Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคจิต (Psychosis)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,384,398 คน

โรคจิต (Psychosis) คือ โรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นหลายชนิดแยกย่อยไปตามลักษณะอาการที่เด่น โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นโรคจิตจะไม่ทราบว่าตนเองผิดปกติไป และจะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่เคยคิดสงสัยว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่สมเหตุสมผล

อาการของโรคจิต

อาการหลักๆ ของโรคจิต แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฟื้นฟูระบบประสาท ด้วยกายภาพบำบัด

ลดเพิ่ม 15% เริ่มที่ 850 บาท นักกายภาพระบบประสาทบำบัดวิชาชีพ ประสบการณ์สูง

Istock 1007757630

1. อาการหลงผิด (Delusion) เป็นความผิดปกติทางความคิด ทำให้ผู้ป่วยมีความเชื่อและความคิดในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามหลักความจริง และมักเกิดจากความเชื่อที่ฝังใจ หรือเป็นความคิดที่ยากจะให้เหตุผลได้อย่างชัดเจน อาการหลงผิดที่เกิดขึ้นสังเกตได้ดังนี้

  • คิดว่าตัวเองใหญ่โต ร่ำรวย เป็นคนใหญ่คนโต (Grandeur delusion)
  • คิดว่ามีคนอื่นปองร้าย (Persecution delusion)
  • คิดว่าคนอื่นหลงรักหรือคลั่งไคล้ตน (Self-accusatory delusion)
  • คิดว่าตนเองเจ็บป่วย (Hypochondriacal delusion หรือ Somatic delusion)
  • คิดว่าอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งของร่างกายขาดหายไป (Nihilistic delusion)

2. อาการประสาทหลอน (Hallucination) เป็นความผิดปกติทางการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยที่ไม่มีสิ่งเร้ามากระตุ้นจากภายนอก เช่น การเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น และการรับรส โดยที่ไม่มีสิ่งเร้าจริงๆ เกิดขึ้น แต่ผู้ป่วยกลับรับรู้ได้ เช่น

  • ประสาทหลอนทางการเห็น (Visual hallucination) ผู้ป่วยมองเห็นภาพต่างๆ ที่ไม่มีอยู่จริง เช่น เห็นคนกำลังมาจะทำร้ายตน
  • ประสาทหลอนทางการได้ยิน (Auditory hallucination) เช่น ผู้ป่วยได้ยินเสียงคนพูด หัวเราะ หรือด่าตน โดยที่ไม่มีสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น
  • ประสาทหลอนทางการรับกลิ่น (Olfactory hallucination) เช่น ผู้ป่วยได้กลิ่นแปลกๆ โดยที่ผู้อื่นไม่ได้กลิ่นนั้นๆ
  • ประสาทหลอนทางการรับรส (Gustatory hallucination) ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนได้รับรสแปลกๆ เกิดขึ้น เช่น มีรสหวาน หรือรสขมที่ลิ้น
  • ประสาทหลอนทางการสัมผัส (Tactile hallucination) ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาไต่ตอมตามผิวหนัง รู้สึกคันผิวหนัง โดยที่ไม่มีสิ่งเร้าจริง                                                                                               

3. พฤติกรรมผิดไปจากเดิมอย่างมาก  เช่น เก็บตัว ก้าวร้าว ไม่สนใจทำกิจกรรมหรือกิจวัตรประจำวัน ไม่หลับไม่นอน หมกมุ่นสนใจกับเรื่องทางไสยศาสตร์ หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม เป็นต้น                                                                                                        

สาเหตุของโรคจิต

ทางการแพทย์ยังไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีความเชื่อเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบให้ผู้ป่วยเผชิญกับภาวะโรคจิต ได้แก่

1. ปัจจัยภายใน

  • ความผิดปกติทางสมอง และระดับสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทโดปามีน (Dopamine) ที่ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการคิดและการรับรู้ที่นำไปสู่การเกิดพฤติกรรมต่างๆ หากการทำงานของสมองและสารสื่อประสาทได้รับความกระทบกระเทือน อาจส่งผลให้เกิดอาการโรคจิตได้
  • ความผิดปกติทางจิต ทางบุคลิกภาพ และการปรับตัว
  • ความเจ็บป่วยทางร่างกายบางอย่างที่อาจส่งผลให้เกิดอาการโรคจิตได้ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โรคไข้จับสั่นหรือมาลาเรีย โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคพุ่มพวง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซิฟิลิส การติดเชื้อเอชไอวีและการมีเนื้องอกในสมอง เป็นต้น
  • การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นโรคจิต หรือโรคทางวิตเวชอื่นๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ได้ 

2. ปัจจัยภายนอก  การใช้ยาหรือการได้รับสารเคมีใดๆ เข้าสู่ร่างกายในทางที่ผิด หรือในปริมาณที่เกินพอดี อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการโรคจิตได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเสพยาเสพติดอย่างโคเคน ยาบ้า (Amphetamine) ยาไอซ์ (Methamphetamine) ยาอี (MDMA: Ecstasy) ยาเค (Ketamine) หรือกัญชา เป็นต้น

วิธีการรักษาโรคจิต

กระบวนการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยโรคจิต คือ การรักษาด้วยยา และการทำจิตบำบัดร่วมด้วย 

  • การใช้ยาต้านอาการทางจิต (Antipsychotics) ซึ่งเป็นยาที่ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น โดยแพทย์อาจให้ยาชนิดรับประทาน หรือให้ผู้ป่วยมาพบเพื่อรับการฉีดยาเป็นระยะ ยาต้านอาการทางจิตจะออกฤทธิ์ยับยั้งโดปามีนในสมอง ช่วยลดอาการประสาทหลอนและอาการหลงผิด และทำให้ผู้ป่วยคิดและเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนตามพื้นฐานของความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น โดยยาต้านอาการทางจิตนั้นมีหลายชนิด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าผู้ป่วยควรใช้ยาชนิดใด และใช้ยาเป็นเวลานานเท่าใด
  • การทำจิตบำบัด มีหลายเทคนิคให้เลือกใช้ เช่น การบำบัดพฤติกกรมและความคิด การฝึกสติและสมาธิ เป็นต้น ซึ่งผู้บำบัดจะพิจารณาเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

วิธีการป้องกันโรคจิต

เนื่องจากโรคจิตเกิดได้จากหลายสาเหตุ บางสาเหตุก็ไม่อาจป้องกันได้ แต่การป้องกันหลักๆ ที่ทำได้ก็คือการลดความเสี่ยงด้านต่างๆ เช่น

  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดให้โทษทุกชนิด ทั้งการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือการใช้ยาเสพติด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาอย่างผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้ยาเกินปริมาณที่แพทย์กำหนด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายหลั่งสารเคมีในสมองอย่างเซโรโทนิน ซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นให้อารมณ์ผ่อนคลายลง
  • เรียนรู้ทักษะในการจัดการกับความเครียด ปรับมุมมองใหม่ มองโลกแง่ดี คิดแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา
  • หมั่นสังเกตอาการและความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองหรือบุคคลใกล้ชิด ทั้งอาการทางร่างกายและจิตใจ หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรที่มีความรู้ด้านจิตเวช

การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคจิต

สิ่งสำคัญที่ญาติหรือบุคคลใกล้ชิดควรตระหนักในการดูแลผู้ป่วยโรคจิต คือ

  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค อาการของโรค และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง
  • ดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยโรคจิตมักจะไม่รู้ว่าตัวเองป่วยและไม่เข้าใจเรื่องความสำคัญของการรับประทานยา และปัญหาที่สำคัญอีกประการคือยาต้านโรคจิตมักมีอาการข้างเคียงที่ทำให้รู้สึกไม่สุขสบายตัว จึงทำให้ผู้ป่วยไม่อยากรับประทานยา
  • พาผู้ป่วยไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ต่อให้มีอาการกลับเป็นปกติแล้วก็ต้องพาไปพบแพทย์ตามนัด เนื่องจากผู้ป่วยโรคจิตบางรายอาจต้องรับประทานยาควบคุมอาการไปตลอดชีวิต การหยุดยามักจะมีอาการกำเริบซ้ำ และเมื่อมีอาการกำเริบซ้ำบ่อยๆ จนเรื้อรัง การรักษาครั้งต่อไปก็จะทำได้ยากขึ้น
  • คอยดูแลและเตือนให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง กระตุ้นให้มีการช่วยเหลืองานบ้านตามศักยภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งดูแลเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ป่วยใช้สารเสพติดต่างๆ ซึ่งอาจกระตุ้นให้โรคกำเริบได้

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคนี้

ความไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคมักทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคจิตไปมาก เช่น

  • คิดว่าโรคจิตคืออาการผีเข้าหรืออาการทางไสยศาสตร์ จึงมักรักษาไม่ถูกทาง ทำให้โรคกำเริบเรื้อรังรุนแรงมากขึ้น จนผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าวทำร้ายบุคคลรอบข้าง เมื่อผู้ป่วยก้าวร้าวและอาละวาด ญาติมักจะผูกมัดล่ามโซ่ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยไปทำร้ายหรือทำลายข้าวของของคนอื่น ซึ่งเป็นวิธีการจัดการกับปัญหาที่ผิดวิธี ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม
  • คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าโรคจิตเป็นอาการของคนที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม บางครั้งนำคำว่า “โรคจิต” ไปต่อว่าคนอื่นที่มีพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ป่วยโรคนี้เป็นภาพจำที่แย่ และทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ไม่กล้าไปรับการรักษาอย่างถูกต้อง
  • บางคนคิดว่าโรคจิตเป็นสิ่งเลวร้าย แต่ในความเป็นจริงโรคจิตคืออาการป่วยชนิดหนึ่งที่ต้องรับการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อรักษาแล้วผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป 
  • ด้วยความที่เข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคจิต จึงนำมาสู่ความคิดที่ว่าการไปพบจิตแพทย์หมายความว่าเป็นโรคจิต ซึ่งจริงๆ แล้ว ทุกคนสามารถไปพบจิตแพทย์และพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ เหมือนกับการพูดคุยกับคุณหมอโรคอื่นๆ หรือเหมือนกับการปรับทุกข์กับเพื่อนนั่นเอง แต่จะต่างกันตรงที่นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์นั้นมีความรู้ด้านจิตเวชและมีองค์ความรู้เกี่ยวกับทักษะในการให้คำแนะนำได้อย่างเป็นขั้นตอน

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หนูมีเสียงนินทาหนูได้ยินอยู่คนเดียวทั้งคืนทั้งวันไม่ได้หลับได้นอนมา2-3วัน พูดในใจด่าในใจเสียงมันยังรู้เลยก็เลยตอบโต้งในใจกับเสียงมันก็ด่าหนูก็ด่ามันในใจกลับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ตอนนี้รุ้สึกเหมือนยุคนเดียวบนโรค. อยากจะตายๆไป. อยากจะรุ้ว่าตายแล้วจะไปไหน ถ้าฆ่าตัวตายแบบแควนคอจะทรมานนานไหม. ที่รุ้สึกแบบนี้เพราะหนุเป้นโรคอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
โมโหง่าย เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ ยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ คิดว่าตัวเองถูกเสมอ ไม่ยอมรับผิด เวลาอธิบายจะไม่ฟัง หรือเงียบ แบบนี้มีอาการทางจิตไหมคับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ทำไม่เวลาอยู่คนเดียวแล้วชอบคุยคนเดียว
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การพูดคนเดียว ในเวลาทำงานหรือคิดเลขจะพูดทวน ท่องจำ หรือนึกอะไรออกก็พูดขึ้นมา เป็นอาการทางจิตอย่างนึงหรือเปล่าคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป