ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในหลอดเลือด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 5, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในหลอดเลือด (Amniotic fluid embolism; AFE)

ความหมาย

ภาวะที่มีน้ำคร่ำรั่วเข้าสู่กระแสเลือดของผู้คลอด แล้วไปอุดกั้นบริเวณหลอดเลือดดำที่ปอด ทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านส่วนประกอบในน้ำคร่ำ เช่น ขนอ่อน ไข ผม ขี้เทา เป็นต้น ทำให้ระบบหายใจหรือหัวใจล้มเหลว มีอาการชัก มีหลอดเลือดหดรัดตัวทั่วร่างกายและเกิดความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่น ภาวะ Disseminated intravascular coagulation (DIC) เป็นต้น

สาเหตุ

เกิดจากการหดรัดตัวของมดลูกที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากได้รับยากระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัว จึงทำใหมีความดันในโพรงมดลูกสูงมาก และดันน้ำคร่ำเข้าสู่กระแสเลือดของผู้คลอด อาจเกิดจากถุงน้ำคร่ำแตก ซึ่งอาจแตกเองหรือจากการเจาะให้แตกทำให้เกิดช่องทางติดต่อเข้าไปในกระแสเลือดหรือเกิดจากทารกตายในครรภ์เป็นเวลานานๆ ทำให้เยื่อหุ้มทารกเปื่อยยุ่ย ขาดง่าย หลอดเลือดฉีกขาดทำให้น้ำคร่ำเข้าสู่กระแสเลือดได้ และมีปัจจัยส่งเสริมให้เกิดภาวะน้ำคร่ำอุดตันในหลอดเลือด ได้แก่ ภาวะคลอดเฉียบพลัน รกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด มดลูกแตก การบาดเจ็บในช่องคลอด การผ่าตัดเอาทารกออกทางหน้าท้อง การเบ่งในขณะคลอดศีรษะเมื่อถุงน้ำคร่ำยังไม่แตก การตรวจวินิจฉัยน้ำคร่ำก่อนคลอด (Amniocentesis) การเจาะถุงน้ำคร่ำ การรีดเพื่อช่วยเปิดขยายปากมดลูก (Membrane stripping) การหมุนเปลี่ยนท่าทารกภายนอก การหมุนเปลี่ยนท่าทารกจากภายใน การเร่งคลอดโดยใช้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก (Oxytocin induction)

พยาธิสรีภาพ

น้ำคร่ำจะผ่านเข้าสู่กระแสเลือดโดยมีการแตกหรือรั่วของผนังกั้นตามธรรมชาติ ซึ่งน้ำคร่ำประกอบด้วย ขนอ่อน ขี้เทา ไข จะเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดดำเล็กร่างกายจะมีปฏิกิริยาต่อต้านโดยทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดที่ไหลจากปอดมายังหัวใจซีกซ้ายลดลงอย่างกะทันหัน ทำให้เลือดที่จะถูกบีบออกจากหัวใจห้องซ้ายไปเลี้ยงร่างกายลดลงทันที เกิดภาวะช็อกจากหัวใจ

นอกจากนี้ความดันในหลอดเลือดปอดสูงขึ้น เกิดเลือดคั่งในปอด ส่งผลให้หัวใจซีกขวาไม่สามารถบีบตัวดันเลือดให้ผ่านปอดไปได้ เนื่องจากภายในปอดมีแรงดันสูงจึงเกิดภาวะปอดบวมน้ำตามมา

นอกจากนี้ปฏิกิริยาต่อต้านยังทำให้การไหลเวียนของเลือดในปอดลดลง เกิดภาวะขาดออกซิเจนในเลือดแดง และตามมาด้วยภาวะ DIC ผู้คลอดจะเสียเลือดและเสียชีวิตได้จากภาวะหายใจล้มเหลวและหัวใจล้มเหลวได้

อาการ

จะเริ่มด้วยมีอาการสั่น เหงื่อออกมาก กระสับกระส่าย มีความวิตกกังวลสูง เจ็บหน้าอก ไอมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู อาเจียน ชัก ต่อมาหายใจลำบาก หายใจเร็ว ปลายมือปลายเท้าเขียว มีเลือดออก มีภาวะช็อก หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้ทั้งผู้คลอดและทารก

การวินิจฉัยโรค

จากอาการดังกล่าวข้างต้น จากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น Chest X-ray, Lung scan วัด Central venous pressure (CVP) ตรวจหาปริมาณปัจจัยในการแข็งตัวของเลือด และจากการชันสูตรศพเมื่อผู้คลอดเสียชีวิต

การรักษา

โดยทำทางเดินหายใจให้โล่ง หากผู้คลอดหมดสติ ให้ออกซิเจน 100% ทางท่อช่วยหายใจ และใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้ยาตามอาการ เช่น เฮพาริน มอร์ฟิน ดิจิทาลิส สเตียรอยด์ ให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดทางหลอดเลือดดำ เป็นต้น คาสายสวนปัสสาวะไว้เพื่อบันทึกน้ำเข้า-ออก และควบคุมการเสียเลือดโดยให้ Whole blood (WB), Fresh frozen plasma (FFP), Packed red cell (PRC), Platelets หากพบว่ามีน้ำเกินอาจให้ Cryoprecipitate นอกจากนี้ตรวจดูการหดรัดตัวของมดลูก อาจจำเป็นต้องให้ Oxytocin หรือ Methergin ทางหลอดเลือดดำและตรวจดูรกอย่างละเอียด

การพยาบาล

ควรเริ่มตั้งแต่ดูแลผู้คลอดในระยะคลอดเพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำคร่ำอุดตันในหลอดเลือด ได้แก่ ดูแลผู้คลอดที่ได้รับยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกอย่างใกล้ชิดเพื่อระวังการเกิด Tetanic contraction เจาะถุงน้ำอย่างถูกวิธีโดยเจาะขณะที่มดลูกคลายตัวโดยเฉพาะในผู้คลอดที่มีภาวะครรภ์แฝดน้ำ หลีกเลี่ยงการเลาะแยกถุงน้ำคร่ำเพราะจะทำให้เส้นเลือดบริเวณปากมดลูกฉีกขาด งดการตรวจทางช่องคลอด ในกรณีมีภาวะรกเกาะต่ำ ติดตามผลตรวจเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หากผู้คลอดมีภาวะน้ำคร่ำอุดกั้นหลอดเลือดในปอดแล้ว จะต้องจัดผู้ป่วยให้นอนท่าศีรษะสูงให้ออกซิเจน ประเมินสัญญาณชีพหรือวัดความดันเลือดดำส่วนกลาง (Central venous pressure; CVP) บันทึกน้ำเข้า-ออกในร่างกาย หากทารกยังมีชีวิตอยู่ให้เตรียมผู้คลอดเพื่อผ่าตัดเอาทารกออกทางหน้าท้องอย่างรีบด่วนภายใน 30 นาที บันทึกเลือดที่ออกทางช่องคลอด ให้ยามอร์ฟิน ดิจิทาลีส สเตียรอยด์ เฮพาริน และตรวจดูว่าผู้คลอดเกิดภาวะ DIC หรือไม่ จากผลการตรวจ Prothrombin time (PT), Partial thromboplastin time (PTT), Platelet count หากมีภาวการณ์แข็งตัวผิดปกติของเลือด (Disseminated intravascular coagulation; DIC) แพทย์จะพิจารณาให้เลือดชนิดพลาสมาสดแช่แข็ง (Fresh frozen plasma; FFP) และดูแลด้านจิตใจโดยอธิบายขั้นตอนการรักษาให้ครอบครัวเข้าใจ ผู้คลอดและทารกอาจเสียชีวิต หากการรักษาไม่ประสบผลสำเร็จ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือโรค" โดยปราณี ทู้ไพเราะ จากจากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่