คู่มือปอดบวม (Pneumonia) ฉบับสมบูรณ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 581,345 คน

โรคปอดบวมเป็นภาวะที่มีการอักเสบของเนื้อปอดทำให้มีหนอง ปอดเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างที่ทำให้เกิดอาการอักเสบของปอดข้างหนึ่งหรือสองข้าง alveoli หรือถุงลมที่อยู่ในปอดของคุณสามารถเต็มไปด้วยของเหลวหรือน้ำหนองและทำให้เกิดอาการไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นยาวนานเป็นสัปดาห์และมักจะไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบธรรมดาทั่วไป

สาเหตุ โรคปอดบวมมาในหลากหลายรูปแบบและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมักมาจากแบคทีเรีย เช่น Streptococcus pneumonia หรือไวรัส น้อยครั้งที่จะเกิดขึ้นจากเชื้อรา พยาธิ สารเคมี การสำลักเอาเชื้อเข้าไปในปอด (Aspirated pneumonia) และภาวะภูมิต้านทานต่ำ 

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ประเภทของเชื้อโรคสามารถบอกได้ว่าใครเป็นโรคปอดบวม ความรุนแรงของโรคจะสามารถพัฒนาไปได้เท่าไร และจะรักษาโรคปอดบวมได้อย่างไร

พยาธิสรีรภาพ ผู้ป่วยปอดอักเสบ มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เชื้อที่อยู่ในเสมหะหรือเมือกในทางเดินหายใจส่วนต้นจะแพร่เข้าสู่ถุงลมซึ่งภายในถุงลมจะมีกลไรการป้องกันตามปกติของร่างกาย เช่น การโบกปัดของซิเลียและการไอเพื่อขจัดเชื้อในเสมหะหรือเมือกออกไป ขณะเดียวกันแมกโครฟาจจะทำลายเชื้อโลกที่อยู่ในถุงลมและซิเลียจะโบกปัดขับออกโดยการไอเพื่อขับเชื้อออกทางเสมหะหรือกลืนลงสู่กระเพาะอาหาร แต่ถ้าร่างกายไม่มีกลไกดังกล่าวปอดจะมีการอักเสพโดยมีการสร้างน้ำและเมือกเพิ่มขึ้นบริเวณถุงลมและไหลเข้าสู่หลอดลมฝอยทำให้เนื้อที่ในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงและยังมีการขจัดเชื้อโรคออกไปยังต่อมน้ำเหลืองและกระแสเลือดเพื่อขจัดออกจากร่างกาย ซึ่งจะมีเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงมารวมตัวบริเวณที่มีการอักเสบมากขึ้น ทำให้บริเวณถุงลมแคบลงและมีลักษณะแข็งน้ำและเมือกที่ติดเชื้อจะแพร่กระจายไปยังปอดส่วนอื่น ทำให้ผู้ป่วยมีไข้ ไอ อาจมีเสมหะร่วมด้วยซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุของปอดอักเสบ หากปอดอักเสบรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิตได้โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

อาการ มีไข้สูงติดต่อกัน ตัวร้อน หน้าแดง หนาวสั่น หายใจหอบ ไอมีเสมหะเป็นหนอง เจ็บหน้าอก มีเสียงเสมหะในปอด ผิวหนังอาจเขียวคล้ำ คลื่นไส้ อาเจียน อาจปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดเมื่อยตัว ปวดตามข้อ

การวินิจฉัยโรค จากการถ่ายภาพรังสีทรวงอกอาจพบเงาผิดปกติ การตรวจเชื่อจากเสมหะและการตรวจเลือดเพื่อค้นหาเชื้อที่เป็นสาเหตุจะพบเชื้อที่เป็นสาเหตุ

การรักษา โดยการให้ยาปฏิชีวนะ เช่น Erythromycin 500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง หรือ Amoxicllin 250-500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 7-10 วัน ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ให้ O2

การพยาบาล ดูแลช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายและพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ บันทึกสัญญาณชีพทุก 2 ถึง 4 ชั่วโมง หรือแล้วแต่สภาพของผู้ป่วย กระตุ้นให้ผู้ป่วยเปลี่ยนท่าบ่อยๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง จัดให้นอนในท่าศีรษะสูง หายใจออกช้าๆ ทางปากโดยการห่อปาก ฝึกบริหารการหายใจทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ครั้งละประมาณ 10-15 นาที กระตุ้นให้ผู้ป่วยได้รับน้ำให้เพียงพอวันละ 2,000-3,000 มิลลิลิตร โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีไข้สูง และน้ำจะช่วยละลายเสมหะ ให้ยาละลายเสมหะและยาขยายหลอดลมตามแผนการรักษา ให้ยาปฏิชีวนะ ให้ยาแก้ปวดลดไข้ ส่งเสริมการหายใจ โดยกระตุ้นให้หายใจลึกๆ สอนวิธีไอเอาเสมหะออก ให้ออกซิเจน ให้อาหารและน้ำอย่างเพียงพอโดยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารทีละน้อยบ่อยๆ ครั้งกระตุ้นให้รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย

ปัจจัยเสี่ยงของโรคปอดบวม

เด็กเล็กและผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการเป็นโรคปอดบวม

นอกจากนี้ คุณยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคปอดบวมถ้าคุณมีหนึ่งในภาวะดังต่อไปนี้:

  • โรคหอบ
  • โรคซีสติกไฟโบรซีส (Cystic fibrosis)
  • โรคถุงลมโป่งพอง (COPD)
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอซึ่งเกิดจาก HIV หรือมะเร็ง

ผู้ที่สูบบุหรี่นั้นมีความเสี่ยงที่สูงเพิ่มขึ้นสำหรับโรคปอดบวมไม่ว่าพวกเขาจะอายุเท่าใดและโรคนี้มักจะเกิดขึ้นในผู้ชายและคนแอฟริกันอเมริกัน

เชื้อโรคส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคปอดบวมนั้นแพร่จากคนโดยละอองจากการไอหรือการสนทนา ผู้ที่มักจะมีการสัมผัสกับผู้อื่นอยู่บ่อยๆอย่างใกล้ชนิด เช่น นักศึกษามหาวิทยาลัยและทหารมีความไวต่อโรคนี้มากกว่ากลุ่มคนอื่นๆ

ชนิดของโรคปอดบวม

ความรุนแรงของโรคปอดบวมขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยรวมถึงอายุและสุขภาพโดยรวมของคุณ ในการพิจารณาสาเหตุของการติดเชื้อในปอดของคุณ เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องทราบถึงชนิดของโรคปอดบวมที่คุณเป็น ว่าคุณติดเชื้อได้อย่างไร และวิธีในการรักษาโรคเหล่านี้ และนี้คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับโรคปอดบวมชนิดต่างๆ:

โรคปอดอักเสบในชุมชน  หรือ CAP เป็นชนิดของโรคปอดบวมที่พบบ่อยที่สุดเพราะคุณสามารถติดโรคนี้ได้ในพื้นที่สาธารณะ เช่นในโรงเรียนหรือที่ทำงาน คุณสามารถเป็นโรคปอดอักเสบในชุมชนได้หลังจากที่คุณติดเชื้อไวรัสทั่วไป เช่นเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ โรคนี้สามารถเกิดได้จากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา แต่มากถึง 60% ของการเกิดโรคปอดอักเสบในชุมชนนั้นเกิดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Streptococcus pneumoniae หรือที่เรียกกันว่าเชื้อนิวโมคอคัส นิวโมเนีย (pneumococcal pneumonia) ซึ่งรักษาได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ

โดยทั่วไปแล้ว เชื้อแบคทีเรียในโรคปอดอักเสบในชุมชนมักจะรุนแรงกว่าในหลายๆชนิดและมักจะพบบ่อยในผู้ใหญ่  การอักเสบของปอดจากการติดเชื้อไมโคพลาสมานั้นคือ Atypical pneumonia ซึ่งมักจะถูกเรียกว่า ‘walking pneumonia’ เป็นโรคปอดบวมชนิดที่ไม่รุนแรงเพราะผู้ป่วยสามารถเดินไปเดินมา และไปทำงานได้ตามปกติ

แบคทีเรียหลายๆชนิดนั้นทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย โดยส่วนใหญ่แล้ว แบคทีเรียจะเข้าสู่ปอดระหว่างการหายใจ แต่มันสามารถเข้าผ่านกระแสเลือดถ้าส่วนอื่นๆของร่างกายนั้นติดเชื้อ อาการป่วยมีตั้งแต่ชนิดไม่รุนแรงจนถึงชนิดรุนแรง และถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา อาการเหล่านี้สามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือการเสียชีวิต

เชื้อนิวโมคอคัส นิวโมเนียเป็นสาเหตุทำให้เกิดการรักษาตัวในโรงพยาบาลมากถึง 175,000 รายต่อปีในสหรัฐอเมริกา แต่คุณสามารถเป็นโรคติดเชื้อนิวโมคอกคัสได้โดยที่ไม่เป็นโรคปอดบวม ยกตัวอย่างเช่น โรคติดเชื้อนิวโมคอกคัสสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อที่หูในเด็กมากกว่า 3 ล้านรายต่อปี

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับเชื้อแบคทีเรียในโรคปอดอักเสบในชุมชนมีดังนี้:

  • เป็นโรคปอดที่เป็นอยู่ก่อนและ เช่นโรคหอบ หรือโรคถุงลมโป่งพอง
  • เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน
  • มี ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ
  • อายุน้อยมากหรือชรามาก
  • พิการ
  • การติดแอลกอฮอล์
  • การสูบบุหรี่

แพทย์ประจำตัวของคุณอาจรักษาโรคปวดบวมจากเชื้อแบคทีเรียด้วยการให้ยาปฏิชีวนะไปรับประทานที่บ้านหรือให้รักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งนั่นขึ้นอยู่กับอาการป่วยของคุณและว่าคุณมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆหรือไม่

โรคปอดอักเสบในชุมชนที่ติดจากเชื้อไวรัสโดยเฉพาะโรคอาร์เอสวี respiratory syncytial virus (RSV) เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด โรคปอดบวมในเด็ก อายุต่ำกว่า 2 ปีมากที่สุด

แม้ว่าโรคปอดบวมที่ติดจากเชื้อไวรัสโดยทั่วไปแล้วมักจะไม่รุนแรงเท่าโรคปอดบวมที่ติดจากเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อไวรัสจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดต่างๆ เช่น โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่ไม่ทราบสาเหตุ (SARS) นั้นสามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงได้

การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคปอดบวมที่ติดเชื้อจากไวรัสนั้นไม่ได้ผล แพทย์ประจำตัวของคุณจะรักษาอาการแสดงของโรคเช่น ไข้ ไอ และอาการขาดน้ำ

คุณหรือลูกของคุณอาจต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถ้าอาการของโรคปอดบวมที่ติดเชื้อไวรัสนั้นรุนแรงขึ้น

โรคปอดในอักเสบชุมชนที่ติดเชื้อจากเชื้อรานั้นพบบ่อยในผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้วหรือมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ รวมถึงผู้ที่เป็นโรค HIV/AIDS และผู้ที่กำลังรับการรักษามะเร็ง โรคนี้รักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคัสนิวโมเนียจะลดความเสี่ยงของคุณในการเป็นโรคปอดในอักเสบชุมชน

โรคปอดอักเสบในโรงพยาบาล ตามที่ชื่อได้บอกไว้ เกิดขึ้นในการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากโรคที่ต่างกัน

โรคปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ เป็นการติดเชื้อที่เกิดในผู้ที่ได้รับการดูแลในสถานดูแลทางสุขภาพ เช่นโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล อันที่จริงแล้ว 2.3% ของผู้ที่อาศัยอยู่ในสถานพยาบาลได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพในปี 2010

ผู้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมีแนวโน้วที่จะเป็นโรคปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ

ถ้าคุณได้รับการรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลหรือสถานบำบัดเป็นระยะเวลานาน คุณมีความเสี่ยงในการเป็นโรคปอดบวมชนิดที่เป็นอันตรายถึงตายได้

อาการแสดงของโรคปอดบวมชนิดนี้มีความรุนแรงมากขึ้นและอาจรวมถึงภาวะหายใจตื้น ไข้สูง และเจ็บหน้าอก โดยทั่วไปแล้ว โรคปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพต้องทำการรักษาในโรงพยาบาลด้วยการให้ยาปฏิชีวนะเข้าสู่หลอดเลือดดำ

โรคปอดอักเสบจากการสำลัก สามารถเกิดขึ้นได้หลักจากที่บุคคลนั้นสำลักอาหาร น้ำ ก๊าซ หรือฝุ่น

รีเฟล็กซ์การขย้อนที่รุนแรง A strong gag reflex หรือการไอมักจะป้องกันการเกิดโรคปอดอักเสบจากการสำลัก แต่คุณอาจอยู่ในความเสี่ยงถ้าคุณมีความยากลำบากในการกลืนหรือภาวะที่ร่างกายมีระดับการตื่นตัวที่ต่ำ โรคปอดบวมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีหรือสารพิษสามารถพบได้ในผู้สูงอายุที่มีกลไลการกลืนที่ยากลำบาก เช่นผู้ที่เป็นเส้นเลือดในสมองแตก ที่สามารถสูดดมกรดในกระเพาะและทำให้เกิดโรคปอดอักเสบจากการสำลัก นี่ทำให้เกิดการอักเสบโดยไม่ติดเชื้อแบคทีเรีย อาการปอดบวมเหล่านี้อาจยากต่อการรักษาในบางครั้งโดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยนั้นมีภาวะป่วยตั้งแต่เริ่มรักษา

เมื่อปอดของคุณได้รับการรบกวนโดยการมีอาหารจากกระเพาะอยู่ข้างใน นั่นสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้

บางสภาวะที่อาจทำให้คุณอยู่ในความเสี่ยงขอการเป็นโรคปอดอักเสบจากการสำลักมีดังนี้:

  • การใช้ยาหรือแอลกอฮอล์เกินขนาด
  • อาการชัก
  • การผ่าตัดทั่วไป
  • โรคกรดไหลย้อน (GERD)
  • โรคทางระบบประสาทต่างๆ
  • โรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคถุงลมโป่งพอง

อาการของโรคปอดอักเสบจากการสำลักมี ไอ มีเสมหะเพิ่มขึ้น อาการสับสน และภาวะหายใจตื้น

การรักษาอาจรวมถึงการต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและการหายาปฏิชีวนะผ่านทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาล คุณสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนโดยการไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำก่อนการผ่าตัด ร่วมมือกับนักบำบัดเพื่อกลืนอาการโดยไม่สำลัก และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์จัด

สุดท้ายแล้ว โรคปอดบวมที่เกิดขึ้นในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอนั้นเรียกว่า โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อฉวยโอกาส (opportunistic pneumonia)

คุณจะยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับโรคปอดบวมชนิดนี้ถ้าคุณเป็นโรคปอดเรื้อรัง เป็นโรค HIV/AIDS หรือเคยปลูกถ่ายอวัยวะ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่