อาการขาอยู่ไม่สุขคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 590,705 คน

กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข หรือ RLS นี้เกิดกับประชากรชาวอเมริกามากถึง 10%

โรคขาอยู่ไม่สุข (มักเรียกว่า RLS) เป็นความผิดปกติที่คนที่เป็นโรคนี้ต้องขยับขาบ่อยๆเพื่อบรรเทาอาการที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับขา อาการนี้ยังเรียกได้อีกชื่อคือ Willis-Ekbom disease จะเกิดขึ้นเมื่อเรากำลังพักขาหรือไม่ได้ขยับไปไหน และจะรู้สึกรุนแรงขึ้นในตอนเย็นและตอนกลางคืน บางทีก็เป็นอุปสรรคต่อการนอนและการทำกิจวัตรประจำวัน  

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

อาการของกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS)

คนที่มีอาการ RLS จะรู้สึกไม่สบายขาเมื่อต้องนั่งหรือนอน ความรู้สึกที่เกิดจากอาการ RLS ได้แก่:

  • รู้สึกเหมือนต้องคลาน
  • รู้สึกเสียวที่ขา
  • แสบร้อน
  • เจ็บหรือสั่น
  • ร้อนที่ขา
  • รู้สึกตึง

อาการเหล่านี้อาจจะเกิดที่บริเวณอื่นๆนอกเหนือจากขาด้วย เช่น ที่แขนและหัว และอาการจะลดความรุนแรงลงเมื่อมีการเคลื่อนไหว คุณสามารถจดจำลักษณะอาการขาอยู่ไม่สุขนี้ได้ด้วยการจำสิ่งสำคัญ 4 อย่างที่เกี่ยวกับอาการ ได้แก่:

  • เป็นอาการนี้ต้องได้ขยับขาบ่อยๆ
  • อาการสั่นเมื่อพักขา (อาการจะแย่ลงในช่วงที่อยู่เฉยๆ)
  • อาการจะดีขึ้นเมื่อทำกิจกรรมเคลื่อนไหว
  • ต้องเคลื่อนไหวขามากขึ้นในตอนเย็นและกลางคืน

คนที่มีอาการขาอยู่ไม่สุขมากกว่า 80% จะมีอาการหนึ่งที่เรียกว่า โรคภาวะขากระตุกขณะหลับ ซึ่งขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองจะชักกระตุกตลอดคืน ข้อมูลจากสถาบันโรคทางประสาทและโรคหลอดเลือดสมองแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา

ความชุกของอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS)

อาการขาอยู่ไม่สุขส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกาที่เป็นผู้ใหญ่มากถึง 10% และต่อเด็ก 4% เลยทีเดียว ข้อมูลจาก NLM Genetics Home Reference ยังไม่มีความชัดเจนจากข้อมูลที่ว่าอาการขาอยู่ไม่สุขนั้นเกิดขึ้นกับคนทั่วโลกหรือไม่ จากการศึกษาวารสาร Sleep Medicine ปี 2011 พบว่าอัตราการเกิดอาการขาอยู่ไม่สุขในผู้ใหญ่อยู่ที่ 4 - 29% ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 14.5% จากประเทศในอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก แต่จากการศึกษาวารสาร Sleep Medicine Reviews พบว่าอาการขาอยู่ไม่สุขจะเกิดกับผู้ใหญ่ในประเทศในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียประมาณ 5 - 8.8% บทความในวารสารยังกล่าวอีกว่า อย่างน้อยครึ่งของคนเหล่านี้ก็ไม่ได้มีอาการขาอยู่ไม่สุขหรือมีอาการนี้พร้อมๆกับอาการทางประสาทบ่อยนัก งานวิจัยยังแสดงให้เห็นอีกด้วยว่า อาการขาอยู่ไม่สุข (RLS) จะเกิดกับผู้หญิงและผู้ชายประมาณสองครั้ง และจะเกิดบ่อยยิ่งขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งพบอย่างน้อยในอเมริกาเหนือและยุโรป

อะไรคือสาเหตุของอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS)

โรคขาอยู่ไม่สุขจัดเป็นอาการปฐมภูมิและทุติยภูมิ สาเหตุที่ทำให้เป็นอาการขาอยู่ไม่สุขแบบปฐมภูมินั้นยังไม่เป็นที่ทราบได้ แต่ความผิดปกตินี้มีแนวโน้มที่จะเกิดกับคนในครอบครัว ซึ่งถูกมองว่าสาเหตุนี้เป็นเรื่องของพันธุกรรมนั่นเอง งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า อาการขาอยู่ไม่สุขจะเกี่ยวกับความผิดปกติในการผลิตโดพามีนซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ยกตัวอย่างเช่น จากการศึกษาทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของอาการขาอยู่ไม่สุขและการมีธาตุเหล็กน้อย (เช่นคนเป็นโรคโลหิตจาง) ซึ่งเหล่านี้ก็มีส่วนกับการผลิตโดพามีนและยังปรากฏพบความเกี่ยวข้องของอาการขาอยู่ไม่สุขกับความผิดปกติของ basal ganglia circuits ในสมองซึ่งจะนำโดพามีนไปใช้ด้วย ในทางตรงข้าม อาการขาอยู่ไม่สุขแบบทุติยภูมิจะเกี่ยวข้องกับโรคหรืออาการอื่นๆ ได้แก่:

  • โรคไตเรื้อรังและไตวาย
  • โรคเบาหวาน
  • ปลายประสาทอักเสบ (ความผิดปกติของเส้นประสาทในระบบประสาทรอบนอกชนิดหนึ่ง)
  • โรคข้อรูมาตอยด์
  • โรคปลอกประสาทอักเสบ

อาการขาอยู่ไม่สุขแบบทุติยภูมิบางครั้งก็เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางตัว เช่นยาที่ใช้เพื่อรักษาอาการดังต่อไปนี้:

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคตินสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการขาอยู่ไม่สุขได้ด้วย

กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขและการตั้งครรภ์

เป็นปกติที่หญิงมีครรภ์จะมีอาการขาอยู่ไม่สุข โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนสุดท้าย ข้อมูลจาก Restless Legs Syndrome Foundation กล่าวว่า อาการ RLS จะเกิดกับหญิงมีครรภ์ในประเทศตะวันตกประมาณ 20% บางครั้งการตรวจอาการขาอยู่ไม่สุขในหญิงท้องก็เป็นเรื่องยากเพราะอาการจะคล้ายๆกับขาเป็นตะคริวขณะหลับ ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นปกติในช่วงตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ อาการขาอยู่ไม่สุขจะดีขึ้นหรือหายไปหลังจากคลอดลูกแม้ว่าโดยปกติแล้วอาการนี้จะเกิดกับหญิงตั้งครรภ์แค่ชั่วคราว แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้หญิงเป็นอาการนี้อย่างเรื้อรังได้เช่นกัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
การรักษา
การรักษา

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่