Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

PMS พีเอมเอส อาการหงุดหงิดขั้นรุนแรง ก่อนที่จะมีประจำเดือน

รู้จัก เข้าใจ และพร้อมรับมือกับทุกอาการพีเอ็มเอส...หนักแค่ไหนก็เอาอยู่
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,028,773 คน

PMS พีเอมเอส อาการหงุดหงิดขั้นรุนแรง ก่อนที่จะมีประจำเดือน

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยมีความทุกข์เป็นประจำในทุกๆ เดือนจากอาการ PMS (พีเอมเอส)  ย่อมาจาก premenstrual syndrome  ซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นราว 7-10 วัน ก่อนมีประจำเดือนในแต่ละรอบ อาการ PMS นี้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการทำงานของผู้หญิงหลายคนเป็นอย่างมาก 

ใครบ้างที่มีอาการ PMS

ประมาณว่า ผู้หญิงราว 75 %  โดยเฉพาะช่วงอายุ 25-40 ปี  มีอาการ PMS ก่อนประจำเดือนจะมาประมาณ 5-11 วัน และอาการจะดีขึ้นหลังประจำเดือนมาได้ 4-7 วัน   อย่างไรก็ดี ผู้หญิงบางคนก็มีอาการ PMS เป็นครั้งคราว ไม่ทุกรอบเดือน  อาการ PMS เกิดได้ตลอดระยะเวลาที่มีประจำเดือน คือ ตั้งแต่เริ่มแรกของการมีประจำเดือนเมื่ออายุราว 15 ปีขึ้นไป และสิ้นสุดลงต่อเมื่อหมดประจำเดือนแล้ว เมื่ออายุราว 48 ปี ขึ้นไป  นับว่าเป็นระยะเวลานานหลายสิบปีที่ผู้หญิงหลายคนต้องมีความทุกข์ทรมานจากกลุ่มอาการ PMS เนื่องจากเป็นอาการมีผลทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

กลุ่มอาการ PMS มีอะไรบ้าง 

  1. อาการที่แสดงออกทางร่างกาย ได้แก่ กระหายน้ำ สิวขึ้น  หลงลืมง่าย นอนไม่หลับ รู้สึกร้อนวูบวาบ ใจสั่นเป็นครั้งคราว บ้างก็ปวดศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด กินมากกว่าปกติ ความอยากอาหารและความชอบอาหารเปลี่ยนไป เช่น อยากกินอาหารหวานจัด หรือเค็มจัด  ส่วนใหญ่มักมีน้ำคั่งในตัวมาก  ทำให้อึดอัด มือ เท้า และหน้าบวม เจ็บเต้านม และปวดศีรษะ  เมื่อประจำเดือนมาอาการเหล่านี้มักจะดีขึ้น บางคนอาจหายราวกับปลิดทิ้ง แต่อาการเหล่านี้จะกลับมาใหม่ในรอบเดือนต่อไปและเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดประจำเดือน
  2. อาการที่แสดงออกทางจิตใจ อารมณ์ และความรู้สึก ได้แก่  อารมณ์แปรปรวนง่าย  หงุดหงิด  ฉุนเฉียว หุนหันพลันแล่น เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางครั้งก็ซึม  เศร้า  ร้องไห้ง่าย บางครั้งกระวนกระวาย เกือบบ้าคลั่ง ไม่มีสมาธิ 

กลุ่มอาการ PMS หรืออาการที่มีก่อนประจำเดือนจะมานั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เจ้าตัวเดือดร้อนเท่านั้นแต่ยังมีผลกระทบกระเทือนต่อผู้คนรอบข้าง ทั้งคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนในที่ทำงาน ประสิทธิภาพในการทำงานก็อาจจะลดลงด้วย บางคนมีอาการรุนแรงมาก บังคับตัวเองไม่อยู่ มีรายงานว่า ในอดีตเคยมีผู้ก่ออาชญากรรมขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือน

ตัวอย่างรายงานที่พบ  เช่น  ค.ศ.1845  มีคดีแม่บ้านฆาตกรรมลูกของนายจ้าง แต่สุดท้ายพ้นข้อกล่าวหาโดยศาลตัดสินว่า เป็นความวิกลจริตจากการมี Obstructed menstruation   อีกตัวอย่าง ค.ศ. 1984 พบว่า ระยะก่อนมีประจำเดือนสัมพันธ์กับอุบัติการณ์การเกิดอาชญากรรม เช่น การถูกคุมขังจากการเมาสุรา การแสดงการกระทำที่ไม่เหมาะสม  การเจ็บป่วยจากการทำงาน และการนอนโรงพยาบาลด้วยสาเหตุจากอุบัติเหตุที่เพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มมีการศึกษามากขึ้นถึงความสัมพันธ์ สาเหตุ และการรักษา ของอาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน 

สาเหตุการเกิดอาการ PMS 

ปัจจุบันยังไม่ทราบว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงบางคนมีอาการ PMS ในขณะที่ผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งไม่เคยมีอาการดังกล่าวเลย สันนิษฐานว่า อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮฮร์โมนเพศหญิงและสารเคมีบางอย่างในแต่ละรอบเดือน 

  1. ความไม่สมดุลของสารเคมีและฮอร์โมนหลายตัวในระยะที่ไข่สุกแล้ว  อาจแบ่ง 28 วัน ของหนึ่งรอบประจำเดือนเป็นสองระยะ   ระยะแรกคือ ระยะที่ไข่เติบโต ในระยะนี้ไม่มีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ระยะที่สองเป็นระยะที่ไข่สุก เมื่อไข่ตกจากรังไข่ไปรอการผสมพันธุ์ที่มดลูกจึงมีอาการ PMS เกิดขึ้น  สมองทำหน้าที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์โดยส่งสัญญาณผ่านสารเคมีหลายตัวไปยังรังไข่ สันนิษฐานว่า อาการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากความไม่สมดุลของสารเคมีและฮอร์โมนหลายตัวในระยะที่ไข่สุกแล้ว    สารที่คิดว่า เป็นต้นเหตุได้แก่ เอสโตรเจน (estrogen) โปรเจสเตอร์โรน (Progesterone) เอนดรอฟิน (endrophin)  และระดับเซโรโทนิน (serotonin) ในสมอง เป็นต้น  ฉะนั้นจึงแนะนำให้แก้ความไม่สมดุลของฮอร์โมนด้วยการให้ฮอร์โมนเป็นยา แต่ก็ไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการ PMS ของผู้หญิงทุกคนได้ แสดงว่า อาการนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเท่านั้น
  2. ปัจจัยด้านพันธุกรรม  อาจเป็นสาเหตุของการเกิด PMS ได้ พบว่า  ในคู่ฝาแฝดมีโอกาสสูงที่จะเป็น PMS ได้ทั้งคู่ โดยมีปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมร่วมด้วยและยังพบอีกว่า มีความสัมพันธ์ของอาการของรอบประจำเดือนระหว่างแม่และลูกสาว และระหว่างพี่สาวและน้องสาว ซึ่งสนับสนุนเรื่องปัจจัยด้านพันธุกรรมมีผลต่อเกิด PMS แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางด้านพันธุกรรมถือเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั่น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่แตกต่างกัน เช่น ลักษณะเฉพาะบุคคล ระดับความเครียด กลไกการเลียนแบบพฤติกรรม ซึ่งยังมีหลักฐานจากการศึกษาน้อยในการสนับสนุนสมมติฐาน
  3. การดื่มแอลกอฮอล์   พบว่า ผู้หญิงที่เป็น PMS ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้หญิงปกติ และในผู้หญิงที่มีประวัติอาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีคนติดแอลกอฮอล์ มักมีอาการของ premenstrual anxiety และอาการทางพฤติกรรมอื่นๆ มากกว่า แต่ยังไม่มีหลักฐานแสดงชัดเจนในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงที่ติดแอลกอฮอล์กับผู้หญิงที่เป็น PMS

วิธีบรรเทาอาการ PMS 

ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะสามารถค้นคว้าหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการ PMS ได้  ต้องหาวิธีบรรเทาอาการไปพลางก่อน ที่ใช้กันในปัจจุบันมีหลายวีธีแล้วแต่ต้องการบรรเทาอาการใด บางคนใช้ยาแก้ไข้ยาแก้ปวด ยาคุมกำเนิดเพื่อปรับฮอร์โมน  ยาแก้อาการแพ้  ยาระงับประสาท  ยาบำบัดความอยากอาหาร ยาขับปัสสาวะเพื่อลดน้ำคั่ง คนที่มีอาการทางจิตอย่างหนักอาจต้องอาศัยยากลุ่มประสาทตามคำสั่งของจิตแพทย์

  1. ยาที่มีหลักฐานพิสูจน์แล้วว่า มีประสิทธิภาพในการรักษา PMS ได้แก่ คือ SRIs   alprazolam   GnRH agonist oral contraceptives  (Drospirenone combined with low estrogen)  และอื่นๆ ที่มีหลักฐานว่าช่วยในการรักษา เช่น การออกกำลังกาย การผ่อนคลาย และ ยา spironolactone
  2. อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่บางคนคิดว่าอาจใช้บำบัดอาการ PMS ได้   บางคนงดอาหารบางอย่าง เช่น ไข่ หรือเนื้อสัตว์ ก่อนประจำเดือนจะมา แต่ยังไม่ปรากฏว่า อาหารเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ หรือบรรเทาอาการดังกล่าวได้  ยกเว้นคนที่มักมีอาการบวม การหลีกเลี่ยงไม่กินอาหารที่เค็มจัดจะช่วยลดน้ำที่คั่งในตัวได้อาการบวมจึงน้อยลง  ล่าสุดมีรายงานว่า อาหารที่มีคาเฟอีน ได้แก่ ชา กาแฟ โกโก้ และน้ำอัดลมบางประเภท อาจทำให้เกิดอาการ PMS ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ 
  3. การลดน้ำหนักเป็นอีกวิธีหนึ่งที่อาจช่วยให้อาการ PMS คลายความรุนแรงลง เข้าใจว่า เมื่อผู้หญิงที่อ้วนมากลดน้ำหนักตัวลงจะช่วยให้ฮอร์โมนในเลือดสมดุลขึ้น
  4. เคยเข้าใจว่าวิตามินบี 6 อาจช่วยบรรเทาอาการได้จนทำให้ผู้หญิงบางคนกินวิตามินบี 6 ชนิดเม็ดเสริมมากเกินขนาด ถึงขั้นทำลายเส้นประสาท ปัจจุบันรู้กันแล้วว่า การเสริมวิตามินบี 6 ไม่มีผลอย่างไรต่ออาการ พีเอมเอส. (PMS)
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  6. พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด หรือหาโอกาสผ่อนคลายความเครียด
  7. พักผ่อนให้เพียงพอ  

สังเกตตัวเองว่ามี อาการ PMS หรือไม่ แล้วลองทำตามคำแนะนำนี้ เชื่อแน่ว่า อาการ PMS ที่แสนทรมานใจคุณผู้หญิงทั้งหลายในแต่ละรอบเดือนอาจจะลดน้อยลงบ้าง ไม่มากก็น้อย


ที่มาของข้อมูล

Fritz MA, Speroff L. Clinical gynecologic endocrinology and infertility. 8th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins; 2011

Steiner M, Born L. Diagnosis and treatment of premenstrual dysphoric disorder: an update. International clinical psychopharmacology. 2000


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
พลังงานที่ใช้ในการทำกิจกรรม
พลังงานที่ใช้ในการทำกิจกรรม

คำนวณพลังงานที่ใช้ในแต่ละกิจกรรมง่ายๆ ทำให้สามารถเพิ่มการขยับร่างกายได้มากขึ้น

อาการก่อนเป็นประจําเดือน
อาการก่อนเป็นประจําเดือน

อย่าด่วนตัดสินว่า ขี้เหวี่ยง ขี้วีน ขี้กังวล ร้องไห้ง่าย คือนิสัยของผู้หญิง แท้ที่จริงอาจมาจากพีเอ็มเอสก็ได้

ดูในแอป