Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HONESTDOCS

โรคกลาก คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,619,097 คน

โรคกลาก (Ringworm, tinea หรือ Dermatophytosis) เป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนังประเภทหนึ่ง ที่สร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้ที่เป็น จากอาการคันเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ยังก่อให้เกิดความไม่สวยงามหากเกิดที่ผิวหนังบริเวณที่สังเกตให้ง่าย ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือเกิดมีน้ำเหลืองในบางจุดที่ติดเชื้อได้ ส่งผลให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใจ เกิดความอับอายและยากต่อการเข้าสังคม

โรคนี้มีหลายชื่อขึ้นกับส่วนของร่างกายที่มีการติดเชื้อ ได้แก่

  • Tinea corporis เป็นการติดเชื้อที่ลำตัว และแขนขา
  • Tinea pedia (หรือโรคฮ่องกงฟุต) เป็นการติดเชื้อที่เท้า
  • Trinea cruris (หรือ Jock itch) เป็นการติดเชื้อที่ขาหนีบ ต้นขาด้านในและก้น
  • Tinea barbae เป็นการติดเชื้อบริเวณเครา
  • Tinea manuum เป็นการติดเชื้อที่มือ
  • Tinea capitis เป็นการติดเชื้อที่หนังศีรษะ
  • Tinea unguim (หรือ onychomycosis) เป็นการติดเชื้อที่เล็บมือหรือเล็บเท้า

เราเป็นโรคกลากได้อย่างไร?

ถึงแม้ว่าโรคกลากจะเรียกว่า Ringworm แต่ก็ไม่ได้เกิดจากหนอนหรือปรสิตใดๆ แต่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งมีเชื้อราประมาณ 40 สายพันธุ์ในตระกูล Trichophyton, Microsporum และ Epidermophyton ที่สามารถทำให้เกิดโรคนี้ได้ ซึ่งเชื้อราเหล่านี้จะเรียกว่าเป็นกลุ่ม Dermatophytes

รายงานในวารสาร Mycoses ปี 2008 ได้กล่าวว่าการติดเชื้อราตามร่างกาย (Tinea corporis) มักเกิดจากเชื้อ T. rubrum, M. canis หรือ T. Tonsurans ซึ่งเชื้อในกลุ่มนี้ชื่นชอบบริเวณที่อุ่นและชื้นเช่นเดียวกับเชื้อราชนิดอื่น และอาจมีการติดต่อได้ผ่านการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อราอย่างใกล้ชิด

โรคกลากเป็นโรคติดต่อหรือไม่?

โรคกลาก ถือเป็นโรคติดต่อ สามารถติดเชื้อได้จาก การสัมผัสกับผิวหนังที่มีการติดเชื้อบนร่างกายโดยตรง การสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะแมว สุนัข หมู และวัว การสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่มีการปนเปื้อนเชื้อรา เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน แปรงผม เก้าอี้ หรือโถส้วม และมีการสัมผัสดินที่ปนเปื้อนเชื้อเป็นเวลานาน (พบได้น้อย)

แนวโน้มที่จะเป็นโรคกลากจะมากขึ้นหากมีสุขอนามัยที่ไม่ดี เช่น ผิวหนังมีการเปียกชื้นเป็นเวลานาน (เช่นจากการมีเหงื่อออก) มีการบาดเจ็บที่เล็บหรือผิวหนัง (แม้ว่าจะเป็นแผลเล็กๆ ก็ตาม) หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องมีการสัมผัสกับสัตว์หรือคนอื่นอย่างใกล้ชิด (เช่น มวยปล้ำ)

นอกจากนั้นความเสี่ยงในการเกิดโรคกลากจะเพิ่มขึ้นหากมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มีเลือดไหลเวียนน้อย เป็นภูมิแพ้ หรือมีการอักเสบของผิวหนังอีกด้วย และโรคกลากสามารถพบได้ในเด็กบ่อยกว่าผู้ใหญ่ด้วย

อาการและระยะของการเป็นโรคกลาก

อาการเฉพาะของโรคกลากขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น แต่มักมีอาการดังต่อไปนี้

  • คันที่ผิวหนัง
  • ผิวหนังแดง เป็นขุย หรือแตก
  • มีผื่นเป็นรูปวงแหวน
  • ผมหรือขนร่วงในบริเวณที่เป็นโรค

โรคกลากมักจะเริ่มจากการเป็นจุดหรือปื้นแดงหรือชมพู ทั้งแบบเรียบหรือนูนก็ได้ ในระยะนี้แผลอาจมีความชื้น แต่ส่วนใหญ่จะแห้ง เป็นขุย และคัน ต่อมาผื่นจะมีขนาดโตขึ้นเรื่อย ก่อนที่บริเวณตรงกลางของผื่นจะเริ่มจางลง ทำให้เกิดเป็นรูปวงแหวนที่มีขอบนูนสีแดง และตรงกลางที่ดูดีขึ้น (แม้ว่าอาจจะยังเป็นขุยและแดงอยู่) 

หากมีการเกาผื่น จะทำให้ผิวหนังมีรอยแตก ทำให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียได้ และเมื่อหากสัมผัสกับส่วนอื่นของร่างกายทันทีหลังจากการเกา อาจจะทำให้มีการแพร่เชื้อกลากของคุณสู่ส่วนอื่นได้ด้วย

การรักษาโรคกลาก

โรคนี้สามารถรักษาง่ายๆ โดยการใช้ยาฆ่าเชื้อราที่ขายตามร้านค้าทั่วไป ทั้งในรูปแบบครีม เจล โลชั่น สเปรย์ และผงแป้ง ตัวอย่างเช่น

  • Zeasorb, Daktarin หรือ Lotrimin (miconazole)
  • Canesten AF cream (clotrimazole)
  • Nizoral, Xolegel หรือ Extina (Ketoconazole)
  • Oxistat (oxiconazole)

ยาฆ่าเชื้อราชนิดอื่นๆ ที่โฆษณาว่าสามารถใช้กับโรคกลากประเภทอื่น (เช่น jock itch หรือฮ่องกงฟุต) ก็สามารถใช้กับโรคกลากที่ลำตัวได้เช่นกัน

ซึ่งถ้าหากการใช้ยาในรูปแบบทายังไม่สามารถกำจัดการติดเชื้อกลากได้ในระยะเวลาหลายสัปดาห์ แพทย์อาจสั่งยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทาน เช่น

  • Gris – PEG (Griseofulvin)
  • Lamisil หรือ Terbinex (Terbinafine)
  • Diflucan (Fluconazole)
  • Sporanox หรือ Onmel (Itraconazole)

จะเห็นได้ว่าโรคกลาก อาจเป็นโรคที่ไม่รุนแรงถึงแก่ชีวิต แต่ก็สร้างความทรมานต่อการใช้ชีวิตไม่น้อย อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการรักษา และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ด้วยหากคุณไม่ระวังตัว ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด หากยังไม่เคยเป็นกลากก็ควรรักษาความสะอาดให้ดี โดยเฉพาะการใช้ของส่วนรวมกับผู้อื่น และสัตว์เลี้ยงต่างๆ แต่หากกำลังเป็นอยู่ ควรเข้ารับการรักษาให้ต่อเนื่อง และป้องการกลับมาเป็นซ้ำด้วย


ที่มาของข้อมูล

Bolognia, Jean L.; Jorizzo, Joseph L.; Schaffer, Julie V. (2012). Dermatology (3 ed.). Elsevier Health Sciences. p. 1255. ISBN 978-0702051821. Archived from the original on 2016-09-15.

"Symptoms of Ringworm Infections". CDC. December 6, 2015. Archived from the original on 20 January 2016. Retrieved 5 September 2016.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่