โรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system infection)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 333,839 คน

บทความนี้เขียนโดย กภ. ธีรวิทย์ วิโรจน์วิริยะกุล นักกายภาพบำบัด วันที่ 06/06/2562

การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง ทั้งสมอง ไขสันหลัง และอวัยวะบริเวณรอบๆ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และนับว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาท นอกจากนี้ในผู้ป่วยระยะแรกๆ หรือในรายที่อาการยังไม่รุนแรงมาก อาการแสดงของภาวะนี้ยังจำแนกจากอาการอื่นๆ ได้ยาก ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่องสาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

โรคติดเชื่อในระบบประสาทส่วนกลางคืออะไร เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคมีอะไรบ้าง?

โรคติดเชื้อในระบบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System Infection) คือ การที่ระบบประสาทส่วนกลางได้รับเชื้อโรค หรือสิ่งก่อโรคบางชนิดเข้าไปในบริเวณของระบบประสาทส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นสมอง ไขสันหลัง เนื้อหุ้มสมองและไขสันหลัง หรือน้ำเลี้ยงไขสันหลัง ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการติดเชื้อลุกลามไปทั่วอวัยวะของระบบประสาทส่วนกลางที่กล่าวไปแล้วได้ วิธีการที่เชื้อโรคและสิ่งก่อโรคจะเข้าสู่ร่างกายนั้นมีหลายวิธี เช่น เข้าสู่ระบบประสาทโดยตรงจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด ติดเชื้อจากอวัยวะข้างเคียง หรือเชื้อที่ก่อโรคเข้ามาทางระบบประสาทส่วนปลาย ก่อนจะค่อยๆ ลุกลามไปยังระบบประสาทส่วนกลาง เชื้อหรือสิ่งที่ก่อโรคหลายชนิด เช่น แบคทีเรีย (Bacteria) ไวรัส (Virus) ปรสิต (Parasite) เชื้อรา (Fungus) และพริออน (Prion) ซึ่งเป็นกลุ่มโปรตีนก่อให้เกิดโรคได้ แต่ละชนิดก็จะมีวิธีรุกล้ำเข้าไปในระบบประสาทส่วนกลางที่แตกต่างกัน

อาการของโรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง

อาการของการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางจะมีลักษณะบางประการเฉพาะตัวของเชื้อ หรือสิ่งก่อโรคแต่ละชนิด อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางยังมีอาการทางคลินิกร่วมกันที่พบได้บ่อย ดังนี้

  1. มีไข้ ซึ่งไข้เป็นอาการทั่วไปของการติดเชื้อทุกประเภท อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่เป็นฝีในสมองอาจจะไม่มีไข้ก็ได้
  2. ปวดศรีษะ อาเจียนพุ่ง หรือตาพร่ามัว ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ความดันในกะโหลกเพิ่มสูงขึ้น
  3. ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง เช่น ซึมลง
  4. ในผู้ป่วยบางรายอาจพบว่ามีอาการแสดงของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เช่น คอแข็ง (Stiff neck) ปวดศรีษะ กลัวแสง
  5. ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจพบว่ามีอาการชักด้วย
  6. มีอาการปวดตามแนวระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ซึ่งอาจจะเกิดจากการติดเชื้อของกระดูกสันหลัง หรือการอักเสบของเส้นประสาท

โรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางที่พบได้บ่อย

เนื่องจากสมองและไขสันหลังซึ่งเป็นองค์ประกอบหลังของระบบประสาทส่วนกลางเป็นอวัยวะที่เชื่อมต่อกัน เยื่อหุ้มสมองและไขสันก็เชื่อมต่อกัน นอกจากนี้น้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลังยังหมุนเวียนระหว่างสมองกับไขสันหลัง ทำให้เมื่อมีอาการติดเชื้อ การแพร่กระจายของเชื้อที่ก่อโรคไปยังบริเวณใกล้เคียงจึงเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้สมองและไขสันหลังยังมีส่วนสำคัญอย่างมากในการควบคุมการทำงานของร่างกายให้ปกติ หากเกิดความเสียหายขึ้นที่โครงสร้างเหล่านี้ จึงนำมาซึ่งความพิการ หรือสูญเสียความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมาก

โรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางมีหลายโรค ในที่นี้จะขอแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ โรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับสมองและเยื้อหุ้มสมอง กับโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับไขสันหลังและเยื้อหุ้มไขสันหลัง จะขอยกตัวอย่างของโรคที่น่าสนใจกลุ่มละ 1 ตัวอย่าง ดังนี้

  1. เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) โรคนี้อาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ในกรณีของเชื้อแบคทีเรียจะมีอาการรุนแรงกว่า ส่วนการติดเชื้อไวรัสมีหลายงานหลายฉบับรายงานว่าสามารถหายได้เอง อาการที่พบได้บ่อยคือ ปวดศีรษะ คอแข็ง กลัวแสง มีไข้ วิธีการวินิจฉัยที่เป็นที่นิยมคือ การเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง (Lumbar puncture) ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยคือ ฝีในสมอง ฝีที่เหนือและใต้ต่อเยื่อหุ้มสมอง เส้นประสาทสมองอักเสบ น้ำคั่งในโพรงสมอง และอาการชัก
  2. กระดูกสันหลังติดเชื้อ (Pyogenic vertebral osteomyelitis) อาจเกิดจากการลุกลามของการติดเชื้อบริเวณใกล้เคียงหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง การแพร่กระจายของเชื้อที่ก่อโรคมาตามกระแสเลือด แต่ส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุของการติดเชื้อ แต่มักพบในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีโรคเบาหวาน อายุมาก หรือผู้ที่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด เป็นต้น การวินิจฉัยทำได้ยากมาก เนื่องจากอาการจะค่อยๆ รุนแรงขึ้น อาจกินเวลานานถึง 3 เดือน อาการที่พบได้บ่อยคือ ปวดหลัง ปวดคอ ร่วมกับมีอาการปวดร้าว (Radicular pain) ไปที่แขนหรือขา มักปวดเมื่อเคลื่อนไหว มีไข้  และมีจุดกดเจ็บตามแนวกระดูกสันหลัง อาจพบอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อร่วมด้วย การวินิจฉัยที่นิยมคือการทำเอกซเรย์ (X-ray) และตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

นอกจากที่ได้ยกตัวอย่างไปข้างต้น ยังมีโรคติดเชื้อในระบบประสาทอีกมากมาย เช่น พยาธิตืดหมูในระบบประสาท(Neurocysticercosis) สมองอักเสบจากเชื้อเริม (Herpes simplex encephalitis) วัณโรค (Tuberculosis) และโรคโปลิโอ (Poliomyelitis) เป็นต้น การติดเชื้อเหล่านี้ในระบบประสาทส่วนกลางระยะรุนแรงมักจะนำไปสู่อาการอ่อนแรงจนอาจจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ของกล้ามเนื้อครึ่งตัวล่าง (Paraplegia) ทั้งตัว (Quadriplegia) ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (Spasticity) จนรยางค์แขนหรือขาหงิกงอผิดรูป หรือมีอาการกล้ามเนื้อครึ่งซีกของร่างกายอ่อนแรง (Hemiplegia) ได้ ซึ่งนักกายภาพบำบัดจะมีบทบาทอย่างมากในการฟื้นฟูผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้กลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติที่สุด

วิธีการตรวจโรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางทำได้อย่างไรบ้าง?

วิธีการตรวจวินิจฉัยเพื่อยืนยันการติดเชื้อในระบบประสาท ต้องอาศัยผลจากการซักประวัติและตรวจร่างกายประกอบกัน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่สำคัญและแม่นยำที่สุดคือการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีกระบวนการที่แตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อ หรือสิ่งก่อโรคที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ มีด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29
  1. การวิเคราะห์หรือเพาะเชื้อจากน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (Cerebrospinal fluid) เลือด หนอง หรือสารคัดหลั่งอื่นๆ
  2. การตรวจวินิจฉัยด้วยการถ่ายภาพภาพทางรังสีวิทยา ได้แก่
    • การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography Scan (CT Scan))
    • การตรวจวินิจฉัยโรคเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging (MRI)) ของสมองและไขสันหลัง
    • การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยการฉีดสารทึบรังสี (Nonionic water-soluble contrast media) เข้าช่องไขสันหลัง เพื่อดูการกดทับของของระบบประสาทบริเวณไขสันหลัง (Myelography) เป็นต้น
  3. การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy)

นอกจากนี้ ในปัจจุบันการวินิจฉัยด้านพันธุศาสตร์ (Polymerase Chain Reaction (PCR)) ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ในการช่วยวินิจฉัยเชื้อที่มีปริมาณน้อยหรือเพาะเชื้อยากได้ดีขึ้น

วิธีการรักษาโรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง

หลักการรักษาโรคติดเชื้อในระบบปรสาทมีด้วยกัน 5 ข้อใหญ่ๆ ดังนี้

  1. ตรวจหาเชื้อที่ก่อโรค (Pathogen)
  2. ให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เพื่อกำจัดเชื้อที่ก่อโรค
  3. จัดการกับแหล่งกำเนิดที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ
  4. ผ่าตัด (Surgery) เมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าสามารถช่วยแก้ปัญหา หรือลดความพิการที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้
  5. ฟื้นฟูให้สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด

โรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย นอกจากนี้ ในระยะแรกๆ ของโรคที่ยังมีความรุนแรงน้อย อาการจะใกล้เคียงกับภาวะเจ็บป่วยทั่วไปที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ปวดหลัง มีไข้ ปวดศรีษะ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีอาจจะก่อให้เกิดความพิการถาวรได้ เช่น กล้ามเนื้อ่อนแรงถาวรเนื่องจากเส้นประสาทถูกทำลาย กล้ามเนื้อหดเกร็งจนเกิดการผิดรูปของอวัยวะ หรือการหดลีบอย่างถาวรของกล้ามเนื้อ หากสงสัยควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้เมื่อเกิดความผิดปกติหลังจากได้รับเชื้อแล้ว กายภาพบำบัดก็เป็นวิธีหนึ่งที่มีประโยชน์มากในการบรรเทาหรือชะลอความพิการที่จะเกิดขึ้น การเข้ารับการรักษาอย่างเร็วที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ที่มาของข้อมูล

  1. ศุภกิจ สงวนดีกุล.โรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง(CNS Infection :Neurosurgical aspect) (http://ebrain1.com/hbinfection.html)), 16 May 2019.
  2. Arun Grace Roy, Jalesh Panicker, Anand Kumar. Acute CNS infections. Amrita Journal of Medicine. 2014
  3. Marko Pokorn. PATHOGENESIS AND CLASSIFICATION OF CENTRAL NERVOUS SYSTEM INFECTION. JIFCC. 2004
  4. Wendy C. Ziai and John J. Lewin. Update in the Diagnosis and Management of Central Nervous System Infections. Neurol Clin. 2008.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่