Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคจิต คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,141,407 คน

โรคจิต (Psychosis) คือ โรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นหลายชนิดแยกย่อยไปตามลักษณะอาการที่เด่น โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นโรคจิตจะไม่ทราบว่าตนเองผิดปกติไป และจะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่เคยคิดสงสัยว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่สมเหตุสมผล

อาการของโรคจิต

อาการหลักๆ ของโรคจิต แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจหาสารเสพติด (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) เริ่มที่ 212 บาท

ตรวจได้ในเลือด ปัสสาวะ และเส้นผมที่ติดราก สอบถามได้วันนี้

Istock 989108042

1. อาการหลงผิด (Delusion) เป็นความผิดปกติทางความคิด ทำให้ผู้ป่วยมีความเชื่อและความคิดในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามหลักความจริง และมักเกิดจากความเชื่อที่ฝังใจ หรือเป็นความคิดที่ยากจะให้เหตุผลได้อย่างชัดเจน อาการหลงผิดที่เกิดขึ้นสังเกตได้ดังนี้

  • คิดว่าตัวเองใหญ่โต ร่ำรวย เป็นคนใหญ่คนโต (Grandeur delusion)
  • คิดว่ามีคนอื่นปองร้าย (Persecution delusion)
  • คิดว่าคนอื่นหลงรักหรือคลั่งไคล้ตน (Self-accusatory delusion)
  • คิดว่าตนเองเจ็บป่วย (Hypochondriacal delusion หรือ Somatic delusion)
  • คิดว่าอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งของร่างกายขาดหายไป (Nihilistic delusion)

2. อาการประสาทหลอน (Hallucination) เป็นความผิดปกติทางการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยที่ไม่มีสิ่งเร้ามากระตุ้นจากภายนอก เช่น การเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น และการรับรส โดยที่ไม่มีสิ่งเร้าจริงๆ เกิดขึ้น แต่ผู้ป่วยกลับรับรู้ได้ เช่น

  • ประสาทหลอนทางการเห็น (Visual hallucination) ผู้ป่วยมองเห็นภาพต่างๆ ที่ไม่มีอยู่จริง เช่น เห็นคนกำลังมาจะทำร้ายตน
  • ประสาทหลอนทางการได้ยิน (Auditory hallucination) เช่น ผู้ป่วยได้ยินเสียงคนพูด หัวเราะ หรือด่าตน โดยที่ไม่มีสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น
  • ประสาทหลอนทางการรับกลิ่น (Olfactory hallucination) เช่น ผู้ป่วยได้กลิ่นแปลกๆ โดยที่ผู้อื่นไม่ได้กลิ่นนั้นๆ
  • ประสาทหลอนทางการรับรส (Gustatory hallucination) ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนได้รับรสแปลกๆ เกิดขึ้น เช่น มีรสหวาน หรือรสขมที่ลิ้น
  • ประสาทหลอนทางการสัมผัส (Tactile hallucination) ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาไต่ตอมตามผิวหนัง รู้สึกคันผิวหนัง โดยที่ไม่มีสิ่งเร้าจริง                                                                                               

3. พฤติกรรมผิดไปจากเดิมอย่างมาก  เช่น เก็บตัว ก้าวร้าว ไม่สนใจทำกิจกรรมหรือกิจวัตรประจำวัน ไม่หลับไม่นอน หมกมุ่นสนใจกับเรื่องทางไสยศาสตร์ หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม เป็นต้น                                                                                                        

สาเหตุของโรคจิต

ทางการแพทย์ยังไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีความเชื่อเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบให้ผู้ป่วยเผชิญกับภาวะโรคจิต ได้แก่

1. ปัจจัยภายใน

  • ความผิดปกติทางสมอง และระดับสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทโดปามีน (Dopamine) ที่ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการคิดและการรับรู้ที่นำไปสู่การเกิดพฤติกรรมต่างๆ หากการทำงานของสมองและสารสื่อประสาทได้รับความกระทบกระเทือน อาจส่งผลให้เกิดอาการโรคจิตได้
  • ความผิดปกติทางจิต ทางบุคลิกภาพ และการปรับตัว
  • ความเจ็บป่วยทางร่างกายบางอย่างที่อาจส่งผลให้เกิดอาการโรคจิตได้ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โรคไข้จับสั่นหรือมาลาเรีย โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคพุ่มพวง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซิฟิลิส การติดเชื้อเอชไอวีและการมีเนื้องอกในสมอง เป็นต้น
  • การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นโรคจิต หรือโรคทางวิตเวชอื่นๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ได้ 

2. ปัจจัยภายนอก  การใช้ยาหรือการได้รับสารเคมีใดๆ เข้าสู่ร่างกายในทางที่ผิด หรือในปริมาณที่เกินพอดี อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการโรคจิตได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเสพยาเสพติดอย่างโคเคน ยาบ้า (Amphetamine) ยาไอซ์ (Methamphetamine) ยาอี (MDMA: Ecstasy) ยาเค (Ketamine) หรือกัญชา เป็นต้น

โฆษณาจาก HonestDocs
ฟื้นฟูระบบประสาท ด้วยกายภาพบำบัด

ลดเพิ่ม 15% เริ่มที่ 850 บาท นักกายภาพระบบประสาทบำบัดวิชาชีพ ประสบการณ์สูง

Istock 1007757630

วิธีการรักษาโรคจิต

กระบวนการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยโรคจิต คือ การรักษาด้วยยา และการทำจิตบำบัดร่วมด้วย 

  • การใช้ยาต้านอาการทางจิต (Antipsychotics) ซึ่งเป็นยาที่ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น โดยแพทย์อาจให้ยาชนิดรับประทาน หรือให้ผู้ป่วยมาพบเพื่อรับการฉีดยาเป็นระยะ ยาต้านอาการทางจิตจะออกฤทธิ์ยับยั้งโดปามีนในสมอง ช่วยลดอาการประสาทหลอนและอาการหลงผิด และทำให้ผู้ป่วยคิดและเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนตามพื้นฐานของความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น โดยยาต้านอาการทางจิตนั้นมีหลายชนิด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าผู้ป่วยควรใช้ยาชนิดใด และใช้ยาเป็นเวลานานเท่าใด
  • การทำจิตบำบัด มีหลายเทคนิคให้เลือกใช้ เช่น การบำบัดพฤติกกรมและความคิด การฝึกสติและสมาธิ เป็นต้น ซึ่งผู้บำบัดจะพิจารณาเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

วิธีการป้องกันโรคจิต

เนื่องจากโรคจิตเกิดได้จากหลายสาเหตุ บางสาเหตุก็ไม่อาจป้องกันได้ แต่การป้องกันหลักๆ ที่ทำได้ก็คือการลดความเสี่ยงด้านต่างๆ เช่น

  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดให้โทษทุกชนิด ทั้งการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือการใช้ยาเสพติด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาอย่างผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้ยาเกินปริมาณที่แพทย์กำหนด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายหลั่งสารเคมีในสมองอย่างเซโรโทนิน ซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นให้อารมณ์ผ่อนคลายลง
  • เรียนรู้ทักษะในการจัดการกับความเครียด ปรับมุมมองใหม่ มองโลกแง่ดี คิดแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา
  • หมั่นสังเกตอาการและความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองหรือบุคคลใกล้ชิด ทั้งอาการทางร่างกายและจิตใจ หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรที่มีความรู้ด้านจิตเวช

การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคจิต

สิ่งสำคัญที่ญาติหรือบุคคลใกล้ชิดควรตระหนักในการดูแลผู้ป่วยโรคจิต คือ

  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค อาการของโรค และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง
  • ดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยโรคจิตมักจะไม่รู้ว่าตัวเองป่วยและไม่เข้าใจเรื่องความสำคัญของการรับประทานยา และปัญหาที่สำคัญอีกประการคือยาต้านโรคจิตมักมีอาการข้างเคียงที่ทำให้รู้สึกไม่สุขสบายตัว จึงทำให้ผู้ป่วยไม่อยากรับประทานยา
  • พาผู้ป่วยไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ต่อให้มีอาการกลับเป็นปกติแล้วก็ต้องพาไปพบแพทย์ตามนัด เนื่องจากผู้ป่วยโรคจิตบางรายอาจต้องรับประทานยาควบคุมอาการไปตลอดชีวิต การหยุดยามักจะมีอาการกำเริบซ้ำ และเมื่อมีอาการกำเริบซ้ำบ่อยๆ จนเรื้อรัง การรักษาครั้งต่อไปก็จะทำได้ยากขึ้น
  • คอยดูแลและเตือนให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง กระตุ้นให้มีการช่วยเหลืองานบ้านตามศักยภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งดูแลเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ป่วยใช้สารเสพติดต่างๆ ซึ่งอาจกระตุ้นให้โรคกำเริบได้

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคนี้

ความไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคมักทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคจิตไปมาก เช่น

  • คิดว่าโรคจิตคืออาการผีเข้าหรืออาการทางไสยศาสตร์ จึงมักรักษาไม่ถูกทาง ทำให้โรคกำเริบเรื้อรังรุนแรงมากขึ้น จนผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าวทำร้ายบุคคลรอบข้าง เมื่อผู้ป่วยก้าวร้าวและอาละวาด ญาติมักจะผูกมัดล่ามโซ่ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยไปทำร้ายหรือทำลายข้าวของของคนอื่น ซึ่งเป็นวิธีการจัดการกับปัญหาที่ผิดวิธี ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม
  • คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าโรคจิตเป็นอาการของคนที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม บางครั้งนำคำว่า “โรคจิต” ไปต่อว่าคนอื่นที่มีพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ป่วยโรคนี้เป็นภาพจำที่แย่ และทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ไม่กล้าไปรับการรักษาอย่างถูกต้อง
  • บางคนคิดว่าโรคจิตเป็นสิ่งเลวร้าย แต่ในความเป็นจริงโรคจิตคืออาการป่วยชนิดหนึ่งที่ต้องรับการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อรักษาแล้วผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป 
  • ด้วยความที่เข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคจิต จึงนำมาสู่ความคิดที่ว่าการไปพบจิตแพทย์หมายความว่าเป็นโรคจิต ซึ่งจริงๆ แล้ว ทุกคนสามารถไปพบจิตแพทย์และพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ เหมือนกับการพูดคุยกับคุณหมอโรคอื่นๆ หรือเหมือนกับการปรับทุกข์กับเพื่อนนั่นเอง แต่จะต่างกันตรงที่นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์นั้นมีความรู้ด้านจิตเวชและมีองค์ความรู้เกี่ยวกับทักษะในการให้คำแนะนำได้อย่างเป็นขั้นตอน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทำไม่เวลาอยู่คนเดียวแล้วชอบคุยคนเดียว
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่