Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,443,824 คน

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง สามรถพบได้ในสตรีตั้งแต่วัยสาวถึงวัยชรา แต่จะพบมากที่สุดในช่วงอายุ 30-50 ปี มะเร็งชนิดนี้ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยมากที่สุด โดยเฉลี่ยจะพบผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกถึง 14 รายต่อวัน 

ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก ได้แก่

  • สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • มีคู่นอนหลายคน
  • มีประวัติเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • มีโรคเรื้อรังหรือโรคที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เช่น โรคเอดส์
  • มีความผิดปกติของปากมดลูก 

มะเร็งปากมดลูกแบ่งออกเป็น 5 ระยะหลัก ซึ่งแต่ละระยะสามารถระบุการกระจายของเซลล์มะเร็งได้ ดังนี้

  • ระยะที่ 0 หรือระยะมะเร็งเบื้องต้น เป็นระยะแรกๆ ที่เซลล์มะเร็งยังคงอยู่แค่บนผิวปากมดลูก
  • ระยะที่ 1 มะเร็งกระจายอยู่ภายในปากมดลูกเท่านั้น
  • ระยะที่ 2 มะเร็งกระจายไปไกลกว่าปากมดลูกและมดลูก แต่ยังไม่กระจายไปยังกระดูกเชิงกรานหรืออวัยวะอื่น
  • ระยะที่ 3 มะเร็งกระจายไปยังช่องคลอดหรือผนังเชิงกรานส่วนล่าง โดยอาจไปกดท่อไตที่ลำเลียงปัสสาวะจากไตไปสู่กระเพาะปัสสาวะ แต่ยังไม่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะไกลๆ
  • ระยะที่ 4 มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียงหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

อาการของมะเร็งปากมดลูก

อาการเริ่มแรกของมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ 

  • มีตกขาวจำนวนมากผิดปกติ 
  • ตกขาวมีลักษณะเป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น หรือมีลักษณะคล้ายน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด 
  • มีเลือดออกกะปริดกะปรอย 
  • มีเลือดออกหลังร่วมเพศ 
  • มีเลือดออกในขณะที่ไม่ใช่รอบเดือน 

หากมะเร็งปากมดลูกแพร่กระจายสู่เนื้อเยื่อรอบๆ และอวัยวะใกล้เคียง อาจทำให้เกิดอาการดังนี้

  • ท้องผูก
  • ปัสสาวะมีเลือดปน
  • สูญเสียการควบคุมการปัสสาวะ 
  • ปวดกระดูก
  • ขาบวมข้างใดข้างหนึ่ง
  • ปวดที่หลังหรือที่ด้านข้างของร่างกายอย่างรุนแรง 
  • มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • อ่อนเพลีย รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

เกือบทุกคนที่เป็นมะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเอชพีวี (Human Papilloma Virus: HPV) เชื้อเอชพีวีเป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยและติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

เชื้อเอชพีวีเป็นเชื้อที่มีมากกว่า 100 สายพันธ์ ส่วนใหญ่แล้วไม่ทำให้เกิดอันตราย แต่ก็มีเชื้อเอชพีวีบางสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเซลล์ปากมดลูก ซึ่งนำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ โดยเชื้อเอชพีวีดังกล่าว ได้แก่ สายพันธุ์ 16 (HPV 16) และสายพันธุ์ 18 (HPV 18) 

เชื้อเอชพีวีทั้ง 2 สายพันธุ์หลัก เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกประมาณ 70% ของผู้ป่วยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ดังกล่าวไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ ดังนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่จึงไม่รู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อ

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจมะเร็งที่รพ.ชั้นนำ จองคิวให้ ไม่ต้องรอ

คัดกรองให้สบายใจ เลือกได้จากกว่า 30 โปรแกรม ลดเพิ่ม 15% วันนี้

Istock 500358904

การใช้ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์เป็นวิธีที่แนะนำในการป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะเชื้อไวรัสเอชพีวีสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังที่บริเวณอื่นของอวัยวะเพศที่ถุงยางอนามัยคลุมไม่ถึงได้

การวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก

หากแพทย์สงสัยว่าคุณเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก หรือมีผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแล้วพบความผิดปกติที่เซลล์ปากมดลูก อาจมีการส่งตัวไปตรวจกับสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมโดยใช้กล้องส่องตรวจช่องคลอด (Colposcopy) ซึ่งเป็นการตรวจหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ปากมดลูก

ระหว่างการทำการส่องตรวจช่องคลอด สูติแพทย์จะนำตัวอย่างเนื้อเยื่อจากปากมดลูกไปตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการตัดชิ้นเนื้อปากมดลูกออกเป็นรูปกรวย หลังจากตัดชิ้นเนื้อแล้ว อาจพบอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดนานถึง 4 สัปดาห์ และอาจมีอาการปวดคล้ายกับมีประจำเดือนด้วย

หากผลจากการตรวจชิ้นเนื้อที่ปากมดลูกยืนยันว่าคุณเป็นมะเร็งปากมดลูก และมีความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่กระจายออกไป อาจจำเป็นต้องได้ตรวจเพิ่มเติมดังนี้

  • การตรวจภายใน เพื่อตรวจมดลูก ช่องคลอด ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะว่า มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปหรือไม่
  • ตรวจเลือด เพื่อช่วยประเมินการทำงานของตับ ไต และไขกระดูก
  • การสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) การสแกนร่างกายและใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพอวัยวะภายในร่างกายแบบสามมิติ ซึ่งการตรวจซีทีสแกนจะช่วยบ่งชี้ว่ามีก้อนเนื้องอกมะเร็งหรือไม่ และบอกว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายหรือไม่
  • การตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI scan) การตรวจสแกนนี้จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้มข้นในการสร้างเป็นภายของอวัยวะภายในร่างกาย ใช้เพื่อตรวจว่ามีการแพร่กระจายของมะเร็งแล้วหรือไม่
  • เอกซเรย์ปอด เพื่อดูว่ามะเร็งแพร่กระจายไปที่ปอดหรือไม่
  • เพทสแกน (PET scan) คือการตรวจสแกนชนิดพิเศษร่วมกับการฉีดสารกัมมันตรังสีเข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อให้มองเห็นภาพเซลล์มะเร็งได้ชัดเจนขึ้น การตรวจนี้มักทำร่วมกับการทำซีทีสแกน ในการดูว่ามะเร็งแพร่กระจายไปมากน้อยแค่ไหน และดูการตอบสนองต่อการรักษาที่ได้รับ

การรักษามะเร็งปากมดลูก

การรักษามะเร็งปากมดลูกจะขึ้นกับว่ามะเร็งแพร่กระจายไปมากน้อยเพียงใด โดยทางเลือกในการรักษาต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

  • การทำลายเนื้อเยื่อผิดปกติบริเวณปากมดลูก หากผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพบว่าไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูก แต่พบการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้ในอนาคต กรณีนี้มีทางเลือกในการรักษาหลายวิธี เช่น
    • การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า เซลล์ผิดปกติจะถูกตัดออกจากร่างกาย โดยการใช้เส้นลวดร่วมกับการปล่อยกระแสไฟฟ้า
    • การตัดชิ้นเนื้อปากมดลูกออกเป็นรูปกรวย (Cone Biopsy) เซลล์เนื้อเยื่อที่ผิดปกติจะถูกตัดออกระหว่างการผ่าตัด
    • การใช้เลเซอร์จี้ทำลาย (Laser Therapy) การใช้เลเซอร์ทำลายเซลล์ผิดปกติ
  • การผ่าตัด มีการผ่าตัดหลัก 3 ชนิดที่ใช้รักษามะเร็งปากมดลูก ได้แก่
    • การตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวยแบบกว้าง (Radical trachelectomy) ปากมดลูก เนื้อเยื่อข้างเคียง และส่วนบนของช่องคลอดจะถูกตัดออกจากร่างกาย แต่ตัวมดลูกยังคงอยู่ที่เดิม เหมาะสำหรับกับผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกเท่านั้น และเหมาะสำหรับผู้ที่ยังต้องการมีบุตร
    • การผ่าตัดมดลูกออก (Hysterectomy) การผ่าตัดนำมดลูกและปากมดลูกออก ขึ้นอยู่กับระยะของโรคมะเร็ง อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดรังไข่และท่อน้ำไข่ออกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรกถึงระยะที่ 2 และอาจรักษาต่อด้วยการใช้รังสีรักษาเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง
    • การผ่าตัดอวัยวะในอุ้งเชิงกรานแบบกว้าง (Pelvic Exenteration) การผ่าตัดใหญ่ที่จะผ่าเอาปากมดลูก ช่องคลอด มดลูก กระเพาะปัสสาวะ รังไข่ ท่อน้ำไข่ และลำไส้ตรงออกจากร่างกาย มักใช้รักษาผู้ที่ประสบปัญหามะเร็งปากมดลูกกลับมาเป็นซ้ำ หลังจากผ่าเอาทุกอย่างออกไปแล้ว แพทย์จะการผ่าตัดรู 2 รูไว้ที่หน้าท้อง เพื่อเป็นทางระบายอุจจาระและปัสสาวะออกจากร่างกาย 
  • รังสีรักษา การใช้รังสีรักษาสามารถใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัดในการรักษามะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรก และอาจใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดสำหรับรักษามะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม ซึ่งสามารถใช้เพื่อควบคุมอาการเลือดออกและอาการปวดได้ มักใช้เวลาประมาณ 5-8 สัปดาห์ต่อคอร์ส การให้รังสีรักษาสามารถให้ได้ 2 วิธี ได้แก่
    • ให้ภายนอกร่างกาย (externally) เป็นการใช้เครื่องฉายคลื่นพลังงานสูงภายนอกร่างกายเข้ามาที่บริเวณอุ้งเชิงกรานเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
    • ให้ภายในร่างกาย (internally) เป็นการฝังแร่กัมมันตรังสีภายในช่องคลอดและปากมดลูก
  • ยาเคมีบำบัด สามารถใช้ร่วมกับรังสีรักษาเพื่อรักษามะเร็งปากมดลูกให้หายขาด หรืออาจใช้เดี่ยวๆ เพื่อรักษามะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามเพื่อชะลอโรคและช่วยบรรเทาอาการให้กับผู้ป่วย โดยทั่วไปจะให้ยาเคมีบำบัดโดยการหยดยาเข้าหลอดเลือดดำในลักษณะของผู้ป่วยนอก เมื่อรับยาครบ 1 ครั้งแล้วสามารถกลับบ้านได้

การติดตามหลังการรักษา

หลังการรักษาสิ้นสุดลงและมะเร็งได้ถูกกำจัดออกจากร่างกายแล้ว ผู้ป่วยยังจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจติดตามอาการเป็นประจำ เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ การตรวจร่างกายจะทำเพื่อตรวจดูว่ามีสัญญาณของการกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่ หากมะเร็งปากมดลูกกลับมาเป็นซ้ำ จะมักกลับมาในช่วงเวลาประมาณ 18 เดือนหลังสิ้นสุดคอร์สการรักษา

การนัดหมายเพื่อติดตามอาการมักแนะนำให้ติดตามทุก 4 เดือน ในช่วง 2 ปีแรกหลังสิ้นสุดการรักษา จากนั้นติดตามห่างออกไปเป็นทุก 6-12 เดือน ในช่วง 3 ปีต่อมา

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
โรคมะเร็งปากมดลูก (CA cervix)
โรคมะเร็งปากมดลูก (CA cervix)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

มะเรีงปากมดลูก มีทางไม่ให้เกิดขึ้นได้ไหม
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
มะเร็งปากมดลูกมีวิธีการป้องกันอย่างไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาตกขาวเรื้อรังจะมีผลต่อมะเร็งปากมดลูกหรือเปล่าคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อยากทราบว่าระยะแรกของมะเร็งปากมดลูกจะแสดงอาการอย่างไร?
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่