Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

อาการก่อนเป็นประจําเดือน

อย่าด่วนตัดสินว่า ขี้เหวี่ยง ขี้วีน ขี้กังวล ร้องไห้ง่าย คือนิสัยของผู้หญิง แท้ที่จริงอาจมาจากพีเอ็มเอสก็ได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,387,015 คน

อาการก่อนเป็นประจําเดือน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 18/04/2562

ว่ากันว่า "ช่วงวันนั้นของเดือน" จะมีพลังลึกลับที่เปลี่ยนผู้หญิงให้กลายเป็นนางมารร้าย เดี๋ยววีน เดี๋ยวเหวี่ยง เดี๋ยวก็ร้องไห้ เรียกว่า ถ้าอยากปลอดภัยอย่าไปอยู่ใกล้พวกเธอในช่วงนั้นเชียว แต่ในความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงไม่ใช่พลังลึกลับใดๆ ทั้งสิ้น  แต่เป็นอาการที่เรียกว่า อาการก่อนเป็นประจําเดือน หรือ PMS (พีเอมเอส) ที่ย่อมาจาก premenstrual syndrome ซึ่งหมายถึง อาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นราว 7-10 วัน ก่อนมีประจำเดือนในแต่ละรอบ 

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

กลุ่มอาการ PMS หรืออาการก่อนเป็นประจําเดือน มีอะไรบ้าง?

  1. อาการป่วยทางจิตใจ อารมณ์ และความรู้สึก ได้แก่  อารมณ์แปรปรวนง่าย  หงุดหงิด ขี้โมโห ฉุนเฉียว หุนหันพลันแล่น เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางครั้งก็ซึมเศร้า  ร้องไห้ง่าย บางครั้งกระวนกระวาย เกือบบ้าคลั่ง ไม่มีสมาธิ เครียด คิดมาก กังวล ท้อแท้ บางคนอาจมีอารมณ์แปรปรวนมากกว่านี้  เช่น  เพ้อ คุ้มคลั่ง หรืออาจทำร้ายตัวเอง
  2. อาการป่วยทางร่างกาย ได้แก่ อาการปวด หรือเจ็บตามบริเวณต่าง ๆ เช่น ทรวงอก ต่อมน้ำนม หรือหัวนม เรียกอาการนี้ว่า “แมสทัลเจีย” (mastalgia) นอกจากนี้ยังมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง บวม ท้องอืด วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ เป็นสิว อ่อนเพลีย รู้สึกแขนขาไม่มีแรง
  3. อาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น หน้าท้องขยาย เต้านมคัดตึง มือบวม ข้อเท้าบวม ร่างกายสะสมน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ผู้หญิงบางคนอาจมีน้ำหนักเพิ่มได้ถึง 1-2 กิโลกรัม ในช่วงก่อนมีประจำเดือน หลังจากนั้นน้ำหนักจะลดลงได้เองโดยธรรมชาติ

วิธีปฏิบัติสำหรับผู้มีอาการก่อนเป็นประจําเดือน

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 
  • ฝึกสมาธิให้จิตใจสงบ 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ 
  • บริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เน้นคาร์โบไฮเดรตที่มี่ไฟเบอร์สูงมากขึ้น เช่น ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ขนามปังโฮลวีท เพราะอาหารเหล่านี้ใช้เวลาย่อยนานกว่า ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ 
  • ลดอาหารเค็มจัด หรือมีเกลือสูง จะช่วยลดน้ำที่คั่งในตัวได้อาการบวมจึงน้อยลง
  • ลดเครื่องดื่มกาเฟอีน โกโก้ น้ำอัดลมบางประเภท แอลกอฮอล์ 
  • พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด หรือหาวิธีผ่อนคลายความเครียด
  • ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

หากลองปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้แล้วแต่สุดท้ายในช่วงวันนั้นของเดือนอยู่ดี คุณ หรือคนที่คุณรักก็ยังอยู่่ในโหมดนางมารร้ายอยู่ดี นั่นหมายความว่า อาการพี่เอ็มเอสยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ หรือรับการตรวจต่อไป

ที่มาของข้อมูล

  1. Fritz MA, Speroff L. Clinical gynecologic endocrinology and infertility. 8th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins; 2011
  2. Steiner M, Born L. Diagnosis and treatment of premenstrual dysphoric disorder: an update. International clinical psychopharmacology. 2000

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่