Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

ตกเลือด (Hemorrhage)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,195,072 คน

ภาวะตกเลือดหรือเลือดออก คือคำที่ใช้เรียกภาวะที่มีเลือดออกภายในร่างกาย (Internal Bleeding) การตกเลือดเกิดจากการมีเลือดรั่วไหลออกจากหลอดเลือดหรืออวัยวะที่เสียหาย สามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วนของร่างกาย

ส่วนเลือดออกภายนอก หมายถึงภาวะเลือดไหลออกจากผิวหนังที่ได้รับความเสียหาย หรือเกิดขึ้นจากช่องเปิดตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น ปาก ช่องคลอด ทวารหนัก หรือจมูก เป็นต้น

สาเหตุของการตกเลือด

การตกเลือด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • การบาดเจ็บที่ทำให้เกิดเลือดออก (Traumatic Bleeding) ชนิดของการบาดเจ็บประเภทนี้ได้แก่
    • การถลอกหรือขูดที่ไม่ลงไปยังใต้ผิวหนัง
    • รอยฟกช้ำหรือภาวะเลือดออกในเนื้อเยื่อ (Hematoma)
    • การฉีกขาดหรือกรีด
    • แผลถูกสิ่งของแทง อย่างเข็มหรือมีด
    • แผลจากการถูกกระแทก หรือถูกอัด
    • แผลถูกปืนยิง
  • ภาวะทางการแพทย์ มีภาวะทางการแพทย์บางอย่างที่ทำให้เกิดการตกเลือดภายใน แต่ภาวะตกเลือดที่เกิดจากภาวะทางการแพทย์จะพบได้ไม่บ่อยเท่าการบาดเจ็บ ตัวอย่างภาวะที่ทำให้เกิดเลือดออก ได้แก่
    • โรคเลือดไหลไม่หยุด (Hemophilia)
    • มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)
    • โรคตับ (Liver Disease)
    • ภาวะประจำเดือนมามากผิดปรกติ (Menorrhagia)
    • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia)
    • โรควอนวิลลิแบรนด์ (von Willebrand Disease)
    • ภาวะขาดวิตามิน K (Vitamin K Deficiency)
    • การกระทบกระแทกที่สมอง
    • ลำไส้ใหญ่อุดตัน
    • โรคหัวใจล้มเหลว (Congestive Heart Failure (CHF))
    • มะเร็งปอด
    • หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน (Acute Bronchitis)
    • ภาวะตัวเย็นเกินรุนแรง (Hypothermia)
    • ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
  • การใช้ยา ยาบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการตกเลือด หรือทำให้เกิดการตกเลือดขึ้นได้ ตัวอย่างยาที่ทำให้เลือดออก ได้แก่
    • ยาลดความข้นของเลือด
    • ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในระยะเวลานาน
    • การบำบัดเคมี
    • ยา Aspirin

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์?

หากเกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรง และมีอาการดังต่อไปนี้ ต้องขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลทันที เพราะภาวะนี้อาจกลายเป็นเรื่องร้ายแรงถึงชีวิตได้

  • ผู้ป่วยหรือบาดเจ็บเข้าสู่ภาวะช็อกหรือมีไข้
  • ไม่สามารถควบคุมการไหลของเลือดด้วยการกดปากแผลได้
  • มีบาดแผลต้องรักษาด้วยสายรัดห้ามเลือดทูนิเก้ (Tourniquet)
  • มีเลือดออกจากการบาดเจ็บร้ายแรง
  • อาจต้องมีการเย็บแผลเพื่อหยุดเลือด
  • มีสิ่งแปลกปลอมติดเข้าไปในบาดแผล
  • บาดแผลมีสัญญาณการติดเชื้อ เช่น อาการบวม มีน้ำสีเหลืองหรือน้ำตาลไหลออกมา และบาดแผลมีสีแดงเข้ม
  • เป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการถูกสัตว์กัด

การปฐมพยาบาลภาวะตกเลือด

มนุษย์สามารถเสียชีวิตจากการสูญเสียเลือดได้ภายใน 5 นาที แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ใกล้เคียงอาจช่วยรักษาชีวิตของผู้บาดเจ็บได้นานกว่านั้น หรือจนถึงมือแพทย์ด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เริ่มจากแนะนำให้ผู้มีเลือดออกพยายามทำใจให้สงบเพื่อลดความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจลง เพราะหากการเต้นและความดันหัวใจมีมากเกินไป จะยิ่งทำให้เลือดออกมากขึ้น

จัดให้ผู้บาดเจ็บนอนราบเพื่อลดความเสี่ยงต่อการหมดสติ พยายามยกส่วนของร่างกายที่มีเลือดออกให้สูงกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกายหากสามารถทำได้

กำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากบาดแผล ยกเว้นสิ่งของขนาดใหญ่ที่ปักหรือแทงบริเวณที่มีเลือดออก เช่น ลูกธนู มีด หรืออาวุธต่างๆ เพราะการดึงของเหล่านั้นออกจะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับแผล และยังเสี่ยงต่อการมีเลือดออกมากขึ้นด้วย ซึ่งในกรณีนี้ต้องใช้ผ้าพันแผลหรือตัวช่วยในการค้ำสิ่งของนั้นๆ ให้อยู่กับที่ตลอดพร้อมกับซับเลือดที่ออกมาไปในตัว

จากนั้นให้ใช้ผ้าสะอาด ผ้าพันแผล เสื้อผ้า หรือมือของผู้ปฐมพยาบาลกดลงบนบาดแผลด้วยแรงกดปานกลางจนกว่าเลือดจะไหลช้าและหยุดไหลไปเอง เมื่อเลือดหยุดแล้วให้ใช้ผ้าชิ้นอื่น หรือใช้เทปพันรอบสิ่งที่ใช้กดบาดแผลให้แน่น แล้วใช้ความเย็นประคบลงเหนือบาดแผล ห้ามดึงวัสดุที่กดอยู่ออกเด็ดขาด แม้จะชุ่มไปด้วยเลือดขนาดไหนก็ตาม เพราะอาจทำให้มีเลือดไหลออกจากแผลอีกครั้ง และอาจทำให้เนื้อเยื่อรอบบาดแผลถูกทำลายมากขึ้น

หากผู้มีเลือดออกได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ คอ หลัง และขา ห้ามเคลื่อนร่างกายของผู้ที่บาดเจ็บโดยเด็ดขาด ให้โทรศัพท์สายด่วน 1669 และปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง

ให้ใช้สายรัดห้ามเลือดทูนิเก้เป็นตัวช่วยสุดท้าย หากบริเวณนั้นมีผู้ที่สามารถใช้งานทูนิเก้ได้อย่างถูกต้อง โดยข้อปฏิบัติในการใช้ทูนิเก้ มีดังนี้

  • ตรวจหาตำแหน่งที่จะมีการวางทูนิเก้ โดยวางอุปกรณ์ไว้ระหว่างหัวใจกับตำแหน่งที่มีเลือดออก
  • หากเป็นไปได้ควรใช้ผ้าพันแผลร่วมกับทูนิเก้ โดยพันผ้าไว้รอบๆ แขนหรือขาและมัดปมแบบหลวมๆ ไว้ก่อน เพื่อทำให้มีช่องว่างไว้มัดอีกปมไว้
  • วางแท่งไม้หรือท่อระหว่างปมทั้งสอง
  • หมุดแท่งหรือท่อที่ใช้เพื่อทำให้ผ้าพันแผลแน่นขึ้น
  • จัดให้ทูนิเก้อยู่กับที่ด้วยเทปกาวหรือผ้าพันไว้
  • ตรวจสอบทูนิเก้ทุกๆ 10 นาที หากการตกเลือดเริ่มช้าลงพอที่จะควบคุมได้ด้วยแรงกด ให้คลายทูนิเก้ออกและใช้วิธีกดแผลโดยตรงแทน

การรักษาภาวะตกเลือด

หน่วยปฐมพยาบาลจะพยายามห้ามเลือดไว้ก่อนจะรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ส่วนการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ตกเลือด หากมีอาการรุนแรงอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อหยุดเลือดที่ไหลออกมา

หากผู้ป่วยมีเลือดออกที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ แล้วแผลที่เกิดขึ้นสามารถห้ามเลือดได้ด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น บาดแผลจะสมานตัวเองเองโดยไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม

ส่วนการตกเลือดที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้รับการดูแลทางการแพทย์อาจกลายเป็นเรื่องร้ายแรงถึงชีวิต หากผู้บาดเจ็บสูญเสียเลือดไปมากกว่า 1 ใน 3 และอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่การเสียชีวิตจากเหตุนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

การเสียชีวิตจากการตกเลือดสามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีการเลือดออกภายนอกได้ โดยภาวะที่เรียกว่า Catastrophic Internal Hemorrhages จะทำให้มีการเสียเลือดปริมาณมากเช่นเดียวกับภาวะหลอดเลือดแดงโป่งพอง (Aneurysms)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่