โรคน้ำกัดเท้า (Athlete's Foot)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 24, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 829,329 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 19/04/2562

โรคน้ำกัดเท้า หรือโรคกลากที่เท้า เป็นการติดเชื้อราประเภทหนึ่งของเท้า ในภาษาอังกฤษมีชื่อว่า Athlete's foot ซึ่งมาจากการเป็นโรคที่พบบ่อยในนักกีฬา ส่วนในทางการแพทย์จะเรียกว่า Tinea pedis ซึ่งหมายถึงโรคกลากที่เท้า

โรคกลากที่เท้าเป็นโรคที่พบบ่อย โดยมีการศึกษาพบว่า คนส่วนใหญ่จะเป็นโรคน้ำกัดเท้าในช่วงชีวิตหนึ่งของพวกเขา โรคน้ำกัดเท้าจะเกิดขึ้นในประมาณ 10% ของประชากรโลก

โรคกลากที่เท้าจะเริ่มตรงบริเวณระหว่างนิ้วเท้า พบบ่อยในคนที่เท้าเปียกเกือบตลอดเวลาหรือใส่รองเท้าที่คับแคบจนไม่มีที่ระบาย ทำให้เท้าชุ่มเหงื่อและอับ และในคนที่มีเหงื่อออกบริเวณเท้ามาก โดยอาการตอนแรกจะมีเพียงแค่คัน มีผื่นลักษณะไม่ชัดเจน มีรอยแตกตามบริเวณกดทับที่ส้นเท้า บางครั้งอาจพบขุยสีขาวหรือผิวหนังเปื่อยได้ และมักมีกลิ่นที่รุนแรงร่วมด้วย จากนั้นจะแพร่กระจายไปยังที่ต่างๆ ได้โดยผ่านทางพื้น ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า

อะไรทำให้เกิดโรคน้ำกัดเท้า?

เชื้อราหลายประเภทรวมถึงยีสต์ทำให้เกิดโรคน้ำกัดเท้า ที่พบบ่อยที่สุดคือเดอร์มาโทไฟต์ (Dermatophytes) ซึ่งเป็นเชื้อราที่อาศัยเคราตินในการเจริญเติบโตและมักทำให้ผิวหนังเกิดโรค

โดยเชื้อก่อโรคที่พบบ่อย คือ  Trichophyton rubrum และ Trichophyton interdigitale (ในอดีตมีชื่อเรียกว่า Trichophyton mentagrophytes var. interdigitale) และ Epidermophyton floccosum

เชื้อราเติบโตในผิวหนังชั้นนอก (ผิวหนังกำพร้า) และเข้าสู่ผิวหนังจากรอยแตก จุลินทรีย์ต้องการความชุ่มชื่นและความอบอุ่นในการแพร่พันธุ์ แม้ว่าโรคกลากที่เท้าสามารถเกิดขึ้นในทุกส่วนของเท้า แต่มักพบบ่อยบริเวณผิวหนังระหว่างนิ้วเท้า

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคน้ำกัดเท้า มีดังต่อไปนี้

  • ใส่รองเท้าที่คับจนเกินไป หรือใส่ถุงเท้าชื้น
  • ใช้ของใช้ร่วมกับผู้ที่มีการติดเชื้อรา เช่น พรม เสื่อ เสื้อผ้า รองเท้า เป็นต้น
  • มีพฤติกรรมเดินเท้าเปล่าในที่สาธารณะซึ่งอาจมีเชื้อราอยู่ เช่น ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักกีฬา ห้องซาวน่า ห้องอาบน้ำรวม เป็นต้น
  • มีอาการผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
  • มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • มีการไหลเวียนโลหิตที่ขาที่ไม่ดี โดยอาจเกิดจากโรคเบาหวานหรือโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน

อาการแสดงของโรคน้ำกัดเท้า

โรคกลากที่เท้าอาจทำให้เกิดอาการแสดงหลายอย่าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเท้า รวมถึงอาการดังนี้

  • รอยแดงและอาการคันของผิวหนัง (ผื่น)
  • รอยสะเก็ดหรือขุยที่ลอกออกของผิวหนังในบริเวณเล็กๆ (เช่น ระหว่างนิ้วเท้า) หรือทั่วทั้งฝ่าเท้า
  • ผิวแตกที่เจ็บปวด (รอยแตกของผิว) ซึ่งมักจะเกิดจากการลอกของสะเก็ดผิวหนังอย่างรุนแรง
  • แผลพุพองที่เต็มไปด้วยน้ำหนอง
  • ฝ่าเท้าที่หนาขึ้น

เชื้อราที่เท้าสามารถแพร่กระจายไปที่เล็บ และทำให้สีของเล็บเปลี่ยนสี หนาขึ้น หรือแตกละเอียด โรคน้ำกัดเท้าสามารถทำลายผิวหนังและเปิดผิวออก จึงอาจทำให้มีการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบเพิ่มเติม

โรคน้ำกัดเท้าเป็นโรคติดต่อหรือไม่?

โรคน้ำกัดเท้าเป็นโรคติดต่อ มีความเป็นได้ที่คุณจะได้รับการติดเชื้อจากการจับผิวของผู้ที่มีเชื้อรา แม้ว่าพวกเขาไม่ได้มีการติดเชื้อที่กำลังดำเนินอยู่ นอกจากนี้ โรคน้ำกัดเท้าสามารถแพร่กระจายได้โดยการเดินเท้าเปล่าบนพื้นผิวที่เปียกแฉะและติดเชื้อ เช่น ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักกีฬาและที่อาบน้ำสาธารณะ

ไม่เพียงแค่นั้น คุณสามารถติดโรคน้ำกัดเท้าได้ถ้าคุณมีสุขอนามัยที่ไม่ดีพอ เช่นถ้าคุณปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ไม่ล้างเท้าและไม่ทำให้เท้าแห้งหลังการออกกำลังกายหรือหลังจากเท้าเปียก (รวมถึงเหงื่อ)
  • ใช้ถุงเท้า รองเท้า และผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น
  • สวมใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่เปียก หรือสวมใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ส่งเสริมให้มีเหงื่ออกชุ่มภายในรองเท้า
  • นำถุงเท้ากลับมาใช้ซ้ำโดยที่ยังไม่ได้ซัก (โดยเฉพาะที่มีเหงื่อออก)
  • สวมใส่รองเท้าที่ชำรุด
  • ใส่รองเท้าคู่เดิมซ้ำตลอด ไม่ได้สลับสับเปลี่ยนบ้าง

วิธีกำจัดโรคน้ำกัดเท้า

โรคน้ำกัดเท้าสามารถรักษาได้ด้วยยาฆ่าเชื้อราที่ขายตามร้านขายยาในรูปแบบครีม เจล โลชั่น สเปรย์ และแป้ง ที่มีหนึ่งในสารออกฤทธิ์ดังนี้

  • โคลไทรมาโซล (Clotrimazole)
  • ไมโคนาโซล (Miconazole)
  • ออกซิโคนาโซล (Oxiconazole)
  • คีโทโคนาโซล (Ketoconazole)

จากรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) แห่งสหรัฐอเมริกา พบว่าการรักษาโรคน้ำกัดเท้าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

นอกจากการใช้ยารักษาโรคน้ำกัดเท้าแล้ว ควรจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังต่อไปนี้

  • ทำความสะอาดเท้าให้แห้งอยู่เสมอ
  • ให้เท้าของคุณได้ระบายอากาศ โดยการถอดรองเท้า หรือใส่รองเท้าแตะให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าที่หนัก รองเท้าแบบปิด หรือถุงเท้าที่หนา
  • หมุนเวียนการใส่รองเท้าและอย่านำถุงเท้ากลับมาใช้ซ้ำโดยที่ยังไม่ได้ซัก
  • หลีกเลี่ยงการใช้สระว่ายน้ำหรือห้องอาบน้ำสาธารณะ

ถ้าการติดเชื้อของคุณยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจจ่ายยาเม็ดต้านเชื้อราที่แรงขึ้น เช่น เทอร์บินาฟีน (Terbinafine) หรือไอทราโคนาโซล (Itraconazole)

การรักษาโดยสมุนไพรสำหรับโรคน้ำกัดเท้า

บางคนเลือกที่จะรักษาโรคน้ำกัดเท้าด้วยการใช้น้ำมันหอมระเหยสกัดจากธรรมชาติ (Tea tree oil) หรือแช่เท้าในน้ำที่ผสมผลิตภัณฑ์สมุนไพรบางชนิด แต่ถึงกระนั้น จากรายงานของศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติยังไม่มีความเห็นในทางการแพทย์ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้แล้วได้ผลจริง นอกจากนี้ พบว่า 10% ของครีมน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติไม่ได้มีสรรพคุณดีไปกว่ายาหลอก (ครีมที่ไม่ได้มีตัวยาผสมอยู่) ในการรักษาโรคน้ำกัดเท้าให้หายขาด

ในทางกลับกัน แม้ว่ารายงานการศึกษาในปี 2002 พบว่า 50% ของสารละลายน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติสามารถรักษาโรคน้ำกัดเท้าของผู้คนถึงสองในสามให้หายขาดได้ก็ตาม ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรตระหนักว่า นักวิจัยมักใช้ส่วนประกอบที่บริสุทธิ์และได้รับการประเมินมาดีมาก และผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติไม่ได้รับการควบคุมการผลิตให้ได้มาตรฐานไปในทางเดียวกันเหมือนกับยารักษาโรค

นอกจากน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติแล้ว มีการพบว่าสารประกอบในกระเทียมที่เรียกว่าอะโจอีน (Ajoene) สามารถยับยั้งเชื้อราได้ และงานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า สารนี้มีประสิทธิภาพในการรักษากลากที่เท้า แต่สารตัวนี้ไม่ได้มีวางนำหน่ายในเชิงพาณิชย์ และยังไม่มีอะไรที่ยืนยันแน่ชัดว่ายาทาหรือการแช่เท้าในน้ำที่มีส่วนผสมของกระเทียมหยาบหรือกระเทียมสดอาจมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคน้ำกัดเท้า

ที่มาของข้อมูล

1. Courtney M Robbins, MD, Tinea Pedis (https://emedicine.medscape.com/article/1091684-overview), 22 February 2018

2. Denise M. Aaron , MD, Dartmouth-Hitchcock Medical Center, Tinea Pedis (https://www.msdmanuals.com/professional/dermatologic-disorders/fungal-skin-infections/tinea-pedis)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่