โรคซึมเศร้าหลังคลอดบุตร (Postpartum Depression) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 828,175 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 27/03/2562

มีคุณแม่มือใหม่มากถึงร้อยละ 20 ที่เป็นโรคซึมเศร้าหลังจากผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว การรักษาและการสนับสนุนจากคนรอบข้างถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณข้ามผ่านภาวะนี้ไปได้

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01


โรคซึมเศร้าที่เกิดหลังจากการคลอดบุตร (Postpartum depression) เป็นสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้หลังจากคุณผ่านการคลอดบุตรมาแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งส่วนใหญ่สภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ แต่บางครั้งพบว่าคุณพ่อก็มีภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดคืออะไร?

เป็นเรื่องปกติที่คุณอาจมีความรู้สึกซึมเศร้าหลังคลอดบุตร (Baby Blues) ซึ่งจากการคาดการณ์มีคุณแม่ประมาณ 85% ที่ประสบภาวะนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่แม่มือใหม่ต้องเจอระหว่างวันที่ 3-10 หลังจากคลอดบุตร เพราะระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงลดลงตามธรรมชาติ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความเครียดโดยปกติทั่วไป เนื่องจากหลังคลอด อดนอน นอนน้อย ต้องดูแลลูก เหตุเพราะไม่มีคนช่วยเลี้ยงลูก โดยเฉพาะแม่ที่ให้นมลูกก็ต้องตื่นบ่อยๆ แต่หลังจากที่ได้หลับนานๆ เพื่อฟื้นร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติ และจะมีอาการอ่อนเพลีย วิตกกังวล อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่าย เศร้าง่าย เซื่องซึมง่ายบ้าง ถือว่าอาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้จะคงอยู่ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ และไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด

ในขณะที่โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression) จะมีอาการรุนแรงและกินเวลานานกว่า โดยอาจมีอาการซึมเศร้าเป็นเดือนๆ 

5 ใน 9 อาการเสี่ยงโรคซึมเศร้าหลังคลอด ต้องมีข้อ 1 ข้อ 2 ร่วม

1. ซึมเศร้า หม่นหมอง หดหู่ ร้องไห้

2. ความรู้สึกสนุก สนใจ ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยชอบลดลง หรือรู้สึกเบื่อหน่ายในการดูแลลูก

3. เบื่ออาหารหรืออยากกินอาหารตลอดเวลา

4. ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา

5. การนอนเปลี่ยนแปลง อาจง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา หรือนอนไม่หลับ

6. รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เป็นแม่ที่ไม่มีความสามารถ

7. ไม่มีสมาธิ ความคิด อ่าน จดจ่อในสิ่งที่ทำลดลง

8. เคลื่อนไหวช้าลง หรืออยู่ไม่สุข

9. มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดนั้น ต้องอาการอย่างน้อย 5 ใน 9 ข้อ และมีข้อ 1 ข้อ 2 ร่วมด้วย ซึ่งอาการทั้ง 9 จะมีอาการต่อเนื่องเกือบตลอดเวลา และเป็นทุกวันไม่มีทางหายเอง หรือเป็นๆ หายๆ และต้องมีอาการขึ้นมาเองจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ใช่จากผลข้างเคียงของการใช้ยา การวินิจฉัยต้องการระยะเวลาที่เป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์

ภาวะโคม่า ปฏิเสธลูก ปฏิเสธโลก คิดฆ่าตัว คนรอบข้าง แม้กระทั่งลูกรัก  เป็นอาการที่รุนแรงสุด เป็นภาวะอันตราย และฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ถึงแม้พบได้ไม่บ่อย ประมาณ 0.1-0.2% แต่อาการมักรุนแรง นั่นคือ โรคจิตหลังคลอด (Postpartum psychosis)

อัตราการเกิดโรคซึมเศร้าหลังคลอด

คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่มักมีอาการซึมเศร้าที่ไม่รุนแรงอย่าง Baby blues และโดยเฉลี่ยจาก 1 ใน 10 คน จะเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่มีความรุนแรงกว่าและต้องได้รับการรักษา นอกจากนี้ 1 ใน 1000 คน อาจมีอาการของโรคจิตหลังคลอดซึ่งร้ายแรงกว่ามาก

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุของโรคซึมเศร้าหลังคลอดนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเนื่องจากการตั้งครรภ์ ผสมกับความเครียดและความกดดันที่ต้องเลี้ยงดูทารก นอกจากนี้ คุณแม่ที่มีประวัติทางสุขภาพจิตมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือโรคอารมณ์สองขั้ว จะมีความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าหลังคลอดบุตรมากกว่าปกติ

โรคซึมเศร้าหลังคลอดเกิดได้ทั้งกับคุณแม่และคุณพ่อ แต่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่สำหรับคุณพ่อมือใหม่ก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน จากรายงานการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการกุมารเวชศาสตร์ ในปี 2011 พบว่าตัวเลขคุณพ่อมือใหม่ที่เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดนั้นอยู่ที่ 7% และจากการศึกษากลุ่มตัวอย่างของคุณพ่อจำนวน 1,700 คน ที่มีลูกอายุ 1 ปี พบว่าโรคซึมเศร้ามีผลกระทบในเชิงลบต่อการเลี้ยงดู โดยมีความเป็นไปได้สูงที่คุณพ่อที่มีอาการซึมเศร้าจะตีลูก

ปัจจัยเหล่านี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้

  • ตนเองหรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรืออาการเจ็บป่วยทางจิตอื่นๆ
  • เคยเป็นโรคซึมเศร้าที่เกิดหลังคลอดมาก่อน
  • เคยมีกลุ่มอาการก่อนการมีประจำเดือนที่รุนแรง (PMS)
  • อาการเจ็บปวดเรื้อรัง
  • เคยเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากหรือการแท้งบุตร
  • การอดนอน
  • การหยุดให้นมบุตรอย่างกะทันหัน
  • มีประวัติการได้รับบาดเจ็บหรือการถูกทารุณ
  • มีประสบการณ์การคลอดบุตรที่พบกับความเจ็บปวดหรือน่าผิดหวัง
  • ไม่ได้รับการสนับสนุนในการเลี้ยงดูลูกจากคู่สมรสหรือคนรอบข้าง
  • เกิดความเครียด เช่น มีปัญหากับคู่สมรส หรือมีปัญหาทางการเงิน
  • การใช้สารเสพติด

การตรวจรักษาโรคซึมเศร้าที่เกิดหลังคลอด

แพทย์อาจตรวจพบอาการของโรคซึมเศร้าหลังคลอดในระหว่างการไปพบแพทย์ช่วงก่อนคลอดไปจนถึง 6 สัปดาห์หลังจากที่คุณคลอดบุตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยแพทย์ที่ทำการรักษาจะสอบถามว่าคุณเคยมีประวัติของโรคซึมเศร้ามาก่อนหรือไม่ รวมทั้งถามถึงการรับประทานอาหารและการนอนหลับของคุณว่าปกติดีหรือไม่ และคุณทำอะไรบ้างในแต่ละวัน

หากคุณเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด แพทย์อาจแนะนำทางเลือกการรักษามากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น

  • การใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า แพทย์อาจจ่ายยารักษาโรคซึมเศร้าที่ปลอดภัยต่อตัวคุณและทารกให้ในระหว่างการตั้งครรภ์ คุณอาจมีตัวเลือกในการรับยารักษาโรคซึมเศร้าที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงให้นมบุตร แต่คุณอาจต้องพักการให้นมบุตรไว้ เนื่องจากตัวยาอาจไหลผ่านน้ำนมและเป็นอันตรายต่อทารกได้
  • การใช้ยารักษาโรคไทรอยด์ บางครั้งอาการซึมเศร้าของคุณอาจเกิดจากการมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ แพทย์จะตรวจระดับฮอร์โมนเหล่านี้ด้วยการตรวจเลือด และให้ยารักษาเพื่อให้ระดับไทรอยด์ของคุณกลับมาเป็นปกติ
  • การรักษาด้วยการพูดคุย คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาใดๆ เลย เพียงเข้าพบกับนักจิตวิทยาที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์และความคิด รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงความคิดในแง่ลบที่ไม่ส่งผลดีกับตัวคุณเอง

รับมือกับโรคซึมเศร้าหลังคลอดอย่างไร?

นอกจากการทำจิตบำบัดและการใช้ยาแล้ว การทำตามแนวทางต่อไปนี้ร่วมกับการรักษา จะช่วยบรรเทาอาการของคุณได้ดียิ่งขึ้น

  • ใช้เวลาอยู่กับตัวเองบ้าง ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดควรใช้เวลาจดจ่อในการทำสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกาย ควรพาไปเที่ยวพักผ่อน พาไปกินอาหารร้านโปรด หรือซื้อของขวัญมาให้ และที่สำคัญที่สุดคือการพักผ่อนให้เพียงพอ
  • การรักษาทางเลือก แพทย์ทางเลือกและการแพทย์บำบัดอาจช่วยให้อาการของคุณดีขึ้นได้ แต่ยังต้องการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันคุณประโยชน์และความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้อาหารเสริมต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพราะอาจทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคซึมเศร้าที่คุณกำลังใช้อยู่จนทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายได้ นอกจากนี้ ยังมีการบัดบัดทางธรรมชาติที่สามารถลองใช้ได้ เช่น สุคนธบำบัด และดนตรีบำบัด
  • การขอการช่วยเหลือและการสนับสนุน คุณอาจเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนหรือตนที่เป็นโรคเดียวกัน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และทักษะในการรับมือกับอาการของโรค
  • ตอบรับความช่วยเหลือจากผู้ดูแล พยายามตอบรับความช่วยเหลือจากผู้ห่วงใยคุณ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัว เพื่อช่วยจัดการงานบ้าน ดูแลเจ้าตัวน้อยในขณะที่คุณหลับ ทำธุระหรือรับฟังปัญหาต่างๆ ของคุณ
  • หยุดการหย่านมแม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป การหยุดให้นมแม่กะทันหันอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน แพทย์บางคนจึงแนะนำให้ผู้หญิงที่ให้นมบุตรค่อยๆ หยุดการหย่านมแม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • อดทนอีกสักหน่อย การรักษาสามารถช่วยคุณได้ แต่อาจต้องใช้เวลา ก่อนที่คุณจะรู้สึกกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคซึมเศร้าหลังคลอด

โรคซึมเศร้าหลังคลอดที่ไม่ได้รับการรักษาสามารถส่งผลกระทบต่อสายสัมพันธ์พ่อแม่ลูกจนเกิดเป็นปัญหาครอบครัวได้ โดยคุณแม่ที่เป็นโรคนี้อาจมีอาการเป็นเดือนๆ หรือนานกว่านั้น และมีโอกาสกลายเป็นโรคซึมเศร้าชนิดเรื้อรัง หรือกระทั่งในกรณีที่ได้รับการรักษาแล้ว คุณแม่ก็ยังอาจเกิดโรคซึมเศร้าแบบรุนแรง (Major depression) ได้เช่นกัน

เด็กที่เติบโตมากับแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดนั้นจะเสี่ยงมีปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมได้ อาการผิดปกติที่สังเกตได้ เช่น เด็กนอนไม่หลับ กินอาหารไม่ค่อยได้ ร้องไห้อย่างหนัก และอาจมีพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้า

ส่วนคุณพ่อเองก็จะได้รับความตึงเครียดและแรงกดดันทางอารมณ์จากคุณแม่เช่นกัน โดยเฉพาะคุณพ่อมือใหม่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคุณแม่คลอดทารกอยู่แล้ว

โรคจิตหลังคลอดคืออะไร?

ในกรณีที่พบได้ไม่บ่อย คุณแม่มือใหม่บางรายอาจมีอาการโรคจิตหลังคลอด ซึ่งจะมีอาการรุนแรงกว่าภาวะซึมเศร้าหลังคลอดมาก และควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการอย่างฉับพลันภายในสองสัปดาห์แรก ได้แก่ อาการประสาทหลอน ได้ยินเสียงหรือมองเห็นในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง อยู่ไม่สุข มีอาการสับสนอย่างหนัก ร่าเริงผิดปกติ มีบุคลิกและพฤติกรรมเปลี่ยนไป และมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือลูกอยู่ตลอดเวลา

คุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรอาจมีแนวโน้มเกิดโรคจิตหลังคลอดมากขึ้น หากมีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • บุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาหรือเป็นโรคทางจิตชนิดอื่นๆ 
  • ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไบโพลาร์หรือโรคจิตเภท
  • เคยเป็นโรคจิตหลังคลอดจากการคลอดลูกครั้งก่อน

เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้คุณควรไปพบแพทย์ตามนัดตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ หากคุณมีประวัติโรคทางจิต คุณอาจต้องเข้าพบจิตแพทย์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความเสี่ยงและเตรียมแนวทางรับมือสำหรับโรคจิตหลังคลอด

สำหรับหลักการดูแลผู้มีภาวะผิดปกติทางจิตใจหลังคลอด   สิ่งสำคัญที่สุด คือคนรอบข้าง ใกล้ชิด เช่น พ่อ แม่ สามี ต้องคอยสังเกต และยื่นมือเข้ามาช่วย โดยต้องอดทน เข้าใจกัน คอยให้กำลังใจ สนับสนุน ช่วยกันให้ผ่านแต่ละเหตุการณ์ไปให้ได้ อย่าตำหนิ โกรธ โมโห เวลาคุณแม่มีอารมณ์เหวี่ยง คุณพ่อควรผลัดเปลี่ยนกันดูแลลูก เพื่อให้คุณแม่ได้พักผ่อน ช่วยลดปัญหาการนอนไม่หลับ

ที่มาของข้อมูล

Postpartum depression (https://www.mayoclinic.org/dis...), 1 September 2018.

Postpartum depression (https://www.webmd.com/depressi...), 11 April 2018.

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ไม่ได้มีแค่ซึมเศร้า! 3 ผิดปกติทางจิตหลังคลอด คุณพ่อเสี่ยงเป็นได้เหมือนกัน (https://www.dmh.go.th/news-dmh...), 17 ธันวาคม 2561

การให้นมบุตร และโรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) (http://static.abbottnutrition....)

ภาวะซึมเศร้าของมารดาหลังคลอด โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ (http://digital_collect.lib.buu...)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อยากทราบวิธีป้องกันอาการปวดก่อนมีประจำเดือน
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อาการของโรคซึมเศร้าข้างต้นเริ่มแบบไหน
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคซึมเศร้า มีอาการยังไงค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เสื่อมสมรรถถาพทสงเพศ พื้นฟูได้กรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคซึมเศร้ารึกษาให้หายขาดได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การลดลงของฮอโมนหลังหมดประจำเดือน ในผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดอาการ แสบร้อน ในร่างกาย วูบวาบ เหนื่อย เมื่อย อ่อนเพลีย หนาวภายในร่างกาย ควรจะเริ่มตรวจจากตรงไหนคับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่