กลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วระหว่างเปลี่ยนท่า (POTS) คืออะไร?


ภาวะนี้เป็นความผิดปกติที่เกี่ยวกับหัวใจที่พบได้ไม่บ่อย มักเกิดในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 35 ปี

กลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วระหว่างเปลี่ยนท่า (Postural tachycardia syndrome หรือ POTS) เป็นภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจจะเร็วขึ้นอย่างน้อย 30 ครั้งต่อนาทีเมื่อยืนขึ้น แต่แม้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น แต่ความดันโลหิตจะยังอยู่ในระดับเดิม การที่มีอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นนั้น หมายความว่า ระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณกำลังพยายามควบคุมความดันโลหิตและการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่สมอง

Rare Disease Clinical Research Network ได้กล่าวว่า กลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วระหว่างเปลี่ยนท่านี้ส่งผลต่อชาวอเมริกันประมาณ 500,000 คนและผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 35 ปี

สาเหตุของการเกิดกลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วระหว่างเปลี่ยนท่า

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้แน่ชัด แต่มีการระบุว่าปัจจัยต่อไปนี้อาจส่งผลให้เกิดภาวะนี้ได้

  • การติดเชื้อไวรัส
  • การคลอดบุตร
  • การมีความเครียดเกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น การผ่าตัด
  • การได้รับอุบัติเหตุหรือการรับยาเคมีบำบัด

เด็กวัยรุ่นบางคนเกิดภาวะนี้เมื่อพวกเขามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

อาการและการวินิจฉัยกลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วระหว่างเปลี่ยนท่า

ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดภาวะนี้ขึ้นอย่างฉับพลัน ในขณะที่บางคนจะค่อยๆ มีอาการและบางคนมีภาวะนี้อยู่ตลอดชีวิต อาการที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะนี้ คือ เวียนหัว ใจสั่น และตัวสั่นระหว่างที่ยืน อาการอื่นๆ อาจประกอบด้วย

ภาวะนี้เป็นภาวะที่วินิจฉัยได้ยากเนื่องจากความรุนแรงของอาการสามารถเปลี่ยนไปได้และยังอาจเกิดร่วมกันภาวะอื่นๆ เช่น กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic fatigue syndrome) การเป็นลมที่เกิดจากระบบประสาท (neurally mediated syncope หรือ NMS) หรือการอ่อนเพลียทางกาย (ที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงที่มีการพัก)

การวินิจฉัยภาวะนี้ต้องใช้การซักประวัติเกี่ยวกับอาการ ร่วมกับการตรวจวัดความดันและอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างนอน นั่ง หรือยืน นอกจากนั้น ยังอาจใช้การทดสอบที่เรียกว่า tilt table test (หรือเรียกอีกชื่อว่า head upright tilt test) เพื่อช่วยในการยืนยันการวินิจฉัยภาวะนี้และประเมินสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการได้

การรักษากลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วระหว่างเปลี่ยนท่า

การรักษาภาวะนี้ประกอบด้วยการทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นหรือระบุปัญหาที่เกิดกับการไหลเวียนเลือด บางการรักษาก็เหมาะกับผู้ป่วยบางคนมากเป็นพิเศษและยังไม่มีการรักษาแบบใดแบบหนึ่งที่พบว่าเหมาะสมกับผู้ป่วยทุกคน แพทย์อาจแนะนำให้คุณ

  • ออกกำลังกาย
  • รับประทานยา เช่น ยากลุ่ม beta blockers, alpha-2 agonists เช่น aldomet (methyldopa) และ clonidine, ยากลุ่ม alpha-1 agonist เช่น midodrine
  • ดื่มน้ำและรับประทานเกลือให้มากขึ้นเพื่อช่วยให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทำไมมีรอบเดือนแล้วปวดหัวข้างเดียว คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ