือสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงต่างกันออกไป

          ถาม: การฉีดป้องกัน ฉีดแล้วมีผลข้างเคียงหรือไม่?

          ตอบ: ตามหลักแล้ว ก่อนใช้วัคซีนมีการตรวจทดสอบก่อนแล้วว่าไม่มีปัญหา สาธารณสุขจึงจะอนุญาตให้ใช้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม บางรายก็มีไข้หรือปวดบริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองภายใน 2-3 วัน

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เป็นไวรัสตับบีต้องมียากินมั้ยค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคไวรัสตับรักษาให้หายขาดได้ไหม
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่