Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 724,347 คน

การทำฟัน ใส่สายสวนในร่างกาย และหัตถการอื่นๆ ที่พบบ่อยในทางการแพทย์สามารถทำให้เกิดโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบได้ โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบเป็นการติดเชื้อของเยื่อบุชั้นในของหัวใจและลิ้นหัวใจ บางครั้งอาจเรียกว่า Infective endocarditis และภาวะนี้สามารถทำลายหัวใจของคุณ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม ถึงมีว่าโรคนี้อาจมีอันตรายถึงชีวิต แต่ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่ที่ได้รับยาปฏิชีวนะสามารถฟื้นตัวกลับมา ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหัวใจจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้เพิ่มขึ้น

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

เชื้อแบคทีเรียกและเชื้อโรคอื่นๆ ซึ่งสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและมาติดอยู่กับเยื่อบุหัวใจหรือลิ้นหัวใจสามารถทำให้เกิดภาวะนี้ได้

โรคนี้สามารถเกิดได้ในคนปกติ แต่จะพบได้บ่อยขึ้นในกลุ่มคนที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจอยู่เดิม เช่น

  • ลิ้นหัวใจผิดปกติ
  • ใส่ลิ้นหัวใจเทียม
  • มีความพิการของหัวใจแต่กำเนิด
  • มีการใส่เครื่องมือทางการแพทย์เข้าไปที่หัวใจ (เช่น pacemaker)

ปัจจัยอื่นที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบได้ประกอบด้วย

  • การใช้ยาเสพติดเข้าเส้น
  • การทำฟันในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอยู่เดิม
  • เคยเป็นโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบมาก่อน
  • มีสายสวนอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน

อาการของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

ผู้เป็นโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบมักมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการคล้ายไข้หวัด
  • ไข้
  • หนาวสั่น
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ
  • ปวดหัว
  • มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง
  • ซีดลง
  • มีผื่นขึ้น
  • มีจุดสีแดงหรือสีเข้มใต้ผิวหนังบริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้าหรือฝ่าเท้า (อาจจะเจ็บหรือไม่ก็ได้)
  • มีจุดเล็กๆ อยู่ใต้เล็บ บนหน้าอก บนเพดานปากหรือภายในแก้ม
  • หายใจลำบากหรือไอเรื้อรัง
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปัสสาวะปนเลือด
  • เท้า ขา หรือท้องบวม
  • อ่อนแรงเฉียบพลันบนใบหน้าหรือแขนขา
  • สับสน

ความชุกของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

การประมาณความชุกของโรคนี้นั้นมีได้หลากหลาย ในอดีตมีการประมาณว่ามีผู้ป่วยประมาณ 10,000-15,000 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ในแต่ละปี ภายในสหรัฐอเมริกา แต่งานวิจัยใหม่ๆ บางชิ้นมีการเสนอว่าโรคนี้อาจพบได้บ่อยกว่านั้นและความชุกของการเกิดโรคนี้ในสหรัฐอเมริกาอาจจะกำลังเพิ่มขึ้น การศึกษาในปี 2013 ได้ประมาณว่าจะมีประชากร 13 คนทุก 100,000 คนในสหรัฐอเมริกาที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคนี้ในแต่ละปี และอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอยู่ที่ 60 ปี เด็กที่มีความพิการของหัวใจแต่กำเนิดก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน และโรคนี้พบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบสามารถทำให้เกิดก้อนลิ่มเลือดและแบคทีเรียขึ้นภายในเส้นเลือดของหัวใจ ซึ่งก้อนนี้นั้นอาจเกิดการแตกออกและกลายเป็นลิ่มเลือด ซึ่งสามารถเดินทางไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งจะทำให้มีการติดเชื้อหรือเกิดการอุดตันของเส้นเลือดขึ้นใหม่ หากคุณมีอาการของโรคนี้ คุณควรจะเดินทางไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากยิ่งคุณได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่นั้น ก็จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงลดลงเท่านั้น

ภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ที่อาจเกิดขึ้นได้ประกอบด้วย

  • โรคหัวใจ (เสียงหัวใจผิดปกติ, หัวใจวาย, ลิ้นหัวใจถูกทำลาย, หัวใจเต้นผิดปกติหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน)
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือมีการติดเชื้อในสมองอื่นๆ
  • โรคเส้นเลือดสมองอุดตันหรือชัก
  • ลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดภายในปอด
  • ปอดติดเชื้อ
  • ไตวายหรือมีการทำลายม้าม

การวินิจฉัยโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

แพทย์อาจทำการตรวจหรือทำหัตถการบางอย่างเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ และตัดโรคอื่นที่อาจเป็นสาเหตุของโรคนี้ออกไป ในขั้นตอนแรก แพทย์จะทำการซักประวัติเกี่ยวกับประวัติการผ่าตัดหรือความเจ็บป่วยก่อนหน้านี้ เนื่องจากโรคหัวใจบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบได้ เช่น

  • รคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางประเภท
  • ลิ้นหัวใจพิการหรือมีลิ้นหัวใจเทียม
  • มีการใส่เครื่องมือทางการแพทย์ (เช่น pacemaker)
  • เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ

แพทย์จะทำการฟังเสียงหัวใจ หากได้ยินเสียงหัวใจผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ หรือมีความเปลี่ยนแปลงจากของเดิม อาจเป็นอาการหนึ่งที่แสดงว่าเป็นโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ การส่งตรวจและหัตถการอื่นๆ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ประกอบด้วย

การตรวจเลือด : แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อดูชนิดของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนั้นยังสามารถดูได้ว่ามีอาการของการอักเสบหรือการติดเชื้อหรือไม่

การทำ echocardiogram : เป็นการใช้คลื่นเสียงในการสร้างภาพของภายในหัวใจ ทำให้แพทย์เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับลิ้นหัวใจได้

การตรวจ TTE และ  TEE ในโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

โดยส่วนใหญ่แล้ว โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบมักสามารถวินิจฉัยได้จากการทำ echocardiogram แบบพิเศษที่เรียกว่า transthoracic echocardiogram (TTE) ในระหว่างการทำการตรวจนั้น แพทย์จะทำการวางอุปกรณ์บนผิวหนังใกล้กับกระดูกหน้าอก บนหน้าท้องส่วนบน หรือใกล้กับหัวนม อุปกรณ์ดังกล่าวจะส่งสัญญาณไปยังเครื่อง echocardiography เพื่อแปลงสัญญาณให้กลายเป็นภาพของหัวใจ ก่อนที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจจะทำการแปลผลการตรวจดังกล่าว การตรวจนี้มักใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในบางราย อาจใช้การตรวจ transesophageal echocardiogram (TEE) เป็นเครื่องมือช่วยวินิจฉัยชนิดที่ 2) การตรวจนี้จะทำหาก TTE ให้ผลเป็นลบแต่แพทย์ยังคงสงสัยว่าเป็นโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ


การป้องกันโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

โรคนี้ไม่สามารถป้องกันได้ในผู้ป่วยทุกราย ในอดีตเคยมีการใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยที่มีความพิการของหัวใจแต่กำเนิดเกือบทุกราย 1 ชม. ก่อนการทำฟัน, การผ่าตัดในปาก หรือการผ่าตัดเกี่ยวกับลำไส้, อวัยวะเพศหรือทางเดินปัสสาวะ แต่ในปัจจุบันไม่แนะนำให้ทำอีกแล้ว สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนคำแนะนำเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ในปัจจุบัน จะมีเพียงผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคนี้เท่านั้นที่จะได้รับยาปฏิชีวนะก่อนการทำฟัน แพทย์ของคุณสามารถบอกได้ว่าคุณมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้มากเท่าใด และคุณจำเป็นที่จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะดังกล่าวหรือไม่ และการทำความสะอาดช่องปากให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอนั้นก็สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่