โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) คืออะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,618,668 คน

โรคเบาหวานประเภทนี้เกิดขึ้นกับสตรีที่ตั้งครรภ์และมักจะหายไปเองหลังจากคลอดบุตรแล้ว

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นโรคเบาหวานประเภทหนึ่งซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์โดยมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะเกิดกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ และไม่เคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานมาก่อนตั้งครรภ์เท่านั้น

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

เบาหวาน คือโรคที่บ่งชี้ได้จากการที่ระดับของกลูโคสในเลือดสูง (Glucose คือ น้ำตาลที่ร่างกายจะเก็บไว้เพื่อเป็นพลังงาน) สามารถก่อให้เกิดโรคได้อีกมากมาย โดยโรคเบาหวานมีอยู่หลายประเภท แบ่งได้เป็น 

  • โรคเบาหวานประเภทที่ 1 จะเกิดขึ้นเมื่อตับอ่อนผลิตอินซูลิน (Insulin) ได้ปริมาณน้อยหรือผลิตไม่ได้เลย (อินซูลินคือฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมกลูโคสในเลือด และนำกลูโคสเข้าไปเป็นพลังงานให้กับเซลล์)
  • โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นประเภทที่พบมากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อตับ กล้ามเนื้อ และเซลล์ไขมันไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีเพียงพอ

ความชุกของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์พบได้ทั่วไปในสหรัฐอเมริกา แต่ตัวเลขยังไม่ชัดเจน จากการศึกษาพบว่าโรคนี้มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ระหว่าง 1% -14% ต่อปี แต่ค่าประเมินนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปตามประชากร และเกณฑ์การวินิจฉัย ตามที่ถูกรายงานไว้ในวารสาร Preventing Chronic Disease ปี 2014

จากข้อมูลในสูติบัตร และแบบสอบถามสำหรับสตรีมีครรภ์ รายงานดังกล่าวระบุว่า โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบ 4.6% - 9.2% ของหญิงที่ตั้งครรภ์ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในรายงานได้มีการบันทึกไว้ว่า อัตรานี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยในช่วงระหว่างปี 2007-2010

นอกจากนี้ วารสาร Reviews in Obstetrics and Gynecology ในปี 2008 ได้รายงานว่า อัตราการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เมื่อเทียบกับชาติพันธุ์อื่น ๆ แล้ว มักเกิดขึ้นต่ำกว่าในผู้หญิงผิวขาว

สาเหตุของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีลักษณะคล้ายกับเบาหวานประเภทที่ 2  ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ดี หรือเรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance)เพราะเมื่อเซลล์ในร่างกายไม่สามารถดูดซึมกลูโคสได้ดี น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวก็จะเริ่มก่อตัวในกระแสเลือด เมื่อทำการตรวจเลือดจะพบว่ามีระดับกลูโคสที่สูงขึ้น

จากรายงานในปี 2008 ได้รายงานว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินที่เกิดกับหญิงตั้งครรภ์มักจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งถ้าเจาะให้ลึกลงไปกว่านั้น จะพบว่ามีความไม่สมดุลระหว่างระดับของฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบต่ออินซูลินและกลูโคสในร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

โดยฮอร์โมนที่ทำให้ระดับของกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้น หรือทำให้อินซูลินลดลง มีมากกว่า ฮอร์โมนที่ทำให้ระดับของกลูโคสในเลือดลดลง ก่อให้เกิดระดับของกลูโคสในเลือดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่

  • โกรทฮอร์โมน (Growth Hormones)
  • คอร์ติซอล (Cortisol ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตออกมาเนื่องจากสภาวะเครียดต่าง ๆ) 
  • เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน (Estrogen and Progesterone)
  • ฮิวแมนพลาเซ็นตัลแลคโทเจน (Human placental lactogen – HPL) ฮอร์โมนที่ถูกผลิตในรก ช่วยในการนำไขมันจากแม่มาเป็นพลังงานให้กับทารกในครรภ์
  • พลาเซนทัล อินซูลิเนส (Placental insulinase) ฮอร์โมนอีกตัวจากรกซึ่งไปหยุดการทำงานของอินซูลิน

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ในช่วงตั้งครรภ์ เช่น การรับประทานที่มากขึ้น การออกกำลังกายที่น้อยลง และการมีไขมันสะสมมากขึ้น ก็ยังสามารถเป็นส่วนทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะทำให้ตัวอ่อนในครรภ์ที่กำลังโตนั้นได้รับสารอาหารที่มากขึ้น ร่างกายของผู้หญิงจึงต้องชดเชยด้วยการผลิตอินซูลินที่เพิ่มมากขึ้น แต่บางครั้งอินซูลินที่ถูกผลิตเพิ่มขึ้นมาก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ระดับกลูโคสอยู่ในสภาวะปกติได้ จึงทำให้เกิดเป็นโรคเบาหวาน

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ปัจจัยต่าง ๆ ที่เพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีดังนี้

  • มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (แต่ไม่สูงถึงขั้นเป็นเบาหวาน)
  • มีความดันโลหิตสูง
  • มีประวัติการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มาก่อน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2
  • มีความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น กลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS)
  • มีน้ำหนักมากเกินไป หรือ น้ำหนักเพิ่มขึ้นเยอะเกินไประหว่างตั้งครรภ์
  • มีอายุมากกว่า 25 ปี
  • เป็นคนชาติพันธุ์ แอฟริกัน อินเดียนแดง เอเชีย อเมริกาใต้ หรือมีเชื้อสายของคนในหมู่เกาะแปซิฟิค
  • เคยให้กำเนิดบุตรที่มีน้ำหนักมากกว่า 9 ปอนด์ ( 4 กิโลกรัม) หรือมีความผิดปกติแต่กำเกิด
  • เคยคลอดทารกที่เสียชีวิตในครรภ์ หรือแท้ง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เราป่วยเป็นโรคความดัน และเบาหวานรับยาต่อเนื่อง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มึนๆงงๆตาลายหูอื้อค่ะเมื่อก่อนไม่เคยเป็นเกียวกับอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
พ่อเป็นต้อกระจก ตอนนี้บอดไปแล้ว ถ้าไปผ่าจะหายไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
นอนกรนเสียงดัง ตื่นเช้ามีอาการง่วง เป็นเบาหวาน ควรไปตรวจที่ไหนดีคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มีอาการเหมือนคนเป็นโรคเบาหวาน แต่ตรวจแล้วไม่เป็น มีข้อบงชี้ว่าจะเป็นโรคอะไรไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป