Doctor men
เขียนโดย
นพ. สุวพัชญ์ พิศาลมงคล

หินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 947,435 คน

หลายคนกำลังสงสัยว่ามนุษย์มีหินปูนในหูด้วยหรือ คำตอบคือใช่ โดยปกติแล้วหินปูนในหูจะอยู่ในบริเวณหูชั้นในทั้งสองข้าง ทำหน้าที่ในการรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย โรคที่เกี่ยวกับหินปูนในหูที่พบเป็นกันได้บ่อยคือโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo) หรืออาจจะคุ้นหูกันในชื่อว่า BPPV โดยจากสถิติพบว่ามีผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มขึ้นถึง 1.6% ของประชากรเฉลี่ยทั้งโลกในแต่ละปี และโรคนี้ยังเป็นสาเหตุของอาการเวียนศีรษะที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ถึง 20% อีกด้วย

หินปูนในหูคืออะไร?

หินปูนในหู (Otoconia) เป็นผลึก มีขนาดเล็ก ประกอบไปด้วยสารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate) หินปูนในหูอยู่บริเวณหูชั้นใน ในส่วนที่เรียกว่า แซกคูล (Saccule) และยูทริเคิล (Utricle) มีหน้าที่ทำให้มนุษย์สามารถรับรู้การเคลื่อนไหว รับรู้ความเร่งในแนวราบ และรับรู้ความเร่งในแนวดิ่งที่สัมพันธ์กับแรงโน้มถ่วงได้

ทำไมหินปูนในหูถึงเคลื่อนหรือหลุดได้?

หินปูนในหูวางตัวติดอยู่บนเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในหูชั้นใน เมื่อหลุดออกจะเข้าไปอยู่ในท่อเซมิเซอร์คิวลาร์ (Semicircular canal) ซึ่งจะทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน ปัจจุบันสาเหตุที่ทำให้หินปูนในหูเคลื่อนหรือหลุดได้ไม่มีคำอธิบายชัดเจน มักจะกล่าวถึงสาเหตุจากความเสื่อมตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้สาเหตุที่พบยังสัมพันธ์กับสิ่งต่อไปนี้

  • การได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ
  • การอักเสบติดเชื้อของเส้นประสาทภายในหู (Vestibular neuritis) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดบริเวณหู
  • การใช้ยาที่เป็นอันตรายต่อหูบางชนิด (Ototoxic medication) เป็นต้น

อาการของโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน

อาการของโรคนี้ ได้แก่ อาการเวียนศีรษะแบบฉับพลัน เวียนศีรษะในลักษณะบ้านหมุน ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนท่าทางชัดเจน เช่น การเปลี่ยนท่าลุกขึ้นจากที่นอน การล้มตัวลงนอน การก้มหรือเงยศีรษะ เป็นต้น อาการมักเกิดในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และหายได้เองเมื่ออยู่เฉยๆ ไม่เปลี่ยนท่าทาง

ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจพบอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย และที่สำคัญ ผู้ป่วยโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนจะไม่มีอาการหูอื้อ ไม่มีการสูญเสียการได้ยิน ไม่หมดสติ ไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรง และไม่เวียนศีรษะจนเดินเซไปข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียว

หากมีอาการทางประสาทที่ไม่เหมือนโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนต่างๆ เหล่านี้ ต้องรีบไปโรงพยาบาลเนื่องจากอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้

หากเป็นโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน สามารถขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่?

ไม่ได้มีข้อห้ามสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนในการขึ้นเครื่องบิน สิ่งสำคัญในการเป็นโรคนี้ที่ต้องระมัดระวังคือการเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะอย่างฉับพลัน เป็นสาเหตุให้อาจเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ตามมาได้

วิธีเดินทางที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการโดยสารทางเรือ เนื่องจากมีการเคลื่อนที่ที่ไม่อยู่นิ่ง และโคลงเคลง ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้อาจเกิดอาการเวียนศีรษะมากกว่าคนปกติโดยทั่วไป โดยปกติการโดยสารเครื่องบินถือว่ามีความนิ่งมากกว่าการโดยสารโดยรถยนต์และทางเรือ ถ้าไม่ใช่ช่วงที่ตกหลุมอากาศซึ่งโดยปกติจะถูกบังคับให้นั่งประจำที่อยู่แล้ว จึงถือว่าปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคนี้

หากเป็นโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนต้องกินยาอะไร ใช้สมุนไพรรักษาได้หรือไม่ รักษาอย่างไรดี?

การรักษาผู้ป่วยโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนมีหลายวิธี ดังนี้

  1. การรักษาด้วยยา ในปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่รักษาโรคนี้อย่างจำเพาะ การรักษาด้วยยาเป็นเพียงการบรรเทาอาการเวียนศีรษะ ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนเท่านั้น ตัวอย่างยาที่ใช้บรรเทาอาการดังกล่าว เช่น เบตาฮินทีน (Betahistine) และไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) โดยรูปแบบการให้ยามีทั้งแบบรับประทานและแบบฉีดเข้าเส้นเลือด ซึ่งแบบฉีดเข้าเส้นเลือดจะออกฤทธิ์ได้ดีและไวกว่ารูปแบบรับประทาน
  2. การรักษาโดยการทำกายภาพบำบัด เป็นวิธีที่ได้ผลดีในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
    1. การจัดสมดุลของหินปูนในหู (Repositioning therapy) แพทย์จะรักษาด้วยการสอนให้ผู้ป่วยทำกายบริหารด้วยท่าทางต่างๆ โดยมีหลักการคือการเอนตัวไปในทิศทางที่กำหนดซ้ำไปมา เพื่อให้หินปูนที่เคลื่อนเข้าไปในท่อเซมิเซอร์คิวลาร์ (Semicircular canal) กลับออกมายังตำแหน่งเดิมภายในแซกคูล และยูทริเคิล ซึ่งท่ากายบริหารเหล่านี้จะถูกตั้งชื่อตามผู้ที่คิดค้น เช่น วิธี Epley Maneuver และวิธี Semont Maneuver ทั้งสองวิธีนี้เป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาดีมากและนิยมกันมากที่สุด
    2. การบริหารอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัวเพื่อให้เกิดการปรับตัว (Vestibular habituation training) เป็นท่าทางกายบริหารต่างๆ เพื่อให้ระบบประสาทส่วนกลางปรับระบบการทรงตัวเสียใหม่ และเพื่อให้สมองปรับสภาพได้เร็วขึ้น วิธีดังกล่าวถูกเรียกตามชื่อผู้ที่คิดค้น คือ วิธี Cawthorne vestibular exercise ซึ่งวิธีนี้มักจะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำการรักษาโดยการจัดสมดุลหินปูนในหูได้
  3. การรักษาโดยการผ่าตัด เช่น วิธิการตัดเส้นประสาทการทรงตัว (Singular neurectomy) และวิธีการผ่าเข้าไปอุดท่อเซมิเซอร์คิวลาร์ (Posterior semicircular canal occlusion) การรักษาโดยการผ่าตัดจะพิจารณาทำเมื่อการรักษาโดยการใช้ยาและทำกายภาพบำบัดไปเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน - 1 ปี แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย แพทย์จะพิจารณาทำการรักษาโดยวิธีการผ่าตัด ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดี แต่ต้องใช้ความชำนาญของแพทย์เป็นอย่างมาก
  4. การรักษาด้วยสมุนไพร ปัจจุบันมีสมุนไพรบางชนิดที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการเวียนศีรษะในผู้ป่วยโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน และมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ ได้แก่ แปะก๊วย รากขิง และเมล็ดอัลมอนด์ ทั้งนี้การใช้สมุนไพรรักษาควรอยู่ในการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ และควรเป็นการรักษาทางเลือก

ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน

ผู้ป่วยในโรคนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เปลี่ยนท่าทางอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าทางอย่างกระทันหัน เช่น การก้มและเงยศีรษะอย่างรวดเร็ว การล้มตัวลงนอนอย่างกระทันหัน การลุกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว เป็นต้น และระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะควรอยู่กับที่นิ่งๆ หาที่จับเพื่อช่วยในการทรงตัว เมื่อหายเวียนศีรษะแล้วค่อยเริ่มขยับตัวใหม่


ที่มาของข้อมูล

Timothy C. Hain, BENIGN PAROXYSMAL POSITIONAL VERTIGO (https://www.dizziness-and-balance.com/disorders/bppv/bppv.html), 7 June 2019.

Benjamin Wedro, Benign Paroxysmal Positional Vertigo (https://www.emedicinehealth.com/benign_positional_vertigo/article_em.htm#what_is_benign_paroxysmal_positional_vertigo_bppv), 31 October 2018.

Lana Barhum, What are the home remedies for vertigo? (https://www.medicalnewstoday.com/articles/320492.php), 2 January 2018.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่