Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคหวาดกลัวการเข้าสังคม คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,166,903 คน

โรคหวาดกลัวการเข้าสังคม (Social Phobia) เป็นโรคกลัวชนิดหนึ่งที่เกิดจากความหวาดกลัวว่าจะถูกผู้อื่นมองในแง่ลบ เช่น กลัวว่าตนเองจะทำเรื่องที่น่าอายต่อหน้าผู้อื่น ทำอะไรเปิ่นๆ เชยๆ หรือทำพลาดให้ต้องอับอาย และกลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง อาการเหล่านี้อาจดูเหมือนอาการตื่นเต้นทั่วไปในคนปกติ แต่ผู้ป่วยโรคนี้จะประหม่ามากและไม่สามารถบังคับตัวเองให้ไม่กลัวการเข้าสังคมได้ ทำให้มักพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม และมีความกลัวถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

สาเหตุของโรคกลัวการเข้าสังคม

คาดว่าโรคกลัวการเข้าสังคมอาจเกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของสมอง การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การประมวลผลในการกระทำของตัวเองและการตอบสนองต่อบุคคลอื่น และบางรายอาจเกิดจากการที่เผชิญเหตุการณ์ฝังใจตั้งแต่เด็ก วิธีการเลี้ยงดูที่พ่อแม่ใช้ รวมไปถึงลักษณะบุคลิกภาพส่วนตัวที่เสี่ยงทำให้เกิดโรคกลัวการเข้าสังคม

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

อาการของโรคกลัวการเข้าสังคม

เด็กที่เข้าข่ายเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมจะมีความขี้อายเกินเด็กปกติทั่วไป ซึ่งเด็กเหล่านี้จะไม่กล้าแม้แต่จะเล่นกับเด็กคนอื่น หรืออายถึงขั้นหวาดกลัวการพูดคุยกับผู้ใหญ่ ไม่สบตาใครขณะพูด และมักจะไม่ยอมไปโรงเรียน ส่วนผู้ใหญ่ที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมนั้นมักจะมีอาการสืบเนื่องมาตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น โดยที่ไม่ได้รับการรักษาเยียวยาให้หายหวาดกลัวการเข้าสังคม

อาการที่บ่งบอกถึงโรคกลัวการเข้าสังคมสามารถสังเกตได้ดังนี้

1. ความผิดปกติที่แสดงออกทางอารมณ์และความคิด

  • รู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องพูดคุยกับบุคคลอื่น หรือพูดไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น
  • วิตกกังวลเป็นอย่างมากว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร หวาดกลัวบุคคลอื่นจะวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองไปต่างๆ นานา
  • เครียดล่วงหน้าเป็นวัน หรือเป็นสัปดาห์ เมื่อรู้ว่าต้องปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน หรือต้องไปอยู่ในสถานการณ์ที่เจอคนเยอะๆ
  • กลัวว่าตัวเองจะแสดงความขายหน้าออกไปให้คนอื่นเห็น
  • กลัวคนอื่นจะจับสังเกตได้ว่าตนกำลังรู้สึกประหม่าอยู่

2. ความผิดปกติที่แสดงออกทางร่างกาย

  • อาย หน้าแดง เขินจนบิด 
  • ไม่กล้าสบตา  
  • หายใจหอบถี่และเร็ว
  • รู้สึกปั่นป่วนในท้อง บางรายถึงกับอาเจียน  
  • เสียงสั่น พูดตะกุกตะกัก  
  • ใจเต้นแรง แน่นหน้าอก  
  • เหงื่อแตก 
  • หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ

3. ความผิดปกติที่แสดงออกทางพฤติกรรม

  • ชอบปลีกตัวไปหลบอยู่คนเดียวบ่อยๆ เพราะกลัวการเผชิญหน้ากับผู้อื่น
  • มนุษยสัมพันธ์ค่อนข้างต่ำ สานสัมพันธ์ไม่เก่ง และรักษาความเป็นเพื่อนกับผู้อื่นไว้ได้ยาก
  • ไม่กล้าทำอะไรด้วยตัวเองโดยลำพัง จำเป็นต้องมีเพื่อนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
  • ไม่กล้าแสดงออกขั้นรุนแรง
  • ในผู้ใหญ่บางรายอาจดื่มแอลกอฮอล์ย้อมใจทุกครั้ง ก่อนออกไปเผชิญหน้ากับคนหมู่มาก 

ผลกระทบของโรคกลัวการเข้าสังคม

  • เป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการงาน เช่น ไม่กล้าแสดงออกในที่ประชุม หรือหน้าชั้นเรียน ไม่กล้าไปสัมภาษณ์งาน ลังเลที่จะตัดสินใจรับตำแหน่ง หรือทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย มีปัญหาในการติดต่อประสานงานกับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน ไม่มีความสุขกับการเรียนและการทำงาน เป็นต้น
  • มีปัญหาในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเพื่อนหรือคนรัก ทำให้คบกับใครไม่ได้นาน ไม่กล้าเปิดใจรับใครเข้ามา ไม่กล้าแชร์ความคิดเห็นร่วมกับบุคคลอื่น
  • เสียโอกาสในการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือพบเจอคนใหม่ๆ ทำให้ไม่ได้พัฒนาตนเองอย่างที่ควรจะเป็น รวมทั้งพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิต

การรักษาโรคกลัวการเข้าสังคม

สิ่งสำคัญของการรักษาโรคกลัวการเข้าสังคม คือ ผู้ป่วยต้องตระหนักถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับตนและพร้อมที่จะเข้ารับการบำบัด โดยโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง

1. การรักษาด้วยยา 

โดยมากจิตแพทย์จะสั่งยาลดอาการซึมเศร้า (Antidepressants) และยาระงับความวิตกกังวล (Anti-Anxiety) ซึ่งระดับความรุนแรงของยาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการในผู้ป่วยแต่ละราย แต่จิตแพทย์จะใช้การรักษาด้วยยาเป็นแนวทางการรักษารอง เนื่องจากการใช้ยาเหล่านี้อาจส่งผลให้ผูป่วยเกิดภาวะติดยา และเมื่อหยุดยาก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้

2. การรักษาด้วยจิตบำบัด 

เป็นแนวทางการรักษาหลัก  ซึ่งเทคนิคที่นิยมใช้และถือว่าได้ผลมากคือการบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy: CBT) เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการรับรู้ (ความคิด) พฤติกรรมหรือการกระทำของผู้ป่วยเข้ากับอาการกฃัวและวิตกกังวล จึงช่วยให้ผู้ป่วยสามารถระบุสาเหตุการกลัว รวมทั้งเรียนรู้ที่จะแก้ไขปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำที่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลหรือความกลัวขึ้นได้

3. การฝึกทักษะอื่นๆ ที่จำเป็น  

เช่น ทักษะการสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง ทักษะการผ่อนคลายความเครียดความวิตกกังวล ทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณะ ทักษะการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆ เป็นต้น

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ใจสั่นผิดปกติค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่